เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 70

บทที่ 70 งานออกร้านผู้บำเพ็ญธรรมดา

“เอาเป็นเคล็ดการกลั่นลมปราณระดับสูงเป็นอย่างไร หลังจากเข้าสำนักชิงหยาง มันคือเคล็ดวิชาที่ข้าร่ำเรียนและสามารถทำการฝึกฝนจนถึงขอบเขตจินตานได้ บัดนี้ข้าเป็นศิษย์สายใน แม้เป็นเคล็ดวิชาระดับต่ำที่ข้าได้รับการสอนสั่งก็สามารถเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดได้ แต่น่าเสียดายที่เคล็ดวิชานี้เป็นความลับที่สำนักชิงหยางไม่อนุญาตถ่ายทอดให้คนนอก หากลอบแพร่งพรายออกไป ทุกคนในตระกูลจะถูกประหารชีวิต!!”

หวงเสี่ยวเหมยกล่าวขอโทษ

“ส่วนจะซื้อได้ที่ไหน…”

ทันใดนั้นหวงเสี่ยวไฉก็พูดแทรก “เรื่องนี้ข้ารู้”

สวี่หยางเอ่ยคำอย่างกระตือรือร้น “โปรดบอกข้าด้วย หากมีเบาะแสอะไรจะเป็นพระคุณมาก!”

หวงเสี่ยวไฉโบกมือซ้ำไปมา “พี่สวี่ก็พูดเกินไป เทียบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับท่านพี่แล้ว ข้าจะไปขอผลประโยชน์จากเจ้าได้อย่างไร? เอาละ ข้าได้ยินมาจากนักเล่นแร่แปรธาตุที่เป็นเพื่อนบ้านว่าเพราะสำนักชิงหยางจะมีการจัดประมูล ผู้คนทั้งหลายจึงไหลหลั่งกันเข้ามา ทำให้มีการติดต่อซื้อขายผ่านงานออกร้านผู้บำเพ็ญธรรมดา ใช่แล้ว ข้าได้ยินมาว่ามีการประมูลเคล็ดวิชาระดับสูงรวมอยู่ด้วย!”

“ว่ากันว่าเคล็ดวิชาดังกล่าวมาจากตระกูลผู้บำเพ็ญเซียน ตระกูลดังกล่าวถูกผู้บำเพ็ญมารกวาดล้างเมื่อสองปีก่อน หลังจากนั้น คนในตระกูลบางส่วนจึงกลายเป็นผู้บำเพ็ญธรรมดา เนื่องจากพวกเขาใช้ประโยชน์จากเคล็ดวิชาระดับสูงไม่ได้ก็เลยอยากขายพวกมันให้กับโลกภายนอก”

หัวใจของสวี่หยางสั่นไหว “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนสหายเต๋าหวงช่วยแนะนำงานออกร้านผู้บำเพ็ญธรรมดาที”

“ได้ พรุ่งนี้ข้าจะถามแล้วมาแจ้งให้เจ้าทราบ”

หวงเสี่ยวไฉยิ้มอย่างมีความสุขที่สามารถช่วยสวี่หยางได้

“ถ้างั้นตกลงตามนี้ สวี่หยาง ข้าจะไปกับเจ้าด้วย!” หวงเสี่ยวเหมยบอกว่าการทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยให้เขาไปในตัว

สวี่หยางพยักหน้าโดยไม่ปฏิเสธ

หลังจากพี่น้องไปจากที่นี่แล้ว สวี่หยางก็ไม่รีบร้อนจากไป เขาเก็บจานที่เหลือก่อนจะเปิดห้องเพื่ออยู่ที่นี่

สมกับเป็นร้านอาหารระดับสูง

ทั่วทั้งร้านมีค่ายกลรวมวิญญาณ เขาสามารถทำการฝึกฝนที่นี่เพื่อทำให้การบำเพ็ญพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ตกเย็น ฟ้าเริ่มมืด

สวี่หยางออกไปเดินข้างนอกขณะมองม่านราตรีกับถนนที่พลุกพล่านพลางถอนหายใจ เขาจากบ้านมาหลายวัน ทำให้ไม่คาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์จากภรรยา

ใช่แล้ว แม้คราวนี้เขามาที่นี่หลายวันแต่ก็ยังได้รับคะแนนพิเศษประมาณสิบแต้มทุกเช้า หากนำของภรรยาทั้งสองมารวมกันก็จะอยู่ที่ราวสามสิบแต้ม

มันแสดงให้เห็นว่าภรรยาทั้งสองอารมณ์ดี

“แบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย”

สถานที่ดังกล่าวสมกับเป็นเมืองเซียน แม้จะเดินตามถนนช่วงกลางคืนก็ยังมีผู้คนเป็นจำนวนมาก

สวี่หยางเดินเลียบแผงลอยก่อนจะซื้ออาหารท้องถิ่น

นอกจากนี้เขายังไปที่ร้านสมุนไพรวิญญาณเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์พืชวิญญาณที่ไม่มีติดมือมาด้วย

ตอนนี้เขาใส่เมล็ดพันธุ์พืชวิญญาณสามสิบชนิดไว้ในถุงขนาดเล็ก

เมื่อรวมกับที่ซื้อในวันนี้ จำนวนจึงอยู่ที่ประมาณสี่สิบชนิด

เหตุผลที่เขาค้นหาทุกหนแห่งก็เพราะกำลังพิจารณาการสร้างรากฐานในอนาคต เมื่อวางแผนถึงเรื่องยาสร้างรากฐาน เขาก็จำเป็นต้องมีโอสถวิญญาณมากขึ้น

หากซื้อโอสถวิญญาณทันทีย่อมไม่สามารถจ่ายได้อย่างแน่นอน หรือต่อให้ซื้อได้ก็จะตกเป็นเป้าหมายในทันที ดังนั้นเริ่มที่เมล็ดพันธุ์ก่อนย่อมเป็นการดีกว่า

เขาจะปลูกสมุนไพรวิญญาณด้วยตนเอง!!

เมื่อกลับเข้าไปในร้านอาหาร จิตเทวะของสวี่หยางก็แผ่ขยายออกไป

อื้ม ไม่มีใครตามมา

จากนั้นเขาจึงกลับบ้านเพื่อพักผ่อน

……

วันต่อมา

[แม้ภรรยาหลินอวี้จะคิดถึงท่านเล็กน้อย แต่เนื่องจากหนูสุ่ยหลิงยังอยู่ในสภาพดี นางจึงอารมณ์ดีไปด้วย ทำให้ได้รับคะแนนพิเศษ 15 แต้ม]

[แม้เมื่อคืนภรรยาเสิ่นม่านอวิ๋นฝันธรรมดากับฝันทางเพศถึงท่านอย่างละครั้ง แต่เนื่องจากหนูสุ่ยหลิงยังอยู่ในสภาพดี นางจึงอารมณ์ดีไปด้วย ทำให้ได้รับคะแนนพิเศษ 15 แต้ม]

“ไม่เลว ได้คะแนนพิเศษถึง 30 แต้มเลย”

เนื่องจากหนูสุ่ยหลิงทำสัญญากับเขาผ่านป้ายควบคุมสัตว์อสูร หากมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกนางจนแผ่นป้ายดังกล่าวตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น สถานะของมันย่อมต่างออกไป

ดังนั้นภรรยาทั้งสองจึงขึ้นอยู่กับสถานะของหนูสุ่ยหลิง

หลังจากรับประทานอาหารเช้า หวงเสี่ยวไฉก็มาที่โรงเตี๊ยมเพื่อส่งจดหมายให้สวี่หยาง

“พี่สวี่ คำเชิญเข้าร่วมงานออกร้านผู้บำเพ็ญธรรมดาที่ข้าไปขอมาจะจัดขึ้นในดินแดนรกร้างนอกเมืองเซียนในวันพรุ่งนี้…”

“ปลอดภัยหรือไม่?”

สวี่หยางคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำว่าเป็นดินแดนรกร้างนอกเมือง

“อืม… พวกนักเล่นแร่แปรธาตุบอกว่าปลอดภัยแน่นอน เพราะงานออกร้านนี้จัดโดยผู้บำเพ็ญนามว่าอี้ฝูกับผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานอีกหลายคน สหายเต๋าอี้ฝูผู้นี้ศึกษาพระธรรม แม้จะไม่ใช่ศิษย์พุทธคุณ แต่ก็นับว่าเป็นศิษย์ฆราวาสที่มีชื่อเสียงในโลกภายนอกค่อนข้างมาก หากมีเขาอยู่ งานครั้งนี้ย่อมปลอดภัยอย่างแน่นอน”

สวี่หยางหยิบคำเชิญออกมา

“อื้ม คำเชิญเป็นของจริง แต่ข้าต้องขอบอกล่วงหน้าเอาไว้ก่อน งานออกร้านผู้บำเพ็ญธรรมดาจัดขึ้นโดยสหายเต๋าอี้ฝูกับผู้อาวุโสขอบเขตสร้างรากฐานสองคน ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามทะเลาะวิวาท หากฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษ!”

สวี่หยางพยักหน้า

เมื่อเห็นท่าทีอ่อนน้อมว่าง่ายของสวี่หยาง ผู้บำเพ็ญมนุษย์ทั้งสองก็ปล่อยเขาเข้าไป

ทันทีที่ผ่านค่ายกล สายตาของสวี่หยางก็แจ่มชัดขึ้น

สถานที่แห่งนี้กลายเป็นบริเวณคล้ายห้องโถงที่มีขนาดใหญ่ ในตอนนี้ ผู้คนทั้งหลายจับกลุ่มกันสามถึงห้าคน

สวี่หยางสังเกตเห็นว่าคนส่วนใหญ่มาด้วยกัน เนื่องจากนักเดินทางที่มาคนเดียวมีเพียงเขาเท่านั้น ทำให้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทั้งหลาย

สวี่หยางแผ่ขยายจิตเทวะออกไปก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาส่วนใหญ่อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณ ผู้อ่อนแอที่สุดอยู่เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่เท่านั้น

บนเวทีด้านหน้ามีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานห้าคน พวกเขาไม่สวมหน้ากาก เห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าภาพในการจัดงานออกร้านครั้งนี้

ไม่ช้า ผู้บำเพ็ญมนุษย์มากกว่าหกสิบคนก็มารวมตัวกันที่นี่

ขณะสวี่หยางรอคอยอยู่นั้น เขาก็ส่งข้อความหาหวงเสี่ยวเหมย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการตอบกลับ

“พวกท่านทั้งหลายคงทราบกฎของงานออกร้านครั้งนี้กันดีแล้ว ผู้เข้าร่วมทุกท่าน โปรดจ่ายหินวิญญาณแปดก้อนเพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของทุกท่านด้วย”

หนึ่งในผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานซึ่งเป็นผู้จัดงานลุกขึ้นแล้วเอ่ยคำ

“ผู้อาวุโสฟาง นี่หินวิญญาณ” ผู้บำเพ็ญมนุษย์คนหนึ่งหยิบถุงขนาดเล็กออกมา

คนอื่นต่างทยอยส่งมอบให้

สวี่หยางมอบหินวิญญาณแปดก้อนให้เช่นกัน

หลังจากเก็บรวบรวมเสร็จสรรพ สหายเต๋าอี้ฝูผู้มีศีรษะล้านและถือไม้เท้าที่ดูเหมือนกิ่งไม้แห้ง ๆ ก็เอ่ยคำ “ข้าคือสหายเต๋าอี้ฝู กรุณาเงียบเสียงลงหน่อย งานออกร้านกำลังจะเริ่มแล้ว!”

“สำหรับงานออกร้านครั้งนี้ ทุกคนจะต้องเตรียมของที่จะซื้อขายมาไว้ตรงหน้า หากเป็นของพิเศษก็นำมาให้ข้าเป็นตัวแทนจัดแสดงได้”

“ข้า สหายเต๋าอี้ฝู ผู้มีชื่อเสียงในโลกหล้าขอรับประกันเรื่องความปลอดภัยของงานออกร้านครั้งนี้ ดังนั้นทุกท่านโปรดวางใจได้”

หลังจากสิ้นคำ ผู้คนทั้งหลายก็เริ่มนำของที่ต้องการแลกเปลี่ยนออกมา

“ข้ามีศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงระดับหนึ่งประเภทขวาน ข้าอยากแลกเปลี่ยนกับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงระดับหนึ่งประเภทกระบี่ หรือจะเป็นดาบก็ได้”

ผู้บำเพ็ญมนุษย์คนหนึ่งตะโกน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน