บทที่ 85 รับใช้ข้า? ข้า สวี่หยาง เป็นคนแบบนั้นหรือ?
“รับใช้ข้าหรือ??”
สวี่หยางตกตะลึงชั่วขณะ สีหน้าดูแปลกประหลาด
เขาได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่
หลินหวั่นชิงยังคงรู้สึกว่าเป็นการยากที่เขา สวี่หยาง จะทำสำเร็จสินะ
แต่สำนักชิงหยางอาจจะทำได้!!
สำนักชิงหยางเป็นหนึ่งในสามกองกำลังสูงสุดในโลกเซียนแห่งแดนเหนือ พวกเขาจะต้องสามารถรักษาพิษแปลกประหลาดในร่างกายของนางได้อย่างแน่นอน
ซึ่งเขา สวี่หยาง บังเอิญรู้จักกับหวังสวี่เฉียงผู้เป็นศิษย์สำนักชิงหยาง ด้วยความสัมพันธ์นี้ ตนเองอาจจะสามารถขอให้ผู้อาวุโสของสำนักชิงหยางช่วยเหลือได้
เพื่อให้เขาตอบตกลง ผู้หญิงคนนี้ถึงกับใช้ร่างกายตัวเองเข้าแลก
แต่เขา สวี่หยาง เป็นคนแบบนั้นหรือ?
สวี่หยางย่อมเมินเฉยแล้วเย้ยหยัน “สหายเต๋าหลินคิดว่าข้าเป็นคนแบบไหนหรือ? จำไว้ว่าข้า สวี่หยาง เป็นคนที่มีครอบครัว! ข้าไม่แตะต้องคนนอกหรอกนะ”
ใบหน้างดงามของหลินหวั่นชิงชะงักค้าง จากนั้นจึงหัวเราะกับตัวเอง “ข้าเสียมารยาทแล้ว โปรดอย่าถือสาหาความเลย เช่นนั้นสหายเต๋าสวี่ต้องการให้ข้าจ่ายเท่าไหร่กับการรักษาข้างั้นหรือ?”
“อย่าแม้แต่จะคิดเรื่องสำนักชิงหยาง แม้ข้าจะรู้จักกับคนในหน่วยรักษาการณ์จริง แต่เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะขอให้ข้าทำเช่นนั้นได้!!”
สวี่หยางเดินตรงไปข้างหน้าแล้วชี้ไปที่ต้นไม้คดเคี้ยวซึ่งอยู่ด้านข้าง “พิงมันไว้ ข้าจะช่วยรักษาและตรวจสอบพิษในร่างกายของเจ้าให้ ถ้าได้ก็แล้วไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ปล่อยวางแล้วเตรียมโลงให้ตัวเองได้เลย”
เมื่อหลินหวั่นชิงได้ยินเช่นนี้ หยาดน้ำตาขนาดเท่าเม็ดถั่วพลันไหลรินลงมาก่อนจะตกกระทบบนดินจนเปียกชุ่มเป็นหย่อม
ฉากอันอ้างว้างเช่นนี้ทำให้สวี่หยางนิ่งไปชั่วขณะ ‘ข้ารู้สึกสงสารเจ้าเหลือเกิน…’
สวี่หยางถอนหายใจ มุมปากของเขาขยับเล็กน้อยขณะปลอบประโลม “อย่าร้องไห้ไปเลย ข้ายังมีความมั่นใจในความสามารถเหมือนกัน อีกอย่าง ถ้าเจ้าร้องไห้แบบนี้ มันจะส่งผลกับอารมณ์ของข้าด้วย”
หลินหวั่นชิงรีบปาดน้ำตา “ข้าต้องขอโทษสหายเต๋าสวี่ด้วย ข้าเพียงคิดว่าตัวเองน่าสงสารมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้กำลังจะประสบความสำเร็จแล้วแท้ ๆ แต่คาดไม่ถึงว่าจะต้องมาตายแบบนี้ ข้ารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย…”
“เปิดหน้าท้องของเจ้า” สวี่หยางคิ้วขมวด เขาไม่มีอารมณ์จะมาฟังเรื่องโชคร้ายของผู้อื่น ถึงอย่างไรคนที่โชคร้ายก็มีอยู่มากมาย เขาไม่ใช่พระพุทธรูปเล่อซาน ที่จะมามีเวลาสนใจความเจ็บปวดของผู้อื่น
หลินหวั่นชิงเหลือบมองสวี่หยาง หลังจากคบหาเขามาหลายวัน นางก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนปลิ้นปล้อน
ด้วยเหตุนี้ นางจึงปล่อยวางก่อนเปิดชุดขึ้น เผยให้เห็นพุงขนาดเล็กอันงดงาม
‘นุ่มขนาดนี้ ยามอิงแอบคงสบายไม่น้อยใช่หรือไม่??’
สวี่หยางคิดในใจ
การกระทำแอบแฝงเป็นเรื่องปกติ การที่ไม่มีความคิดเช่นนี้ต่างหากจึงเรียกว่าผิดปกติ
เมื่อหลินหวั่นชิงสอบถามสวี่หยางว่ามีความสามารถในการล้างพิษหรือไม่ พลังวิญญาณธาตุไม้และน้ำอันนุ่มนวลก็ไหลหลั่งเข้าสู่ช่องท้องของนาง
สบาย สบายเหลือเกิน…
ความรู้สึกนี้ทำให้หลินหวั่นชิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผ่อนคลาย นางเพียงต้องการให้พลังของสวี่หยางคงอยู่ในร่างกายนานกว่านี้
“อืออ…”
เสียงอันแผ่วเบาของนางทำให้หัวใจของสวี่หยางเต้นระรัว
คาดไม่ถึงว่าเสียงของนางจะเสนาะหูถึงเพียงนี้
เขาสะกดความคิดเอาไว้ ไม่ช้า พลังธาตุไม้ก็ตรวจพบมวลสารสีดำในจุดตันเถียนบริเวณช่วงท้องน้อย
มวลสารดังกล่าวมีความหนืดมากจนทำให้สวี่หยางรู้สึกเย็นยะเยือก ซึ่งสัญชาตญาณกำลังบอกว่าหากสิ่งนี้เข้าสู่ร่างกายก็จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
“นี่คือพิษสินะ” สวี่หยางพึมพำ
“สหายเต๋าสวี่ เคล็ดวิชานี้ของเจ้านอกจากจะสบายแล้วยังมีประสิทธิภาพดีอีกด้วย”
แต่สวี่หยางไม่อาจมีความสุขได้ เพราะพลังวิญญาณธาตุไม้ถูกใช้ด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อเมื่อสัมผัสกับมวลสารสีดำนี้ มันไม่ต่างกับเขาเข้าสู่แอ่งน้ำกรดจนพลังวิญญาณถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว
ทว่าเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับหลินหวั่นชิง เขาจึงไม่พูดให้มากความขณะใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อปลดปล่อยพลังวิญญาณมาจัดการกับมวลสารดังกล่าว
เห็นได้ชัดว่ามวลสารสีดำเริ่มลดลง
สวี่หยางปล่อยมือหลังจากพลังวิญญาณถูกใช้ไปเกือบสองในสาม แล้วหลินหวั่นชิงก็เผยท่าทีโล่งอก นางสัมผัสได้ชัดเจนว่าพิษในร่างกายอ่อนกำลังอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพลังวิญญาณธาตุไม้ยังคงไหลหลั่งทั่วร่างกาย ทำให้รู้สึกราวกับได้รับการคุ้มครอง
นางมองสวี่หยางด้วยดวงตาทอประกายที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความนับถือ “สหายเต๋าสวี่ ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะสามารถกำจัดพิษได้จริง มันช่างน่าประหลาดใจไม่น้อย ขออภัยด้วยที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่เชื่อใจเจ้า”
สวี่หยางโบกมือ “ทุกคนได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่พิษนี้ไม่สามารถกำจัดให้หมดสิ้นอย่างสมบูรณ์ได้”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“แม้ข้าจะทำให้พิษในร่างกายอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้กำจัดต้นตอออกไป มันต้องได้รับการรักษาอีกหลายครั้ง แต่ข้าไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะได้ผลหรือไม่”
“ไม่เป็นไร ไม่ได้ไกลขนาดนั้น” สวี่หยางยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มกันเลย”
หลินหวั่นชิงเม้มริมฝีปาก นางลังเลสักพักก่อนจะเอ่ยคำ “สหายเต๋าสวี่ ดูเหมือนจะมีปัญหากับพิษในร่างกายอีกแล้ว รบกวนดูให้ข้าที”
“เข้าไปข้างในก่อน”
สวี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะเมื่อมองอย่างละเอียดแล้ว ใบหน้างดงามของหลินหวั่นชิงค่อนข้างขาวผิดปกติ ส่วนริมฝีปากก็เป็นสีม่วงคล้ำ
เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ
“อวี้เอ๋อร์ อวิ๋นเอ๋อร์ พวกเจ้าอยู่ข้างนอก อย่าให้ใครเข้ามา”
หลังจากสวี่หยางออกคำสั่ง เขาก็พาหลินหวั่นชิงเข้าห้องที่เสิ่นม่านอวิ๋นใช้สร้างยันต์
“สหายเต๋าสวี่ ข้าต้องขอโทษด้วย”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้ชีวิตของเจ้าสำคัญที่สุด”
ดวงตาของสวี่หยางจับจ้องใบหน้าเศร้าโศกของหลินหวั่นชิงก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย
เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความตายจากนาง นั่นหมายความว่าพิษแพร่กระจายไปทั่วร่างแล้ว
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”
“ข้าก็ไม่แน่ใจ หลังจากวันที่รับการรักษาจากสหายเต๋าสวี่ เห็นได้ชัดว่าข้าก็มีอาการดีขึ้น แต่พอเมื่อวานข้าพาพ่อแม่ออกไปซื้อเครื่องเรือน คาดไม่ถึงว่าข้าจะเกิดอาการวิงเวียนเล็กน้อยหลังจากกลับมาถึงบ้าน ข้าคิดว่าน่าจะเป็นผลจากความเหนื่อยล้าก็เลยเข้านอนก่อนเวลา แต่พอตื่นมาเช้านี้ มันก็เป็นอย่างที่เห็น…”
พลังวิญญาณธาตุไม้ถูกถ่ายทอดเข้าไปในร่างของนาง
สวี่หยางหรี่ตา
ครั้งนี้นับว่าแปลกประหลาดยิ่ง!!
เพราะในจุดตันเถียนของนาง นอกจากมวลสารพิษแล้ว ยังมีมวลสีน้ำตาลเทาอยู่อีกด้วย
“นี่มัน…”
สวี่หยางไม่รู้จักมัน
แต่ในตอนนี้ หนูสุ่ยหลิงที่ซ่อนอยู่ในทุ่งวิญญาณหลังบ้านคล้ายกับค้นพบบางอย่าง มันพลันพุ่งออกมาแล้วส่งเสียงร้องไปทางหลินหวั่นชิง “จี๊ด จี๊ด จี๊ด… จี๊ด จี๊ด จี๊ด!!!”
มันเป็นเสียงร้อนรนราวกับว่าเห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน