เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 8

ตอนที่ 8 ฆ่าแม้แต่อาตัวเอง

“หมอนี่ยังไม่หลับอีกหรือ”

สวี่หยางมองตะเกียงน้ำมันที่จุดอยู่ตรงนั้น ฉับพลันร่างก็วูบไหวก่อนจะหลบหนีไปหลังกำแพงด้านข้าง

บริเวณนั้นมีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง เขาจึงซ่อนตัวอยู่ระหว่างกำแพงและต้นไม้

แน่นอนว่าบ้านของหวังหู่ต้องมีค่ายกลป้องกัน ดังนั้นการบุ่มบ่ามปีนกำแพงเข้าไปย่อมไม่ได้ผลแน่นอน เขาจึงตัดสินใจไปที่ประตูหลังก่อน

เมื่อมาถึงประตูหลัง เขาก็ได้ยินบทสนทนาของคนข้างในอย่างแผ่วเบา

ภายในบ้าน ทั้งหวังหู่และผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวกำลังสนทนากัน

“พี่โจว ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ หากวันมะรืนนี้สวี่หยางยังไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ข้ารบกวนเจ้าช่วยสั่งสอนบทเรียนเสียหน่อย พอเขากลัวแล้วจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร!” หวังหู่ยิ้มหยัน “กล้าดีอย่างไรถึงมาปฏิเสธข้า เขาจะต้องทำงานในทุ่งแม้จะไม่อยากทำก็ตาม”

“การจัดการผู้ปลูกถ่ายวิญญาณก็แค่เรื่องเล็กน้อย แต่สุดท้ายสถานที่แห่งนี้ก็มีขนาดเล็กเกินไป แม้พวกเราจะฆ่าครอบครัวของเหล่าหวังได้ แต่หินวิญญาณที่ได้มาก็มีเพียงไม่กี่สิบก้อนเท่านั้น”

“เด็กน้อยจงพยายามต่อไป ครั้งหน้าพวกเราน่าจะไปที่ทะเลสาบพานหยาง ในการเผชิญหน้าระหว่างตระกูลสวีกับจักรพรรดิสัตว์ร้ายตระกูลโจว ดูเหมือนตระกูลสวีจะมีความได้เปรียบกว่า พวกเขาได้วางแผนพัฒนาพื้นที่รกร้างเหนือทะเลสาบพานหยางไว้แล้ว ถึงตอนนั้นจะต้องมีผู้คนจำนวนมากไปที่นั่นแน่นอน แล้วพวกเราก็จะได้ทำงานใหญ่สักสองสามงาน”

“อื้ม เมื่อไม่นานมานี้การฝึกตนของข้าก็มีความคืบหน้าเหมือนกัน”

เนื่องจากทั้งสองเมามายเล็กน้อย ทำให้การรับรู้ของพวกเขาไม่มากพอจะตระหนักได้ว่ากำแพงมีหู ประตูมีช่อง

ผ่านไปสักพัก ผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวก็ลุกขึ้นปรบมือ “เหมือนข้างนอกฝนจะตกแล้ว ข้าขอตัวก่อน”

“ทราบแล้วพี่โจว”

เมื่ออีกฝ่ายจากไป หวังหู่ก็ดื่มสุราต่อ

สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือมีร่างสีดำนอนแน่นิ่งไม่ขยับไปไหนอยู่ตรงมุมมืดของประตูหลัง

ร่างนั้นก็คือสวี่หยางนั่นเอง

“หวังหู่เป็นตัวการที่ทำให้ครอบครัวของเหล่าหวังตายจริง ๆ เขาโหดเหี้ยมถึงขั้นฆ่าแม้แต่อาตัวเอง”

เมื่อเห็นว่าผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวจากไปแล้ว สวี่หยางจึงตามติดอีกฝ่าย

ผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ขอบเขตการฝึกตนอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสาม แม้จะไม่แข็งแกร่งมาก แต่ก็เป็นถึงปรมาจารย์ด้านค่ายกล

เมื่อเดินผ่านตรอกแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เขาก้มมองโดยไม่รู้ตัวก่อนจะพบรูโลหิตบริเวณหน้าอก อวัยวะภายในถูกทำลายจนสิ้น สัมผัสได้ว่าลมหายใจกำลังจะหลุดลอย

“ท่านยอดฝีมือโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย…”

ผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวโอดครวญก่อนจะล้มลงกับพื้น

“ดัชนีฝังเข็มเหมาะกับการลอบโจมตีจริง ๆ”

สวี่หยางปรากฏกายท่ามกลางความมืด

ชายหนุ่มอุ้มร่างของผู้บำเพ็ญมนุษย์แซ่โจวไปที่หลังบ้านของหวังหู่ก่อนจะหยิบกระเป๋าออกมา

เขาได้ทั้งหินวิญญาณหลายสิบก้อนกับเศษหินวิญญาณบางส่วน นับว่ามั่งคั่งไม่น้อย

ตอนนี้ หวังหู่ยังคงดื่มอยู่

ก๊อก ๆ!

“ใครน่ะ?”

หวังหู่เดินไปที่ประตูทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะ เขาไม่ใช่คนโง่ การมาเคาะในยามวิกาลเช่นนี้ย่อมมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

เขาไม่เปิดประตูในทันที แต่ลอบสื่อสารกับค่ายกลป้องกันในลานบ้าน

“ข้าเอง” เสียงของสวี่หยางดังขึ้น “เมื่อกลางวันพี่หวังหู่ขอให้ช่วยไม่ใช่หรือ ตอนนั้นน้ำเสียงของข้าไม่ดีนักก็เลยอยากมาขอโทษ”

“โอ้?” หวังหู่รู้สึกยินดีเมื่อได้ยินเสียงของสวี่หยาง ความระแวดระวังจึงผ่อนลงหลายส่วน

ถึงอย่างไร สวี่หยางก็เป็นผู้ปลูกถ่ายวิญญาณที่ขึ้นชื่อว่าไอ้ขี้แพ้ในแถบนี้!

เขาถูกคนรักในวัยเด็กหักอกและถูกสำนักชิงหยางทุบตีจนกลายเป็นตัวตลก

ความแข็งแกร่งก็ต่ำสุดจึงถือเป็นตัวตนชั้นต่ำสุดของที่นี่

หวังหู่ไม่เชื่อว่าคนเช่นนั้นจะทำอันตรายเขาได้ หรือต่อให้กล้า ตัวตนเช่นนั้นก็ไม่คณามือเชาหรอก

หวังหู่เดินโซเซไปเปิดประตู “เข้ามา เข้ามา เหตุใดถึงมาขอโทษดึกดื่นเช่นนี้ ขอเพียงยอมทำงานหนักเพื่อข้า พี่ชายกับข้าก็…”

ฉัวะ!

ก่อนจะเอ่ยจบ กระแสพลังวิญญาณก็ทะลวงประตูไม้มา ฉีกกระชากหัวใจของหวังหู่อย่างเงียบงัน ทำให้เกิดเป็นรูโลหิตที่กว้างประมาณหนึ่งนิ้ว

“เจ้า!”

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ในเวลาเดียวกัน ร่างของหวังหู่ก็เสียสมดุลพร้อมเซไปข้างหลังอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนจะกระแทกกับพื้นดัง ‘ปัง’

สวี่หยางเห็นร่างที่ล้มลงของหวังหู่ผ่านรอยแยกของประตู

เพื่อความมั่นใจเขาจึงใช้ดัชนีฝังเข็มอีกสองสามครั้งติดต่อกัน

เขาเล็งโจมตีไปที่หน้าผากของหวังหู่สามครั้ง

“โจรพวกนั้นคงหมายตาหินวิญญาณของเขาเอาไว้แล้ว เห็นว่าบ้านถูกรื้อค้นด้วย”

“เขาตายแล้ว ว่าแต่โจรปล้นพวกนั้นเริ่มทำดีตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

“ใครจะไปรู้ ผู้คุมกฎของตระกูลสวีไปตรวจสอบแล้ว พวกเขาสรุปคดีเบื้องต้นไว้ว่า อย่างน้อยผู้ลงมือจะต้องเป็นยอดฝีมือขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหก หวังหู่กับผู้ชายแซ่โจวตายไปโดยไม่มีโอกาสตอบโต้ด้วยซ้ำ”

“โห… ช่างทรงพลังนัก!”

สวี่หยางรู้สึกผ่อนคลายมากหลังจากสังหารหวังหู่ไปเมื่อคืนนี้ อีกทั้งในตอนเช้ายังได้เสพสังวาสกับหลินอวี้ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกรอบ ทำให้เขาเพิ่งจะตื่นเมื่อครู่นี้

หลังจากลุกขึ้นมาแล้ว หลินอวี้ก็กลับมาพร้อมถือถังไม้ซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ

พวกเขาซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับต่ำยังไม่ถึงขั้นฝึกตนแบบปลีกวิเวก ทำให้ต้องซักเสื้อผ้าและล้างเนื้อล้างตัวตามปกติ

หลินอวี้อารมณ์ดีขณะเล่าเรื่องการการตายของหวังหู่ทันทีที่เข้ามา

“พี่เหอบอกว่าคนอย่างหวังหู่สมควรตายแล้ว ในความคิดข้า โจรคนนั้นไม่ใช่โจร แต่เป็นวีรชนผู้ยิ่งใหญ่”

หลินอวี้เอ่ยขณะมองสวี่หยางด้วยความรักใคร่

หลี่ต้าต่งกับเหอฉยงเหลียนผู้เป็นภรรยาที่บังเอิญเดินผ่านมาก็คุยเรื่องนี้เช่นกัน

เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นของหลินอวี้แล้ว ครอบครัวของหลี่ต้าต่งกลับดูเศร้าโศกเสียมากกว่า

เห็นได้ชัดว่าหากโจรสามารถฆ่าหวังหู่ได้ มันก็สามารถจัดการพวกเขาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

“พี่สวี่ ดูท่าพวกเราต้องระวังเช่นกัน ข้าเพิ่งคุยกับสองสามครอบครัวในละแวกนี้มา จนได้ข้อสรุปว่าพวกผู้ชายจะผลัดกันเฝ้าดูในละแวกบ้าน เจ้าคิดเห็นเช่นไร?” หลี่ต้าต่งถาม “จะว่าไป พี่น้องนักเล่นแร่แปรธาตุก็เห็นด้วยเช่นกัน”

สวี่หยางถอนหายใจ “ข้าได้ยินมาว่าคนที่ฆ่าหวังหู่เป็นโจรที่อยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหก ต่อให้พวกเราจะผลัดกันเฝ้าดู แต่ถ้าเจอมันขึ้นมาจะหาทางเอาชนะได้อย่างไร?”

“นั่นมันก็จริงอยู่ แต่…”

“พี่หลี่ เจ้ามีอะไรอยากจะพูดหรือ?”

แม้ในอดีตจะเคยมีโจร แต่หลี่ต้าต่งกลับไม่เคยประสบกับอะไรแบบนี้มาก่อน

“เฮ้อ พี่สวี่เข้าใจข้าดีเหลือเกิน” หลี่ต้าต่งก้มศีรษะ “ข้าอาจจะต้องออกไปข้างนอกในไม่ช้า แต่ก็อดเป็นห่วงภรรยากับลูกสาวที่บ้านไม่ได้ ข้าจึงอยากเสนอให้ผลัดกันเฝ้าดูด้วยกันน่ะ!”

“อะไรนะ? พี่หลี่จะออกไปข้างนอกหรือ?”

“ถูกต้อง หลังจากข้าไปแล้ว ฝากดูแลภรรยากับลูกสาวของข้าที่บ้านด้วย!”

ทำไมน้ำเสียงถึงฟังดูโดดเดี่ยวนัก?

[1] เซียนทองคำต้าหลัว คือ หนึ่งในห้าเซียนสวรรค์ของลัทธิเต๋า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน