บทที่ 55 กลายเป็นว่าคนทรยศคือ…
[เพราะความปราดเปรื่องของท่าน ส่งผลให้สามารถจับหนูสุ่ยหลิงได้สำเร็จ ซึ่งทำให้หลินอวี้ผู้เป็นภรรยาประทับใจ ได้รับคะแนนพิเศษ 30 แต้มกับการฝึกตนสามปี]
[เพราะความปราดเปรื่องของท่าน ส่งผลให้สามารถจับหนูสุ่ยหลิงได้สำเร็จ ซึ่งทำให้เสิ่นม่านอวิ๋นผู้เป็นภรรยาประทับใจ ได้รับคะแนนพิเศษ 30 แต้มกับการฝึกตนสามปี]
“รางวัลการฝึกตนหกปี!!”
ดวงตาของสวี่หยางเบิกกว้าง!
ต้องทราบก่อนว่าทั้งสามเหนื่อยล้าเพราะทำงานล่วงเวลาในช่วงคืนที่ผ่านมา ดังนั้นสวี่หยางจึงไม่ได้แตะต้องพวกนางเลย
เขาคิดว่าจะไม่ได้รับรางวัลอะไร แต่คาดไม่ถึงว่าไม่เพียงได้รับรางวัลเท่านั้น แต่จำนวนยังมหาศาลอีกด้วย
ไม่เคยมีรางวัลสำหรับการฝึกตนมาก่อน
ด้วยการฝึกตนเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลาหกปี ทำให้ความทรงจำหนึ่งปรากฏขึ้นในใจของสวี่หยาง
หกปี หกปีเต็ม รู้หรือไม่ว่าเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงหกปีนี้?
ในความทรงจำ เขาคือผู้บำเพ็ญน่าสังเวช สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อตื่นนอนคือฝึกฝน เขาฝึกฝนก่อนจะเข้านอน ไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเล่นสนุก ทำได้เพียงนั่งอย่างเงียบงันเพื่อฝึกฝนทุกวัน
หกปีผ่านไป ระดับการฝึกตนของเขาย่อมพัฒนา
อาจจะเพราะมันถึงเวลาก็เป็นได้
แน่นอนว่าระดับการฝึกตนของเขาพัฒนาจริง
“ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหก”
หลังจากตกตะลึงเล็กน้อย สวี่หยางก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุภายในร่างกาย ทำให้เขาเผยรอยยิ้มออกมา
“หืม?”
เสิ่นม่านอวิ๋นเพิ่งลุกขึ้นก่อนจะสังเกตเห็นกลิ่นอายบนร่างของสวี่หยาง นางจึงจับมือเขาทันทีแม้จะสวมเพียงสายรัดหน้าท้องสีชมพูเท่านั้น “ขอแสดงความยินดีกับสามีที่ก้าวเข้าสู่ระดับหกแล้ว!”
“ว่าอะไรนะ สามีเลื่อนขั้นแล้วหรือ?” หลินอวี้ตกตะลึงชั่วขณะก่อนจะบังเกิดความยินดี “ยินดีด้วย ยินดีด้วย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
สวี่หยางมีความสุขเช่นกัน เขาลูบศีรษะของภรรยาทั้งสองแผ่วเบา “โชคช่วยน่ะ ตอนข้าตื่นมาก็รู้สึกได้ว่าความคิดกระจ่างชัด หลังจากนั้นก็เลื่อนขั้นแบบนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า… โชคดี โชคดีเหลือเกิน”
สิ้นคำ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
จากมุมมองของเขา ภรรยาทั้งสองย่อมได้รับผลกระทบจากคำเหยียดหยันเมื่อไม่นานมานี้จนอารมณ์ไม่ดี แต่เพราะเขาจับหนูสุ่ยหลิงได้เมื่อคืน จึงทำให้ผู้คนทั้งหลายเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเขา พวกนางจึงพลอยยินดีไปด้วย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับรางวัลมากมายแม้จะไม่ได้มีการเสพสังวาสเมื่อคืนก็ตาม
‘ดูท่าว่าหากข้าสร้างความสำเร็จบางอย่างในอนาคตจนภรรยามีความสุขขึ้นมา ข้าก็อาจจะได้รับรางวัลเช่นกัน’
……
ด้วยการจับหนูสุ่ยหลิง ผู้คนในทะเลสาบปี้กุ้ยที่เคยต่อว่าสวี่หยางก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะพากันเข้ามาขอโทษขอโพยพลางเอ่ยชื่นชม
แต่สวี่หยางไม่ได้ผ่อนคลายขึ้นแม้แต่น้อย
เพราะหนอนบ่อนไส้ในตระกูลสวียังคงลอยนวลอยู่!
การจับหนูสุ่ยหลิงได้ย่อมเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่สำหรับตระกูลสวี มูลค่าของมันมากยิ่งกว่าปลาวิญญาณที่ถูกฆ่าไปเสียอีก ดังนั้นเขาจึงสงสัยว่าหนอนบ่อนไส้จะต้องหาโอกาสชิงหนูกลับไปก่อนหลบหนีเป็นแน่
ถึงอย่างไรหากไม่หลบหนี ตระกูลสวีก็จะทำการสอบสวน ทันทีที่ตัวตนของหนอนบ่อนไส้ถูกเปิดเผย ต่อให้อยากหนีก็ไม่อาจทำได้อีกแล้ว
ประมาณช่วงเย็น คนจากตระกูลสวีก็มาถึง โดยมีผู้สอบสวนทั้งสิ้นสามคน เป็นชายสองหญิงหนึ่ง
ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี… สวีจื่อรั่ว
ส่วนผู้ชายสองคนที่อยู่ข้างหลังนาง คนหนึ่งอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่ โดยมีลูกแมวสีขาวนอนอยู่บนไหล่
ก่อนหน้านี้สวีอันอู๋เคยบอกว่า ชายผู้นี้คือมือดีที่สุดของตระกูลสวีที่รับผิดชอบด้านการแก้ปัญหาอาชญากรรม
แม้ขอบเขตจะไม่สูงส่ง แต่เขาก็ฝึกฝนทักษะการฟัง ได้ยินดีกว่าผู้อื่นค่อนข้างมาก ส่วนลูกแมวที่อยู่บนไหล่ก็คือสัตว์อสูรที่มีการรับรู้กลิ่นไม่เป็นสองรองใคร
ส่วนผู้ชายอีกคนที่มีระดับการฝึกตนสูงกว่าอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า มีหน้าที่คุ้มกันสวีจื่อรั่ว
สวีอันอู๋ก้าวมาข้างหน้าพลางคิ้วขมวด “คุณหนูใหญ่ เหตุใดถึงมาที่นี่? ยามนี้ตระกูลโจวกำลังเพ่งเล็งท่าน ทางที่ดีเก็บตัวอีกสักพักจะดีกว่า”
สวีจื่อรั่วคารวะอย่างสุภาพก่อนจะอธิบาย “ผู้อาวุโสอันอู๋ ข้าได้ยินมาว่าท่านจับหนูสุ่ยหลิงได้ ซึ่งบังเอิญว่าเมื่อไม่นานมานี้ข้าต้องการเลี้ยงสัตว์อสูรสายเลือดระดับสองพอดี ดังนั้นข้าก็เลยมาที่นี่เพื่อดูมันเสียหน่อยน่ะ”
“แต่มันไม่ปลอดภัยนัก หากท่านต้องการ ข้าสามารถส่งมันไปให้ได้”
สวีอันอู๋เอ่ยคำอย่างจนใจ
“ข้าแอบมาที่นี่และมีผู้อาวุโสสวีจ่านอยู่ทั้งคน เพราะงั้นไม่มีปัญหาหรอก”
เสียงของสวีจื่อรั่วอ่อนโยนและนุ่มนวลคล้ายกับเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ผู้อาวุโสสวีจ่านที่นางพูดถึงคือผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าที่อยู่ด้านหลัง ร่างกายเหยียดตรงล่ำสันดูเจ้าเนื้อเล็กน้อย รูปลักษณ์ชวนน่าครั่นคร้ามไม่อาจล่วงเกิน
“’งั้นก็ได้” สวีอันอู๋จึงไม่เอ่ยอะไรอีก
ถึงอย่างไรนางก็มาที่นี่แล้ว ประกอบกับมีค่ายกลคอยป้องกันอยู่ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าจะสามารถปกป้องคุณหนูใหญ่ได้
ตอนนี้เองที่สวีจื่อรั่วเห็นสวี่หยางก่อนจะเผยสายตาประหลาดใจ “ข้าได้ยินมาว่าหนูสุ่ยหลิงถูกจับได้ก็เพราะความคิดของเจ้าสินะ”
“โชคช่วยน่ะ” สวี่หยางยิ้ม
“เจ้าก็ถ่อมตัวเกินไปแล้ว ไม่นานหลังจากเจ้ามาที่นี่ก็ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่อีกแล้ว ดูท่าว่าข้าต้องตกรางวัลอย่างงามให้แล้วละ”
ผู้ที่ล้มลงล้วนเป็นผู้บำเพ็ญที่ต่ำกว่าขอบเขตกลั่นลมปราณระดับห้า บางคนที่มีพละกำลังต่ำกว่าถึงกับกระอักโลหิตตกตายไปทันที
‘โชคดีที่วันนี้ข้าเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหก หาไม่…’
สวี่หยางรู้สึกหนาวเยือกไปตามกระดูกสันหลัง โชคดีแค่ไหนที่ภรรยาทั้งสองไม่มาด้วย
ทว่าเขาแสร้งทำเป็นโดนพิษคุกเข่ากับพื้น ซ่อนยันต์ป้องกันไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างกุมยันต์โจมตีเอาไว้พร้อมกับจับตาดูรอบข้างอย่างระมัดระวัง
ผู้ที่ลงมือต้องเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ที่นี่อย่างแน่นอน
“แย่แล้ว มีพิษ!”
สีหน้าของกู่พานเจียงเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะรีบหยิบยาสีดำออกมาแล้วโยนไปทางสวีอันอู๋ สวีจ่านและสวีจื่อรั่ว
“นี่คือยาถอนพิษ รีบกินซะ”
“มันเป็นยาพิษไร้สีไร้กลิ่น ส่งผลต่อผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหกเล็กน้อย พวกข้าไม่ต้องการยาถอนพิษหรอก จะว่าไป ผู้อาวุโสกู่ เหตุใดเจ้าถึงมียาถอนพิษมากมายขนาดนี้?”
สวีจื่อรั่วเอ่ยถามด้วยสายตาระแวดระวัง
กู่พานเจียงผู้เดิมมีใบหน้าอ่อนโยนพลันเผยสีหน้าเหยียดหยัน หลังจากนั้นเขาก็ร่ายผนึกในมือแล้วตะโกนออกมา “ระเบิด!”
ปัง ปัง ปัง!
ยาถอนพิษในมือของทั้งสามระเบิดทันทีก่อนหมอกสีดำจะปกคลุมไปทั่วใบหน้า
“อ๊าก…”
สวีจ่านซึ่งเป็นคนตัวใหญ่สุดตอบสนองไม่ทันกาล ถูกแรงระเบิด โลหิตแดงฉานอาบย้อมใบหน้า
แม้สวีอันอู๋จะหลบเลี่ยงทันเวลา แต่พลังของมันรุนแรงเกินไป ทำให้เขากระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง กระอักโลหิตออกมา
ส่วนสวีจื่อรั่ว นางปลอดภัยดี
ทันทีที่เกิดการระเบิด จี้หยกที่เอวของนางก็แตกกระจาย พร้อมกับชั้นพลังระเบิดออกมา กลายเป็นม่านพลังปกป้องในทันที ทำให้สวีจื่อรั่วรอดปลอดภัย
“กู่พานเจียง คนทรยศคือเจ้า!!”
ดวงตาของสวีจื่อรั่วเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
ก่อนมาที่นี่ นางคาดเดาไว้หลายคนที่อาจเป็นคนทรยศ แม้แต่สวีอันอู๋ก็ไม่เว้น
แต่มีเพียงกู่พานเจียงเท่านั้นที่นางไม่สงสัย เพราะตอนเข้าร่วมกับตระกูลสวีครั้งแรก เขาสังหารคนจากตระกูลโจวด้วยตนเอง คนที่มีความขัดแย้งกับตระกูลโจวจะเป็นคนทรยศได้อย่างไร??
“คุณหนูใหญ่สวี คาดไม่ถึงว่าท่านจะมีศัสตราศักดิ์สิทธิ์อย่างหยกพิทักษ์ระดับสองอยู่กับตัวด้วย คาดไม่ถึงเลย”
น้ำเสียงของกู่พานเจียงสงบ หลังจากสะบัดแขนเสื้อ ผู้บำเพ็ญระดับต่ำทั้งสองก็สิ้นชีพ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน