เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 79

บทที่ 79 ผู้บำเพ็ญหญิงลึกลับ

เมื่อเผชิญหน้ากับคำพูดของพ่อแม่ หวงเสี่ยวเหมยก็ทำอะไรไม่ถูก

“ท่านพ่อท่านแม่ เรื่องนี้มันผ่านไปนานแล้ว พวกท่านยังไม่ปล่อยวางอีกหรือ ตอนนี้สวี่หยางไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเปิดร้านและหาหินวิญญาณได้เป็นกอบเป็นกำ เขาช่วยข้าหาหินวิญญาณมากกว่าห้าร้อยก้อนต่อปีด้วยซ้ำ ครั้งนี้เขายังมอบของขวัญเป็นหินวิญญาณสองร้อยก้อนอีก เขา…”

คำพูดของหวงเสี่ยวเหมยถูกขัดโดยบิดาของนาง “เหอะ ก็แค่ลูกไม้ทั่วไป”

“ใช่ ลูกไม้ธรรมดา เขายังคงหมกมุ่นในตัวเจ้า พ่อค้าก็คือพ่อค้า นี่มันก็แค่ความเจ้าเล่ห์อย่างหนึ่งไม่ใช่หรือ?”

หวงเสี่ยวเหมย “…”

หวงเสี่ยวเหมยจนคำพูด ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

“ในความคิดของข้า เจ้าควรหาคนอื่นดีกว่า ข้าได้ยินมาว่ามีผู้กำจัดแมลงคนใหม่ที่มากความสามารถ ขนาดลูกหลานของตระกูลสวียังไปขอให้เขาช่วยเลย ราคายังไม่แพงด้วย!”

ผู้เป็นแม่หันไปเอ่ยกับชายที่กำลังแกะเปลือกถั่ว

พ่อของหวงเสี่ยวเหมยเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์เฒ่า ในช่วงแรกที่ไม่มีหินวิญญาณและฐานะครอบครัวยากจน เขาได้แต่งงานกับแม่ของหวงเสี่ยวเหมยซึ่งเป็นภรรยามนุษย์

คาดไม่ถึงว่าภรรยามนุษย์ผู้นี้จะให้กำเนิดบุตรอย่างหวงเสี่ยวเหมยและหวงเสี่ยวไฉได้สำเร็จ ซึ่งทั้งสองต่างมีรากฐานวิญญาณ

ผู้บำเพ็ญเฒ่าพยักหน้าก่อนจะหันไปมองหวงเสี่ยวเหมย “อื้ม อย่าให้สวี่หยางมา เจ้าจะได้ไม่ติดหนี้บุญคุณและถูกเขาหลอกอีก!! เสี่ยวเหมย จำไว้ว่าเจ้าต้องแต่งงานกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานในภายภาคหน้า เข้าใจหรือไม่?

พวกเขาไม่รู้เลยว่าสวี่หยางกำลังปกปิดกลิ่นอายยืนอยู่ไม่ไกล ทำให้เขาสามารถเข้าใจทุกคำพูดในบทสนทนาเมื่อครู่ได้

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

สวี่หยางพูดไม่ออกจนอยากวิ่งหนีไปเสียเดี๋ยวนี้

โชคดีที่คำพูดถัดมาของหวงเสี่ยวเหมยช่วยให้หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมาก

“ท่านพ่อท่านแม่ พวกท่านอย่าได้ตั้งแง่ผู้อื่นโดยเอามาตรฐานตัวเองเป็นที่ตั้ง”

“เจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดถึงพูดจายอกย้อนเช่นนี้ คิดว่า…”

“ชู่วว์ สวี่หยางอยู่ที่นี่ ถ้าเขาได้ยินมันจะไม่ดีเอา”

สวี่หยางจงใจปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาตอนเดินมาถึงประตู

สิ้นคำ ทั้งสองก็ไม่เอ่ยอะไรอีก ถึงอย่างไรพวกเขาล้วนอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องดีนักที่จะสร้างความขุ่นเคืองต่อกัน

“ท่านลุง ท่านป้า!” สวี่หยางทักทาย

“สวี่หยาง เจ้ามาถึงเสียที เจ้าสามารถจัดการกับหนอนเขาวัวได้หรือไม่?” หวงเสี่ยวเหมยถาม

แม้พละกำลังของหวงเสี่ยวเหมยจะยอดเยี่ยมหลังจากเข้าสำนักชิงหยาง แต่นางไม่เคยเรียนรู้เคล็ดวิชาละเอียดอ่อนเช่นนั้นมาก่อน ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถจัดการกับมันได้จนต้องขอให้ผู้อื่นช่วย

สวี่หยางพยักหน้า “เชื่อมือข้าได้เลย ข้าเพิ่งจัดการหนอนเขาวัวที่บ้านตัวเองกับบ้านของหลี่ต้าต่งเสร็จพอดี”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของพ่อแม่หวงเสี่ยวเหมยก็ดูดีขึ้น อีกฝ่ายคล้ายกับมีความสามารถจริง

ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงยิ้มร่าขณะนำสวี่หยางไปยังที่ดินซึ่งอยู่หลังบ้าน

“สวี่หยาง ขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนเจ้า ข้าไม่รู้ว่าต้องเตรียมหินวิญญาณเท่าไหร่ในการจัดการกับหนอนเขาวัว”

แม่ของหวงเสี่ยวเหมยสอบถาม

เพื่อไว้หน้าหวงเสี่ยวเหมย สวี่หยางจึงตอบว่าไม่จำเป็น

ทว่าคู่สามีภรรยาเฒ่าต่างยืนกรานว่าจะให้ โดยบอกว่าทุกความพยายามสมควรที่จะได้รับผลตอบแทน

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่อยากให้ลูกสาวติดหนี้บุญคุณไปมากกว่านี้

ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางจึงคิดราคาตามราคาตลาดปกติ

เมื่อคำนวณแล้วจะต้องจ่ายหินวิญญาณเจ็ดก้อนต่อพื้นที่หนึ่งหมู่

สวี่หยางมาหยุดอยู่หน้าพืชวิญญาณบางส่วน แล้วแผ่จิตเทวะออกไป ไม่ช้าเขาก็พบหนอนเขาวัวอยู่ในพื้นดิน

หัวใจของเขาสั่นสะท้าน เพราะมันมีมากถึงสี่สิบห้าตัว!

ยิ่งกว่านั้น พวกมันเหมือนกับหนอนเขาวัวในทุ่งก่อนหน้านี้ที่มีขนาดเท่ากัน เห็นได้ชัดว่าได้รับการเลี้ยงดูโดยมนุษย์

สวี่หยางตระหนักได้ทันทีว่ามันมีร่องรอยของแผนร้ายบางอย่าง

หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป หนอนเขาวัวทั้งหมดก็ถูกกำจัด

เขาส่งสารหาหลี่ต้าต่งเพื่อขอให้ลูกสาวมาที่นี่เพื่อเก็บกวาดพวกมัน ซึ่งซากที่แห้งแล้วของหนอนเขาวัวเหล่านี้สามารถขายได้คราวละสองหินวิญญาณเลยทีเดียว

ซากเหล่านี้ล้วนเป็นของเขาตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งพวกมันถูกมอบให้กับหลี่หวั่น ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ขัดสนเงินทองแต่อย่างใด

ต่อมา ข่าวลือที่เขาสามารถจัดการหนอนเขาวัวได้ก็แพร่สะพัดไปทั่ว แล้วเพื่อนบ้านต่างก็พากันมาขอความช่วยเหลือ

สวี่หยางย่อมตอบตกลง แล้วเรื่องเหล่านี้ก็ดำเนินไปสักพัก

ราคาที่เขาคิดก็สมเหตุสมผลซึ่งใกล้เคียงกับราคาเดียวกับผู้กำจัดแมลงก่อนหน้า

ส่วนหลี่หวั่นก็ตามเขามาเพื่อช่วยเก็บซากหนอน

เพียงไม่กี่วัน ไม่เพียงแต่สวี่หยางเท่านั้น แม้กระทั่งหลี่หวั่นก็ได้หินวิญญาณหลายสิบก้อน ทำเอาสาวน้อยมีความสุขอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน สวี่หยางก็ได้ยินข่าวลือว่าผู้กำจัดแมลงคนก่อนหายตัวไปอย่างลึกลับ แม้กระทั่งครอบครัวอีกฝ่ายก็ไม่เว้น

หน่วยรักษาการณ์ของตระกูลสวีตั้งข้อสงสัยว่าคนเหล่านั้นถูกสังหารไปแล้ว

สวี่หยางตกตะลึงเมื่อทราบข่าว!!

เขาเริ่มเชื่อมโยงเบาะแส

“การระบาดของศัตรูพืชครั้งนี้แปลกประหลาดเกินไป พรุ่งนี้ข้าจะไปที่พักของตระกูลสวี พวกเจ้าต้องระวังตัวให้ดี อย่าได้ต้อนรับแขกที่รับมือยากเป็นอันขาด”

เสิ่นม่านอวิ๋นหรี่ตาขณะเอ่ยอย่างลังเล “ข้าเพิ่งได้ข่าวมาว่ามีผู้กำจัดแมลงหน้าใหม่มาที่ตระกูลสวี นางเป็นผู้บำเพ็ญหญิงไม่ทราบที่มา! ทันทีที่นางมาที่นี่ในฐานะแขกของตระกูลสวีก็เกิดการระบาดของแมลง!”

“หืม??” หัวใจของสวี่หยางเริ่มตื่นเต้น

หลินอวี้เอ่ย “ภรรยาของอาจารย์เกาเป็นคนเล่าให้ฟัง นางรับผิดชอบในการส่งโอสถบางส่วนให้กับที่พักของตระกูลสวี สนิทสนมจนทราบข่าวนี้”

“สามีคิดว่าเป็นฝีมือของผู้บำเพ็ญคนนี้งั้นหรือ…”

สวี่หยางส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ แต่ตอนไปที่นั่นในวันพรุ่งนี้คงจะได้รู้กัน”

สิ้นคำ เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

นักต้มตุ๋นจงใจวางยาในบ่อน้ำในหมู่บ้านเพื่อขายแผ่นดูดสารพิษในมือ นอกจากจะซื้อใจชาวบ้านได้แล้ว ยังทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

“หวังว่าข้าจะเดาผิดแล้วกัน”

ผ่านไปสักพัก สวี่หยางเริ่มขยับมือให้ภรรยาทั้งสอง ไม่ช้าพวกนางที่เผยใบหน้าอันเย้ายวนยอมจำนน

เตียงสั่นไหวจนกลายเป็นฉากเร่าร้อนระคนสุขสม

……

ในตอนเช้า สวี่หยางก็มาถึงที่พักของตระกูลสวี

เมื่อมาถึงทางเข้าลานบ้านที่คุณหนูใหญ่สวีจื่อรั่วพัก เขาก็เห็นผู้บำเพ็ญหญิงสวมชุดสีขาวและมีสีหน้าเย็นชา

“กลั่นลมปราณหรือ… ข้ามองไม่เห็นขอบเขตของเจ้า!”

ทันทีที่เห็นสวี่หยาง กลิ่นอายของผู้บำเพ็ญหญิงก็หายไป เห็นได้ชัดว่านางกำลังฝึกฝนวิชายุทธ์อำพรางกลิ่นอายบางอย่าง

ที่น่าสนใจก็คือผู้บำเพ็ญหญิงสวมผ้าคลุมหน้าเนื้อบาง ร่างกายสูงโปร่งยิ่ง ผิวพรรณที่ถูกเผยออกมาขาวเนียนละเอียดอ่อน

นางจับจ้องสวี่หยางอย่างเงียบงันก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “สหายเต๋าสวี่หรือ??”

สวี่หยาง “…”

“แม่นางรู้จักข้าหรือ?”

“เมื่อวานตอนที่เจ้าติดต่อกับคุณหนูใหญ่ ข้าบังเอิญกำลังคุยอยู่พอดี นางบอกว่าเจ้าเองก็มีวิธีกำจัดแมลงเหมือนกัน”

สวี่หยางตระหนักถึงตัวตนของผู้หญิงคนนี้ได้ทันที!!

“เจ้าคือผู้บำเพ็ญคนใหม่ที่จะมากำจัดแมลงงั้นหรือ?” สวี่หยางเอ่ยคำ

“ก็แค่สาวน้อยคนหนึ่งเท่านั้น”

สวี่หยางพลันตื่นตัวทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน