เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 36

บทที่ 36 การกลับมาของเสิ่นม่านอวิ๋น

“ดูเหมือนบาดแผลจะสาหัสไม่น้อย”

สวี่หยางกระซิบ แต่เสิ่นม่านอวิ๋นผู้มีนิสัยเข้มแข็งกลับฝืนยิ้มออกมา เมื่อเข้ามาในบ้าน นางก็ไม่อาจทนไหวอีกต่อไปก่อนจะล้มลงกับพื้น

ทันทีที่ปิดประตู หลินอวี้ก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นภายในบ้าน แต่นางรู้เช่นกันว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ด้วยนิสัยของเสิ่นม่านอวิ๋น นางไม่ควรบุ่มบ่ามเข้าบ้านหลังจากเอ่ยไม่กี่คำ มันมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือนางได้รับบาดเจ็บสาหัส

สวี่หยางขอให้หลินอวี้ไปพักก่อน จากนั้นจึงเดินไปเคาะประตู “สหายเต๋าเสิ่น ข้ามียารักษาอยู่กับตัว เจ้าต้องการหรือไม่?”

“ข้าใช้มันไปแล้ว ขอบคุณสำหรับน้ำใจ” เสียงของเสิ่นม่านอวิ๋นเย็นชา

“จริงหรือ? เจ้าอยากให้ข้าตรวจอาการหรือไม่?”

สวี่หยางเคาะประตูอีกครั้ง

“สหายเต๋าสวี่ เจ้ามีภรรยาอยู่แล้ว แต่กลับมาที่บ้านของข้าซึ่งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในช่วงกลางคืน เจ้าไม่รู้หรือว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน?”

เสิ่นม่านอวิ๋นเอ่ยคำเหน็บแนมอีกครั้ง “หรือว่าหลังจากพวกเราไม่ได้พบกันนานกว่าหนึ่งเดือน เจ้าก็อาจหาญพอที่จะฉวยโอกาสจากความอ่อนแอเพื่อจู่โจมข้า?”

สวี่หยางพูดไม่ออก

แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่น้ำเสียงของผู้หญิงคนนี้ก็ยังคงเจ็บแสบไม่เบา

“ข้าเพิ่งสังเกตเห็นว่าสหายเต๋าเสิ่นล้มน่ะ เพราะงั้นก็เลยเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าเล็กน้อย”

“เจ้าแอบดูข้า?”

น้ำเสียงของเสิ่นม่านอวิ๋นเย็นชา “สวี่หยาง เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องของข้าหรอก เจ้ากลับไปหาอวี้เอ๋อร์ที่บ้านได้แล้ว”

เห็นได้ชัดว่าเสิ่นม่านอวิ๋นโกรธ สวี่หยางจึงได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ว่าปกตินางไม่ใช่คนแบบนั้น

ในอดีต ตอนทั้งสองทำงานร่วมกัน เสิ่นม่านอวิ๋นไม่สนใจสายตาสอดส่องของเขามากนัก ต่อให้จะไปปลดทุกข์ก็ตาม แต่บัดนี้นางถึงกับสนใจมากถึงเพียงนี้…

“ถ้าอย่างนั้น หากสหายเต๋าเสิ่นมีปัญหาอะไร อย่าลังเลที่จะเล่าให้ข้าฟัง”

สวี่หยางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เขาโล่งอกที่เสิ่นม่านอวิ๋นกลับมาไม่ต่างจากภรรยา

แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกว่าครั้งนี้นางได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

ภายในบ้าน

เสิ่นม่านอวิ๋นเปิดค่ายกลป้องกันก่อนจะนอนขดตัวบนเตียง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าพลางพึมพำ “พรุ่งนี้คงถึงเวลาที่ต้องไปจากที่นี่และอยู่ให้ห่างไกลที่สุด…. ไม่อย่างนั้น ไม่ช้าก็เร็วน้องอวี้เอ๋อร์กับสวี่หยางจะได้รับผลกระทบไปด้วย”

นางมีสีหน้าเศร้าโศก

วันต่อมา

สวี่หยางลืมตาขณะมองคะแนนพิเศษ

แน่นอนว่าหลังจากเสิ่นม่านอวิ๋นกลับมา คะแนนพิเศษก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนไปถึงสิบเจ็ดแต้ม!

หลินอวี้ตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารบำรุงเป็นพิเศษด้วยหวังจะแบ่งให้เสิ่นม่านอวิ๋นบางส่วน

คาดไม่ถึงว่าตอนนี้ประตูบ้านของเสิ่นม่านอวิ๋นจะเปิดอยู่ นางเก็บข้าวของบางอย่างเรียบร้อยราวกับกำลังจะไปจากที่นี่

“พี่เสิ่น ท่านจะไปแล้วหรือ?”

หลินอวี้มองบ้านที่ถูกเก็บข้าวของเรียบร้อยในสภาพแข็งทื่อชั่วขณะ

เสิ่นม่านอวิ๋นพยักหน้าขณะเอ่ยคำเสียงราบเรียบ “ใช่ อยู่ที่นี่มีแต่จะได้หินวิญญาณยากยิ่งขึ้น ข้าจะลองไปแสวงโชคที่เมืองฟางดู”

“ไม่นานมานี้ท่านได้รับเงินมากมายจากการทำภารกิจให้ตระกูลสวี ในเมื่อดีขนาดนี้แล้วเหตุใดท่านต้องไปด้วย?”

หลินอวี้ไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ นางมีสหายที่นี่เพียงเสิ่นม่านอวิ๋นกับเหอฉยงเหลียนเท่านั้น

คนอื่นดูถูกที่นางเป็นมนุษย์ ทำให้ถูกจำกัดด้วยความสุภาพเพียงผิวเผินเท่านั้น

“เฮ้อ ช่วยไม่ได้!” เสิ่นม่านอวิ๋นส่ายหน้าและไม่เต็มใจที่จะเอ่ยไปมากกว่านี้ แต่หันไปพูดกับสวี่หยางที่กำลังเดินออกจากบ้านแทน

“สหายเต๋าสวี่ ข้าได้จ่ายค่าเช่าบ้านหลังนี้ไปหนึ่งปีแล้ว ต่อไปนี้เจ้าสามารถพักตอนกลางคืนได้โดยไม่มีใครรู้ ทั้งมันยังปลอดภัยกว่า! ข้าอาจจะกลับมาในอีกหนึ่งถึงสองปีหรืออาจจะไม่กลับมาอีกเลยก็ได้ เจ้าต้องดูแลอวี้เอ๋อร์ให้ดี หากกลับมาแล้วพบว่านางเป็นอะไรขึ้นมา ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”

“สหายเต๋าเสิ่น เจ้ามีปัญหาอะไรหรือ? เจ้าลองเล่าให้ข้าฟังดูเผื่อจะช่วยอะไรได้”

สวี่หยางถาม

“ชิ ข้าเป็นยอดฝีมือ ท่องไปทั่วหล้ามาหลายปี ยังจะเจอปัญหาอะไรได้อีก?”

สวี่หยางยิ้ม รางวัลสองเท่าย่อมหมายถึงความสุขสองเท่า!

สวี่หยางเอ่ยคำอย่างไม่ลังเล “ข้าสงสัยว่าสหายเต๋าเสิ่นจะเต็มใจแต่งงานด้วยหรือไม่ ข้ารับรองว่าจะทุ่มเทอย่างเท่าเทียม ไม่ทอดทิ้งและคอยดูแลตราบชั่วชีวิตที่เหลือ”

หัวใจของเสิ่นม่านอวิ๋นสั่นไหวจนเกือบจะพยักหน้าเห็นด้วย

ทว่าความมีเหตุผลยังคงทำให้สงบลง ตอนนี้นางกำลังมีปัญหา หากยังอยู่ที่นี่ ไม่เพียงตนเองจะเดือดร้อนเท่านั้น แต่สวี่หยางกับอวี้เอ๋อร์ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย!

”เฮ้อ ถ้าสวี่หยางบอกข้าเร็วกว่านี้ ปัญหาก็อาจจะน้อยกว่านี้ก็ได้”

เสิ่นม่านอวิ๋นคร่ำครวญในใจก่อนจะเผยสีหน้าเด็ดเดี่ยว “เหอะ เหอะ… สหายเต๋าสวี่ถึงกับมีใจให้ข้าด้วย แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่ได้มีความรู้สึกกับเจ้า เพราะงั้นต้องขอโทษด้วย แต่ข้าขอปฏิเสธ”

ตอนนี้สวี่หยางรู้สึกเขินอายจนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อ

“เลิกพูดได้แล้ว น้องอวี้เอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าทำเพราะหวังดี แต่ข้าไม่ชอบสหายเต๋าสวี่ เดี๋ยวขอไปเก็บข้าวของเรียบร้อยก่อน คงต้องกล่าวลาแต่เพียงเท่านี้ ไว้พบกันใหม่!”

สิ้นคำนางก็เดินไปทางประตูแล้วไม่หันหลังมองกลับมาอีกเลย

หลินอวี้ผลักผู้เป็นสามีอย่างขัดใจ ก่อนจะกระทืบเท้าอีกฝ่ายพลางถลึงตาใส่!

พูดตามสัตย์จริง นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หลินอวี้ผู้เป็นภรรยาหมดความอดทนและทุบตีเขา…

แต่หลังจากนั้น สวี่หยางก็ตอบสนองก่อนจะดึงเสิ่นม่านอวิ๋นเอาไว้

“สหายเต๋าสวี่ หัดเคารพตัวเองหน่อย!”

เสิ่นม่านอวิ๋นคิ้วขมวดมุ่น

“สหายเต๋าเสิ่น พูดตามตรงว่าช่วงนี้ข้าอยากเปิดร้าน เจ้าอยู่ที่นี่เพื่อคอยให้การช่วยเหลือ แล้วข้าจะจ่ายค่าจ้างให้ ดีหรือไม่?”

“ตัดใจเสียเถอะ ข้าจะไปแล้ว”

“สหายเต๋าเสิ่นมีปัญหาอะไรหรือ? เจ้าสามารถบอกข้าได้นะ”

“เฮ้อ…” เสิ่นม่านอวิ๋นจนปัญญา “สวี่หยาง เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ ที่ข้าไปก็เพราะหวังดีกับเจ้าและภรรยา ไม่อย่างนั้น หากพวกมันตามมาถึงที่นี่ ข้าก็จะหนีไม่ได้แล้ว”

“เจ้าช่วยเล่าให้ฟังได้หรือไม่?”

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของสวี่หยาง เสิ่นม่านอวิ๋นก็พยักหน้า “ก็ได้ ข้าจะเล่าให้ฟัง”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน