บทที่ 93 พวกนางจะยอมรับข้าหรือไม่?
สวี่หยางหัวเราะ “สหายเต๋าหลิน เจ้าช่างอาจหาญนักที่กล้ายอมรับเรื่องเช่นนี้ หึหึหึ…”
“ข้า หลินหวั่นชิง เป็นคนชัดเจนและไม่พูดจาคลุมเครือ! ข้าไม่ได้โกหกและเจ้าก็ไม่มีหลักฐานด้วย!”
สวี่หยางคว้าข้อมือขวาของนางซึ่งมีบาดแผลกับคราบโลหิตบางส่วนขึ้นมา
หลินหวั่นชิง “…”
นางพลันรู้สึกเหมือนกับแมวที่ทำผิดจนไม่กล้าสบตาเจ้านาย
“ไหนเจ้าบอกว่าไม่โกหก แล้วทำไมถึงอยากจากโลกใบนี้เล่า?”
“ข้า…”
“ทำไม…”
สวี่หยางถอนหายใจเมื่อเห็นท่าทีของหลินหวั่นชิง เขาจึงกระตุ้นเคล็ดวิชาหล่อเลี้ยงปราณพฤกษาวารีเพื่อทำการรักษาข้อมือของนาง
เมื่อรู้สึกคันบริเวณข้อมือ หลินหวั่นชิงก็รู้สึกละอายใจ “สวี่หยาง เจ้าไม่จำเป็นต้องช่วยข้าหรอก ข้ากำลังจะตาย ข้าทำแบบนี้ก็เพราะไม่อยากให้เจ้ามาเห็นข้าตาย ข้าไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย…”
“ถ้าข้าบอกว่ามีวิธีช่วยเจ้าได้ เจ้าจะว่าอย่างไร?”
“หืม??”
ใบหน้างดงามของหลินหวั่นชิงเคร่งขรึม ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นก็คือสวี่หยางกำลังโกหก!!
ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของสวี่หยาง นางก็ตระหนักได้ว่าเขามีวิธีช่วยจริง
“สวี่หยาง มะ… มีจริงหรือ?”
“ยัยเด็กโง่ ข้า สวี่หยาง ตั้งแต่รู้จักกันมาเคยโกหกเจ้าด้วยหรือ?”
สวี่หยางยิ้ม “เอาละ ทีนี้ก็นอนลงแต่โดยดีได้แล้ว”
หลินหวั่นชิงพยักหน้าขณะถอดเสื้อผ้าออกอย่างเข้าใจ
สวี่หยาง “…”
“แค่ก แค่ก ข้ามาที่นี่เพื่อรักษาเจ้า เหตุใดถึงต้องถอดเสื้อผ้าด้วยเล่า?”
หลินหวั่นชิงหน้าแดงก่ำ “ข้าคิดว่า…”
“เหอะ จำเอาไว้ว่าเมื่อครู่ข้าชนะแล้ว เจ้าจะต้องจ่ายสิ่งที่ติดเอาไว้กับข้าหลังจากรักษาเรียบร้อยแล้ว”
หลินหวั่นชิงก้มหน้าด้วยความเขินอาย แก้มนวลแดงระเรื่อ นางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสิ่งที่สวี่หยางอยากให้นางทำ
สวรรค์!
นางยอมให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?
เด็กผู้หญิงจะไปทำแบบนั้นได้อย่างไร?
ขณะจิตใจของนางเกิดความปั่นป่วน สวี่หยางก็หาได้ช้าแต่อย่างใด พลังวิญญาณธาตุไม้บริสุทธิ์จำนวนมากเริ่มไหลเข้าสู่บริเวณจุดตันเถียน
พลังบริสุทธิ์ดังกล่าวทำให้ร่างกายบอบบางของหลินหวั่นชิงสั่นไหวเล็กน้อย
สบาย สบายเหลือเกิน!
นางสัมผัสได้ว่าชั้นกลิ่นอายมารที่อยู่นอกจุดตันเถียนถูกสลายอย่างรวดเร็วทันทีที่สัมผัสกับพลังวิญญาณธาตุไม้ของสวี่หยาง ฉากที่กลิ่นอายมารกำลังจางหายสามารถมองเห็นเด่นชัดได้ด้วยตาเปล่า
พลังชีวิตในร่างกายที่เดิมอ่อนแอยิ่งฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว แล้วความผันผวนของพลังยุทธ์ที่สูญหายไปนานก็หวนคืน
หลินหวั่นชิงประหลาดใจระคนยินดี “สวี่หยาง…”
“หืม? เรียกข้าทำไมหรือ?”
“สามี!!”
หลินหวั่นชิงเอ่ยด้วยความเขินอาย
สวี่หยางคลี่ยิ้ม “พลังยุทธ์กลับมาแล้ว เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“สบายเกินไปแล้ว เจ้าใช้วิชายุทธ์อะไรถึงได้มีผลเช่นนี้?”
สวี่หยางเอ่ย “อยากเรียนหรือ?”
“อยาก อยากเรียนมาก”
“เดี๋ยวข้าสอนเจ้าทีหลัง”
“จริงหรือ?”
“แน่นอน เจ้าเป็นผู้หญิงของข้า ข้าจะเก็บเป็นความลับไปเพื่ออะไร?”
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของหลินหวั่นชิง สวี่หยางก็ระเบิดหัวเราะออกมา
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าความชอบของนางเพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ความชอบอยู่ที่ 88
ตอนนี้อยู่ที่ 90!!
สวี่หยางพึงพอใจมาก
ถึงอย่างไรทั้งสองก็รู้จักกันเพียงไม่กี่เดือน ดังนั้นการที่ความชอบมากขนาดนั้นจึงเป็นเรื่องดี เขาเชื่อว่ามันจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในอนาคต
หลินหวั่นชิงรู้สึกตื้นตันยิ่งที่สวี่หยางถึงกับตอบตกลงเรื่องที่จะสอนวิชาให้
ต้องทราบก่อนว่าในโลกเซียน แม้กระทั่งคู่บำเพ็ญก็ยังมีความลับปิดบังต่อกัน
วิถีเซียนเกี่ยวกับการปล้นชิงทรัพยากรซึ่งกันและกัน ซึ่งบางครั้งคู่บำเพ็ญก็ต้องแก่งแย่งสมบัติกันเอง
แต่ตอนนี้ สวี่หยางกลับไม่ปกปิดอะไร นางจึงรู้ว่าตนได้พบกับผู้ชายแสนดีแล้ว
ไม่ช้า กลิ่นอายมารในจุดตันเถียนก็ถูกกำจัดจนสิ้น
หลินหวั่นชิงรู้สึกโล่งอก หลังจากนั้นพิษตกค้างอื่น ๆ ก็ถูกกำจัดเช่นกัน
ขั้นตอนนี้ค่อนข้างเรียบง่ายยิ่งกว่า แม้กระทั่งตอนที่กำจัดพิษ สวี่หยางก็ได้ชื่นชมเนินอกอวบอิ่มงามงดของหลินหวั่นชิง
เนินอกของหลินหวั่นชิงใหญ่กว่าของเสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้เสียอีก บางครั้งเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดของนางถึงได้ใหญ่ขนาดนี้
ชุดตัวในที่นางสวมก็มีขนาดใหญ่กว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกเนินอกดันออกมาจนบีบรัดแน่นเป็นทรงเด่นชัด
หลินหวั่นชิงเห็นสายตาของสวี่หยางแล้วก็ไม่ทราบได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
แต่น่าแปลกที่นางไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด กลับกัน ตนเองรู้สึกกระสับกระส่ายก่อนจะกลายเป็นความรู้สึกตื่นเต้น
นางอดไม่ได้ที่จะถูขาเข้าด้วยกันเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกกระสันเอาไว้
“แค่ก แค่ก เหตุใดเจ้าถึงขยับแบบนั้น?”
มืออีกข้างของสวี่หยางวางอยู่บนขาของหลินหวั่นชิงอย่างเป็นธรรมชาติ
นางแทบจะกลอกตา “เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
“ข้าจะไปเข้าใจกับเจ้าหรือ?”
“เหอะ ทั้งที่รู้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งผู้อื่น แต่เจ้าก็ยังอยากจะทำแบบนั้นอยู่อีก!”
สวี่หยางแตะศีรษะตัวเองแล้วเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “ไอ้หยา เมื่อครู่ข้าเกือบลืมไปเลย นึกไม่ถึงว่าต้องให้เจ้ามาเตือนแบบนี้”
หลินหวั่นชิง “…”
หญิงสาวตกตะลึงจนใบหน้าแดงก่ำ
“ถ้าทำเป็นยอมรับ แต่ภายในกลับไม่สบายใจล่ะ ข้าจะทำอย่างไร?”
สวี่หยางทราบว่าขอเพียงภรรยาไม่มีความสุข คะแนนพิเศษของเขาก็จะลดลง
“เอาเถอะ ตอนนี้ยังไม่ต้องพูดถึงมันแล้วกัน อย่างไรก็ได้รับรางวัลอยู่แล้ว รอจนกว่าจะมีโอกาสที่เหมาะสมในภายหลังก็ได้”
“อื้ม เอาแบบนั้นแหละ ค่อยหาหนทางกันไป…”
ขณะสวี่หยางครุ่นคิดก็มีสามคนเดินเข้ามาในร้าน
เป็นชายสองหญิงหนึ่ง
ผู้นำคือหญิงสาวอายุยี่สิบปีไว้ผมหางม้ายาว สวมเสื้อคลุมหรูหราขั้นสูงระดับหนึ่ง เหน็บกระบี่วิญญาณงดงามไว้ที่เอว ทำให้นางดูสง่างามนัก
แม้ใบหน้าของนางจะงดงาม แต่กลับมีสายตาคมปลาบ ทันทีที่เข้ามาในห้อง ดวงตาของนางก็จับจ้องมายังสวี่หยาง
‘ดูท่าจะไม่ได้มาดี!!’
สวี่หยางเงียบสักพักก่อนจะเป็นฝ่ายทักทาย “สหายเต๋า ไม่ทราบว่าเจ้าต้องการอะไรจากร้านเล็ก ๆ ของข้าหรือ?”
“สวี่หยางใช่หรือไม่?” ผู้บำเพ็ญหญิงซึ่งเป็นผู้นำเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
‘ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ด…’
สวี่หยางลอบตรวจสอบขอบเขตการบำเพ็ญของอีกฝ่าย
เขาเดาว่าตัวตนของอีกฝ่ายนั้นไม่ธรรมดา หาไม่แล้วนางคงไม่ทำตัวหยิ่งผยองทั้งที่ขอบเขตการบำเพ็ญน้อยนิดเพียงนี้
ยิ่งกว่านั้น ผู้บำเพ็ญหญิงเองก็มีขอบเขตการบำเพ็ญในระดับมาตรฐาน แต่ผู้บำเพ็ญชายสองคนที่อยู่ด้านหลังอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดและเก้าตามลำดับ แน่นอนว่าหน้าที่ของพวกเขาคือปกป้องผู้บำเพ็ญหญิงคนนี้
“ข้าคือสวี่หยาง ไม่ทราบว่าสหายเต๋าต้องการอะไรหรือ?”
“เหอะ คุณภาพสินค้าอยู่แค่ระดับกลาง ๆ ไม่เหมาะกับข้าเลยสักนิด ไม่เอาด้วยหรอก”
ผู้บำเพ็ญหญิงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
สวี่หยางขมวดคิ้วฉับ ทั้งที่พูดดีด้วยแล้วแต่ไม่ยอมพูดดีตอบ ทั้งยังเลือกต่อว่าเขาที่เป็นเถ้าแก่อย่างนั้นหรือ?
ด้วยจรรยาบรรณของพ่อค้า สวี่หยางจึงสะกดโทสะพลางแย้มยิ้ม “ไม่ทราบว่าแม่นางแซ่อะไรหรือ?”
“หวงหมิ่น!”
หวงหมิ่นหรือ?
สวี่หยางไม่รู้จัก
แต่แซ่ของนางคือหวง ประกอบกับท่าทีหยิ่งผยองเช่นนี้…
‘ผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลหวง!’
ตอนทำสงครามกับตระกูลโจว ตระกูลหวงอยู่ฝ่ายเดียวกับตระกูลสวี
‘ไม่แปลกใจเลยที่หยิ่งผยองขนาดนี้! ว่ากันว่าสาเหตุที่ผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลหวงยอมช่วยในครั้งนี้ก็เพราะตระกูลสวียอมจ่ายผลประโยชน์มหาศาล!’ สวี่หยางครุ่นคิดในใจ
ยกตัวอย่างเช่น ตระกูลหวงได้รับพื้นที่ส่วนหนึ่งในทะเลสาบพานหยาง
นอกจากนี้ผลประโยชน์ส่วนหนึ่งในเมืองฟางก็ยังตกเป็นของตระกูลหวง ส่วนเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาจะต้องได้รับมหาศาลอย่างแน่นอน
มีข่าวลือว่าเมื่อไม่นานมานี้ตระกูลสวีได้ตระเตรียมผู้หญิงจำนวนมากเพื่อไปแต่งงานกับทายาทตระกูลหวง
ผู้บำเพ็ญชายวัยกลางคนซึ่งอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าที่ยืนอยู่ด้านหลังหวงหมิ่นเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ “พวกข้าคือส่วนหนึ่งของผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลหวง คุณหนูหวงหมิ่นคือหลานสาวของผู้นำตระกูลพวกข้า!”
“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จัก” สวี่หยางหัวเราะ
เป็นหลานสาวนี่เอง แต่ถ้าคนไม่รู้คงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นลูกสาวอย่างแน่นอน
“ไม่ทราบว่าแม่นางหวงมาหาข้าด้วยเหตุผลอันใด?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน