บทที่ 38 ข้ายังไม่ได้ให้สัญญาเสียหน่อย
ยารวมปราณนับเป็นของดีสำหรับผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่าขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ด มันสามารถย่นระยะเวลาที่ใช้ในการทะลวงได้
สวี่หยางเคยได้รับมันในฐานะรางวัลมาก่อน
สิ้นคำ ผู้บำเพ็ญธรรมดาบางส่วนที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็เริ่มหายใจหนักขึ้น
ถึงอย่างไร สำหรับพวกเขาแล้วยารวมปราณย่อมหาซื้อได้ยากในร้านขนาดเล็ก หากไม่ได้มีการสั่งไว้ล่วงหน้า
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการสั่งล่วงหน้า ส่วนใหญ่แล้วก็มักเป็นคนที่มีเส้นสาย
“ราคาเริ่มต้นคือหินวิญญาณสองร้อยก้อน แต่ละครั้งที่เพิ่มราคาห้ามต่ำกว่าห้าหินวิญญาณ”
สิ้นคำ หลายคนก็พากันตะโกน
“สองร้อยสิบ!”
“สองร้อยยี่สิบ…”
“สองร้อยห้าสิบ!!!”
สวี่หยางกับเสิ่นม่านอวิ๋นล้วนมีสีหน้าสงบ เพราะยารวมปราณต่างเคยผ่านมือพวกเขามาแล้ว
ยาประเภทนี้จะให้ผลที่น้อยลงเมื่อทำการใช้เป็นครั้งที่สอง เรียกได้ว่าแทบไม่มีประโยชน์
ขณะคนอื่น ๆ พากันตะโกนราคา สวี่หยางลอบนับหินวิญญาณที่มีในมือ
คราวนี้ของประมูลจำนวนมากที่พวกเขาสนใจคือยันต์กับศัสตราศักดิ์สิทธิ์!
พวกมันล้วนเป็นของที่เอาไว้จัดการกับว่านไห่หลิน
ยันต์จะต้องอยู่ขั้นสูงระดับหนึ่งเป็นอย่างน้อย หากเป็นยันต์ขั้นกลางระดับหนึ่งก็จะจัดการกับว่านไห่หลินได้ยากลำบากเล็กน้อย
ส่วนศัสตราศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องเป็นประเภทกระบี่เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของเสิ่นม่านอวิ๋น
เสิ่นม่านอวิ๋นมีความรู้เรื่องเคล็ดกระบี่ซึ่งสามารถช่วยเสริมการโจมตีให้กับนางได้
ตัวอย่างเช่น ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ที่นางใช้ก่อนหน้านี้ช่วยเสริมพละกำลังให้มากถึงสองส่วน
หลังจากที่ซื้อยาเสริมฐานลมปราณจากหวงเสี่ยวเหมยคราวที่แล้ว เขาก็เหลือหินวิญญาณในมือไม่ถึงเจ็ดร้อยก้อน ส่วนเสิ่นม่านอวิ๋นก็ประหยัดอดออมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้ได้มาเพิ่มอีกสามร้อยก้อน
หมายความว่าพวกเขามีหินวิญญาณอยู่ในมือรวมทั้งสิ้นหนึ่งพันก้อน
ไม่ช้า ยารวมปราณก็ถูกซื้อโดยผู้บำเพ็ญวัยกลางคนในราคาสามร้อยยี่สิบก้อน
หลังจากประมูลเสร็จ เขาก็หันหลังแล้วเดินไปทางประตูด้านซ้าย เห็นได้ชัดว่ากำลังจะไปจ่ายเงิน
“สหายเต๋าทุกท่าน ของประมูลชิ้นที่สองคือยาจู้เหยียนขั้นต่ำระดับหนึ่ง มันสามารถคงรูปลักษณ์ของท่านไว้ได้แปดสิบปี”
“มันเป็นของดี สหายเต๋าหญิง ยาจู้เหยียนเป็นของยอดนิยมมาโดยตลอด หากพลาดขึ้นมาก็อาจจะไม่มีครั้งหน้า”
สิ้นคำ กลุ่มผู้บำเพ็ญหญิงที่อยู่รอบข้างต่างก็หายใจหนักขึ้น
แม้แต่เสิ่นม่านอวิ๋นก็เกร็งร่างโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่งามร้อนผ่าว
สวี่หยางเข้าใจเช่นกัน
ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่เป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณซึ่งปกติแล้วพวกนางจะมีอายุขัยประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบปี
ส่วนยานี้สามารถรักษาใบหน้าไว้ได้นานถึงแปดสิบปี หมายความว่าต่อให้อายุเกินหนึ่งร้อยปี พวกนางก็ยังรักษารูปลักษณ์ปัจจุบันเอาไว้ได้ ใครเล่าจะไม่ต้องการ??
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวในอนาคตข้าจะซื้อยาจู้เหยียนให้ทั้งเจ้าและอวี้เอ๋อร์เอง”
สวี่หยางแตะมือของเสิ่นม่านอวิ๋น
เสิ่นม่านอวิ๋นรู้สึกเขินอาย “ไม่จำเป็น ข้าแค่จะดูเท่านั้น…”
สิ้นคำ นางก็รีบเอ่ยสำทับ “แล้วข้าก็ยังไม่ได้ให้สัญญาเสียหน่อย”
สวี่หยางยิ้มแล้วเอ่ยคำ “สัญญาเรื่องอะไรหรือ??”
“คู่ชี…”
ก่อนจะเอ่ยคำจบ มือข้างหนึ่งก็จับใต้บั้นท้ายของนางจนต้องหยุดพูดแต่โดยดี
ไม่มีใครคาดคิดว่ายาจู้เหยียนขั้นต่ำระดับหนึ่งจะมีราคาสูงเท่ากับหินวิญญาณสามร้อยก้อน!!
มันเกือบจะสูงเท่ากับยารวมปราณเลยทีเดียว
แน่นอนว่าการแสวงหาความงามของสตรีประเมินค่าไม่ได้ จึงไม่น่าแปลกที่เครื่องสำอางซึ่งมีราคาหลายพันหรือหลายหมื่นจะปรากฏขึ้นในชาติที่แล้ว
หินวิญญาณสามร้อยก้อนย่อมไม่สร้างความกดดันกับสวี่หยางมากนัก
เขาคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
ขายโสมหญ้าโลหิตสามต้นก็แทบจะเกินพอแล้ว
“หากเปิดร้านในอนาคต ยอดขายโสมหญ้าโลหิตจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”
แน่นอนว่าในระหว่างนั้น เขาจะต้องโน้มน้าวเสิ่นม่านอวิ๋นให้ได้ก่อน หลังจากเป็นสามีภรรยากันแล้ว เขาก็ไม่ต้องกลัวเกรงเรื่องที่นางจะมารู้ความลับของตน
แต่โดยรวมแล้ว การฝึกตนก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หลังจากนั้น สมุนไพรและยาที่หาซื้อจากภายนอกได้ยากก็ถูกประมูลทีละชิ้น
สวี่หยางไม่ได้ให้ความสนใจกับของเหล่านี้
ในตอนนี้ ผู้ดำเนินรายการก็เอ่ยคำ “ชิ้นต่อไป ยันต์เสริมกำลังขั้นสูงระดับหนึ่ง มีผลในการเพิ่มพลังโจมตี!”
น่าเสียดายที่คนอื่นก็ไม่ยอมแพ้ อึดใจต่อมาก็มีคนตะโกนออกมาว่าหกร้อย!
“หกร้อยสิบ!”
“ขอโทษด้วย ข้าจ่ายไม่ไหว” สวี่หยางเอ่ยคำอย่างแผ่วเบา
เสิ่นม่านอวิ๋นหลุดหัวเราะพรืด จนร่างโค้งงอประหนึ่งจันทร์เสี้ยว “เจ้าจะมาขอโทษทำไม สหายเต๋าสวี่ เหตุใดพักนี้เจ้าถึงสุภาพกับข้านัก? แบบนี้ข้าจะยิ่งไม่สบายใจ”
เจ้าถึงกับกล้าหัวเราะข้างั้นหรือ?
สวี่หยางพ่นลมออกจมูกทำเสียงฮึดฮัด “คืนนี้เจ้าเจอดีแน่”
ถึงอย่างไร ‘ความอาจหาญ’ ของเสิ่นม่านอวิ๋นก็เป็นเพียงการแสดง
เมื่อเห็นสายตาหื่นกระหายของสวี่หยาง นางก็บังเกิดความขลาดกลัว “ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น แต่เจ้าก็แปลกคนเหมือนกัน ข้าไม่ชินกับวิธีการพูดแบบเมื่อครู่เลย ”
“ดูเหมือนเจ้าจะชอบให้ข้ารุนแรงสินะ” สวี่หยางเอ่ยคำอย่างมีนัย
ตอนนี้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวก็ถูกซื้อด้วยหินวิญญาณเจ็ดร้อยก้อน
ความจริง ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงระดับหนึ่งมีราคามากกว่านี้ แต่ที่ราคาเป็นเช่นนั้นก็เพราะมันเป็นเพียงของมือสอง
จากนั้นศัสตราศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากก็ปรากฏขึ้น แต่เสิ่นม่านอวิ๋นหาได้สนใจไม่
จนกระทั่งศัสตราศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า ‘กระบี่อัสนีประกายม่วง’ ปรากฏ นางก็บังเกิดความสนใจขึ้นมาทันควัน
แม้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้จะอยู่เพียงขั้นต่ำระดับหนึ่ง แต่มันก็ดีกว่าของที่นางเคยใช้มาก่อน
คราวนี้สวี่หยางเสนอราคาอย่างดุเดือดจนในที่สุดก็ซื้อมาได้ในราคาหินวิญญาณสี่ร้อยสิบก้อน
“ปิดประมูล!”
สิ้นคำ สวี่หยางกับเสิ่นม่านอวิ๋นล้วนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ของชิ้นต่อไปจะเป็นของปิดท้ายในการประมูลครั้งนี้ ยาสร้างรากฐาน! ยานี้มีคุณภาพธรรมดาและไม่มีลวดลายแต่อย่างใด เพิ่มโอกาสการสร้างรากฐานอีกสองส่วน แม้ผลจะแตกต่างจากยาคุณภาพสูง แต่ต่อให้การสร้างรากฐานจะล้มเหลวก็ไม่ส่งผลกระทบกับร่างกาย ทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วย!”
เสียงของผู้ดำเนินรายการยังคงดังขึ้น “สำหรับสหายเต๋าที่อยากลองสร้างรากฐานอย่างสุดความสามารถก็ลองใคร่ครวญให้ดีว่าคุ้มกับที่เสียหรือไม่?”
“ราคาเริ่มต้นคือหินวิญญาณสองพันสองร้อยก้อน”
ทันทีที่สิ้นคำก็มีเสียงกระซิบกระซาบในกลุ่มผู้ชมตลอดเวลา
“กลายเป็นว่ามันก็แค่ยาสร้างรากฐานคุณภาพธรรมดา ซ้ำยังเพิ่มโอกาสสร้างรากฐานเพียงสองส่วนเท่านั้น”
“เสี่ยงเกินไป ถึงจะบอกว่าต่อให้การสร้างรากฐานล้มเหลวก็จะไม่ส่งผลกระทบกับร่างกาย แต่การสร้างรากฐานครั้งต่อไปก็กินเวลาอย่างต่ำสามถึงห้าปี”
“นั่นสิ มันก็ถือว่ามีผลข้างเคียงอยู่นะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน