เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 57

บทที่ 57 คนชั่วฆ่าคนได้สายสะพายทองคำ

ไปลงนรกซะ”

กระบี่ของกู่พานเจียงมุ่งไปที่สวี่หยาง แล้วฟันลงตรงหน้าสวี่หยางอย่างว่องไว

สีหน้าของสวี่หยางเปลี่ยนไป เขาหยิบยันต์ออกมาอีกแผ่นโดยไม่ต้องคิด ม่านแสงที่เกิดจากยันต์นั้นเป็นดั่งเกราะป้องกันการโจมตีทั้งหมด

ฉึก ฉึก…

ในเวลาเดียวกัน สวี่หยางก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว เขาเปิดใช้งานดัชนีฝังเข็มอย่างต่อเนื่อง ทำให้กู่พานเจียงต้องหลบต่อไป

มือและเท้าของกู่พานเจียงได้รับบาดเจ็บแล้ว เขาแสร้งทำเป็นต่อสู้กลับ ก่อนจะหนีไปทางทะเลสาบ

สวี่หยางไล่ตามเขาไปอย่างไม่ลดละ อย่างไรเสีย ตอนนี้พวกเขาก็กำลังได้เปรียบ ต้องจัดการกู่พานเจียงให้ได้

กู่พานเจียงอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยท่าทางการหลบเลี่ยงเช่นนี้ มีโอกาสสูงที่อีกฝ่ายจะพ่ายแพ้

เมื่อเห็นดังนั้น สวีจื่อรั่วก็ดีใจมาก “กู่พานเจียงกำลังเสียเปรียบ สวี่หยาง ระวังให้ดี เจ้าโจรร้ายคนนี้เต็มไปด้วยกลอุบาย”

คำพูดนั้นช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจของเหล่าผู้บำเพ็ญตระกูลสวีอย่างยิ่ง!!

กู่พานเจียงถอยหนีเช่นนี้ หมายความว่าเขาสู้ไม่ได้

แน่นอนว่าเมื่อโจวเซี่ยงและอู๋หย่งปิงได้ยินเช่นนั้น ก็ตกอยู่ในความกระวนกระวาย

เดิมทีพวกเขาวางแผนเอาไว้อย่างดี หลังจากใช้ยาพิษ ผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับต่ำของตระกูลสวีก็จะสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ จากนั้นด้วยฤทธิ์ของยาพิษ พวกเขาก็จะล้มสวีจ่านและสวีอันอู๋ที่แข็งแกร่งที่สุดได้อย่างรวดเร็ว

แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น สวีจ่านถูกสังหารทันทีตามแผน

แต่ตัวแปรอย่างสวี่หยางเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง!

หากไม่มีสวี่หยาง กู่พานเจียงก็จะสามารถมาช่วยพวกเขา จัดการสวีอันอู๋ แล้วก็จะเหลือเพียงสวีจื่อรั่วคนเดียว ที่พวกเขาสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

แต่ตอนนี้กู่พานเจียงถูกไล่ต้อนจนหนีไปแล้ว

“ไป!”

กลางอากาศ สวี่หยางตะโกน แล้วขว้างลูกไฟใส่หลังของกู่พานเจียงโดยไม่ลังเล

ลูกไฟคู่

ความร้อนจากลูกไฟทั้งสองลูกนั้นมหาศาล มันลอยแหวกอากาศเหนือน้ำ จนทำให้เกิดไอน้ำลอยขึ้นมาจากทะเลสาบ

เมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่อยู่ข้างหลัง กู่พานเจียงก็ลอบก่นด่าสวี่หยางในใจ ไอ้เวรนี่กัดไม่ปล่อยเลยจริง ๆ

แต่เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้มีคนจำนวนมากอยู่รอบ ๆ สวี่หยางจึงไม่สามารถใช้เคล็ดวิชานี้ได้ ไม่เช่นนั้นลูกไฟที่ร้อนแรงจะทำร้ายคนอื่นไปด้วย

กู่พานเจียงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหันกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วฟาดฟันกระบี่อีกครั้ง เพื่อพยายามต้านทานการโจมตีของลูกไฟ

ตู้ม!

กระบี่ปล่อยปราณวิญญาณสีฟ้าผันผวนสร้างเป็นเกราะป้องกัน สามารถต้านทานลูกไฟได้ทันท่วงที

แต่เห็นได้ชัดว่ากู่พานเจียงกำลังดิ้นรนอย่างหนัก เหงื่อเย็นผุดท่วมหน้าผาก ร่างกายของเขาก็ถึงขีดจำกัดแล้ว

เพราะสุดท้ายนักปรุงยาก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ จนถึงตอนนี้เขาก็พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว

ทันใดนั้นเอง

สวี่หยางหยิบร่มพันกลออกมา การปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันและความผันผวนของพลังยุทธ์ ทำให้สีหน้าของกู่พานเจียงเปลี่ยนไป

“ขั้นสูงระดับหนึ่ง!!!”

โอ้สวรรค์ มันคือศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงระดับหนึ่ง

ต้องรู้ว่าศัสตราศักดิ์สิทธิ์ของเขามีเพียงแค่ขั้นกลางเท่านั้น

สวี่หยางมีอาวุธที่ดีจริง ๆ

สถานที่แห่งนี้อยู่ไกลจากสถานที่ที่เพิ่งต่อสู้กันเมื่อครู่นี้ค่อนข้างมาก

สวี่หยางไม่กลัวว่าจะถูกคนอื่นเห็นอีกต่อไป เขาจึงหยิบศัสตราศักดิ์สิทธิ์ออกมาปะทะกับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ของกู่พานเจียงกลางอากาศ

“ท่าไม่ดีแล้ว!!”

กู่พานเจียงรู้ว่าศัสตราศักดิ์สิทธิ์ของตนอ่อนแอกว่า จึงรีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

สวี่หยางไม่ยอมลดละ หยิบร่มพันกลมาเล็งไปที่กู่พานเจียง แล้วยิงเปลวไฟออกไป

ตู้ม ตู้ม ตู้ม!

อสรพิษเพลิงพวยพุ่งออกมา เสื้อคลุมของกู่พานเจียงถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็ว อุณหภูมิร้อนระอุทำให้เขาต้านทานได้ยาก ทำได้เพียงกระโดดหนีลงไปในทะเลสาบเท่านั้น

ตู้ม!!!

ฉึก ฉึก!

สวี่หยางใช้โอกาสนี้ยิงจุดฝังเข็มสองจุดติดต่อกัน เจาะเข้าไปในร่างกายของกู่พานเจียงจากด้านหลัง

“อย่า…”

กู่พานเจียงโผล่ขึ้นมาจากน้ำอีกครั้ง แล้วอ้อนวอน “สหายเต๋าสวี่ หากอะไรก็คุยกันก่อน โปรดเมตตาด้วยเถิด…”

ก่อนจะทันพูดจบ ร่มพันกลก็หมุนตัวด้วยความเร็วสูง ตัดศีรษะของเขากระเด็นออกไปในฉับเดียว

สีเลือดแดงฉานย้อมทะเลสาบจนเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ!!

สวี่หยางรีบหยิบถุงเก็บของของกู่พานเจียงขึ้นมา แล้วปล่อยให้ศพไร้หัวจมลงไปใต้ทะเลสาบ

“เขามาจากครอบครัวร่ำรวย ดังนั้นถุงเก็บของของเขาจะต้องมีของเยอะมากแน่ ๆ”

ชายหนุ่มมองอย่างสบายอารมณ์ แน่นอนว่าเขาพึงพอใจมาก

มีของดีมากมาย แค่หินวิญญาณเพียงอย่างเดียวก็มีประมาณพันก้อนแล้ว ซึ่งจำนวนเท่านี้ไม่นับว่ามากเกินไปสำหรับนักปรุงยาเลย

สาเหตุหลักมาจากเขาใช้หินวิญญาณส่วนใหญ่ในการซื้อสมุนไพรมาทำยานั่นเอง มียาหลายชนิดอยู่ในนั้น รวม ๆ แล้วน่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองพันหินวิญญาณ

นอกจากนี้ยังมีขวดยาต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาเม็ดระดับหนึ่ง ซึ่งมีมูลค่าประมาณห้าร้อยหินวิญญาณ

นอกจากนี้ยังมีเตาหลอม และสูตรยาอีกด้วย

น่าเสียดายที่ไม่มีตำราเกี่ยวกับการปรุงยา

“เตาหลอมนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เป็นถึงขั้นสูงระดับหนึ่ง!” หากต้องการซื้อเตาหลอมเช่นนี้เอง มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขา เพราะต้องอาศัยทรัพยากรทางการเงินเยอะ ปกติคงต้องเสียหินวิญญาณไปมากโข

เมื่อมองเตาหลอม สวี่หยางก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ โดยหวังว่าจะพบโอกาสที่จะได้ใช้มันในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีหนังสืออยู่ไม่กี่เล่ม ซึ่งเล่มหนึ่งดึงดูดความสนใจของสวี่หยาง

ตำราหล่อเลี้ยงกายา!

นี่เป็นวิธีการขัดเกลาร่างกาย ที่ไม่เพียงแต่ทำให้อายุยืนยาวขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

“กระบี่อัสนีประกายม่วง! ม่านอวิ๋นลงมือแล้ว”

สวี่หยางก็ลงมือในเวลาเดียวกัน สะบัดนิ้วยิงจุดฝังเข็มสองจุดในคราวเดียว

อู๋หย่งปิงรู้สึกถึงความผันผวนของพลังยุทธ์ที่มาจากด้านหลังเป็นครั้งแรก เขาใจหาย แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เขารู้สึกแค่ความร้อนผ่าวที่แผ่นหลัง ช่วงเวลาต่อมา เขาก็รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมร่างกายได้อีกต่อไป

ทันใดนั้น การมองเห็นของเขาก็ดับวูบ ก่อนจะล้มลงกับพื้น

สวีอันอู๋เห็นสวี่หยางพยักหน้า ก่อนจะมองสวีจื่อรั่ว

ในเวลานี้ สีหน้าของโจวเซี่ยงเปลี่ยนไปมาก เขารีบหันหลังวิ่งไปที่ขอบของค่ายกลทันที

ในเวลาเดียวกัน เขาได้หยิบยันต์ทำลายค่ายกลสองอันออกมาถือ เตรียมขยี้เพื่อเปิดทาง แล้วหลบหนีจากที่นี่

“จะไปไหน”

สวีอันอู๋ตะคอกเสียงเย็น มีแสงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ จากนั้นจึงวาดอักขระกลางอากาศ ทั้งค่ายกลสั่นไหว แล้วอักขระสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือค่ายกล

อักขระเปล่งเสียงอันแหลมคม ยิงไปทางโจวเซี่ยง

สีหน้าของโจวเซี่ยงเปลี่ยนไปมาก หัวใจเขาสั่นสะท้าน พยายามอย่างเต็มที่ที่จะต่อต้านมัน

น่าเสียดายที่เขาใช้พลังมากเกินไปในการต่อสู้ครั้งก่อน จึงไม่มีพลังมากพอจะต้านทาน เมื่อเผชิญกับการโจมตีเช่นนี้

ช่วงเวลาต่อมา พลังอันแหลมคมก็ยิงทะลุร่างกายของเขา ทำให้ร่างของโจวเซี่ยงระเบิดกลางอากาศ เศษเลือดเนื้อของเขากระจายว่อนร่วงลงกับพื้น

ผู้บำเพ็ญที่เหลือของตระกูลสวีเก็บถุงเก็บของของโจวเซี่ยง แล้วเริ่มเก็บกวาดสมรภูมิ

เสิ่นม่านอวิ๋นและหลินอวี้เข้ามา พวกนางโล่งใจเมื่อเห็นว่าสวี่หยางสบายดี ปรี่เข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง

“สหายเต๋าสวี่และภรรยามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ”

สวีจื่อรั่วเดินไปหยิบยาฟื้นฟูจิตวิญญาณ เพื่อเติมพลังยุทธ์ที่ใช้ไป

“คุณหนูใหญ่บาดเจ็บหรือไม่?”

“ไม่เป็นอะไร แล้วกู่พานเจียงล่ะ?”

“ข้าจัดการไปแล้ว ศพอยู่ทีก้นทะเลสาบ ข้าเป็นห่วงสถานการณ์ที่นี่ เลยไม่ได้สนใจศพ”

สวี่หยางกล่าว

ต่อมาผู้บำเพ็ญตระกูลสวีสองคนก็ไปค้นหาศพ

เมื่อฟังคำพูดของสวี่หยาง สวีจื่อรั่วก็ถอนหายใจ “กู่พานเจียงไม่ใช่คนอ่อนแอ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สหายเต๋าสวี่จะฆ่าเขาได้”

“โชคดีที่ข้ามียันต์ติดตัว…”

ด้วยการถ่อมตัวของสวี่หยาง สวีจื่อรั่วจึงไม่ได้สงสัยเลย เพราะนางก็ได้เห็นการต่อสู้เมื่อครู่นี้แล้ว แต่นางไม่คาดคิดว่าการต่อสู้จะจบลงเร็วขนาดนี้

“สวี่หยาง ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆ หากกู่พานเจียงไม่ถูกจัดการไปก่อนแล้ว คุณหนูใหญ่กับข้าก็คงไม่อาจรับมือได้”

สวีอันอู๋เดินเข้ามา พลางเช็ดเลือดที่มุมปาก ดูเศร้าหมองเล็กน้อย แต่ก็พูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

ในเวลานี้ ศพของกู่พานเจียง… ต้องเรียกว่ามันเป็นเพียงเศษซากบางส่วน ถูกเก็บกู้มาแล้ว

“คุณหนูใหญ่ ผู้อาวุโสสวีอันอู๋ ศพของกู่พานเจียงตกลงไปในทะเลสาบ ร่างกายส่วนใหญ่ถูกปลาวิญญาณกินเข้าไปแล้ว”

ผู้บำเพ็ญคนนั้นรายงาน

[1] เฟิน คือ หน่วยนับเวลา 1เฟิน เท่ากับ 1 นาที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน