เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 98

บทที่ 98 เสิ่นม่านอวิ๋นเดือดดาล

ช่วงเช้าตรู่

ทันทีที่เตียงหยุดขยับโยก หลินอวี้กับเสิ่นม่านอวิ๋นพลันทิ้งตังลงบนฝ้ายนุ่มขณะหอบหายใจอย่างอ่อนแรง

หากสังเกตให้ดีก็จะพบคราบขาวบริเวณมุมปากของเสิ่นม่านอวิ๋น แสดงให้เห็นว่านางผ่านศึกเหนื่อยยากมากแค่ไหน

สวี่หยางเปิดจอระบบดู อืม น่าพึงพอใจ

ภรรยาทั้งสามล้วนให้คะแนนพิเศษมากกว่ายี่สิบแต้ม

แสดงว่าการตัดสินใจในตอนแรกเป็นสิ่งที่ถูกต้อง สามภรรยาเท่ากับสามความสุข

ทำให้เขาเกิดความคิดที่จะแต่งภรรยาต่อไป

ทว่าทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้น สวี่หยางก็พลันส่ายหน้า

ล้อกันเล่นหรือไร หลินหวั่นชิงยังไม่ได้ตกลงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วนางจะยอมแต่งงานได้อย่างไร?

เขาลอบเตือนตัวเองว่าการแต่งภรรยามันก็ดี แต่ก็ต้องมีความสามัคคีในครอบครัว เขาไม่อยากสร้างความวุ่นวายเพียงเพราะความเห็นแก่ตัว แบบนั้นก็จะไม่มีใครมีความสุข

สวี่หยางนอนตระกองกอดให้ความอบอุ่นกับภรรยาทั้งสองขณะสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

“การฆ่าพ่อแม่ของหวงเสี่ยวเหมยนับเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่งนัก สามี วันนี้เจ้าช่วยส่งจดหมายไปแจ้งให้นางทราบที” เสิ่นม่านอวิ๋นแนะนำ

“อื้ม! แต่ด้วยความสามารถตอนนี้ของหวงเสี่ยวเหมย นางยังไม่สามารถกดดันตระกูลหวงได้!” สวี่หยางเอ่ยคำ

เขาส่ายหน้าขณะวางแผนจะส่งจดหมายทีหลัง

หลังจากสนทนาสักพัก เขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“พวกเราจะไปทะเลสาบพานหยางในอีกสองวัน ในช่วงสองวันนี้ พวกเราต้องเตรียมตัวด้วย ซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัวเยอะ ๆ หน่อย”

สวี่หยางเอ่ยพลางลุกขึ้นไปแต่งตัว

เมื่อได้ยินว่าจะได้ไปทะเลสาบพานหยางเหมือนกัน หลินอวี้ก็ไปทำอาหารเช้าด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนเสิ่นม่านอวิ๋น นางไปหานักปรุงยาเกาเยวียนซึ่งอยู่ใกล้กันเพื่อยืมแผนที่เส้นทางไปยังทะเลสาบพานหยาง

ไม่ช้า นางก็พบเส้นทางที่ปลอดภัย

ถนนสายดังกล่าวมีสัตว์อสูรไม่มากนัก ประกอบกับมีความเป็นไปได้ต่ำมากที่จะมีโจรซุ่มโจมตี ดังนั้นจึงเหมาะที่พวกเขาจะใช้เดินทาง

ในความจริง เส้นทางสู่ทะเลสาบพานหยางปลอดภัยมาก สามารถเข้าถึงได้หลายทาง หากโจรฉลาดพอก็จะไม่ทำการปล้นบริเวณดังกล่าว

พวกเขาทำการซื้อยันต์โจมตีขั้นกลางระดับหนึ่งห้าใบกับเครื่องรางป้องกันขั้นสูงระดับหนึ่งห้าชิ้น

หลังจากนั้น สวี่หยางก็ไปหานักปรุงยาเกาเยวียนอีกครั้ง

“คุณหนูใหญ่ให้ความสำคัญกับสหายเต๋าสวี่เหลือเกิน ถนนทั้งสายนี้ไม่มีใครถูกเชิญให้ไปงานฉลองสร้างรากฐานนอกจากเจ้าเพียงคนเดียว ขอแสดงความยินดีด้วย”

น้ำเสียงของเกาเยวียนเต็มไปด้วยความอิจฉา

ภรรยาเอกของเขายิ้มขณะรินชาให้สวี่หยาง “สหายเต๋าสวี่ ข้าได้ยินว่าภรรยาทั้งสองของเจ้าก็ไปเหมือนกันใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว”

“งานฉลองสร้างรากฐานของคุณหนูใหญ่ในครั้งนี้ดึงดูดให้ผู้คนจากตระกูลใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงมาเข้าร่วมด้วย ข้าได้ยินมาว่าจะมีการประลองยุทธ์ของศิษย์รุ่นเยาว์เพื่อเพิ่มความตื่นเต้น! จุ๊ จุ๊ ฉากใหญ่โตเช่นนี้มีให้เห็นไม่บ่อยนัก”

“การประลองยุทธ์หรือ?” สวี่หยางตกตะลึงชั่วขณะลอบคิดว่านักปรุงยาเกาเยวียนช่างรอบรู้นัก ขนาดเขาที่กำลังจะไปร่วมงานยังไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย

“การประลองยุทธ์เหล่านั้นล้วนดึงดูดศิษย์ในตระกูลทั้งหลาย ผู้บำเพ็ญธรรมดาเช่นข้าไม่มีคุณสมบัติหรอก ดังนั้นมันจัดขึ้นเพื่อความสนุกเท่านั้น”

สิ้นคำ สวี่หยางหยิบรายการออกมาเพื่อเตรียมจะซื้อโอสถบางส่วน

นอกจากยารักษาพื้นฐานแล้ว เขายังซื้อยาบำรุงลมปราณอีกด้วย

คุณภาพโอสถของนักปรุงยาเกาเยวียนค่อนข้างธรรมดา พวกมันจึงถูกใช้เป็นเพียงของเสริมเล็กน้อยเท่านั้น

สวี่หยางหมดหินวิญญาณกับการซื้อในครั้งนี้ราวสามร้อยก้อน แต่เนื่องจากนักปรุงยาเกาเยวียนลดให้ ดังนั้นมันจึงเป็นราคาที่รับได้

“อาจารย์เกา เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับไม้จันทร์วิญญาณม่วงระดับสามหรือไม่?”

ก่อนจะจากไป สวี่หยางสอบถามเกี่ยวกับของที่ตนเพิ่งได้รับมา

นับตั้งแต่ได้รับรางวัลนี้มา สวี่หยางก็ยังไม่รู้เลยว่ามันทำอะไรได้บ้าง เขาเชื่อว่าเกาเยวียนซึ่งเป็นนักปรุงยาจะต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยแน่

แน่นอนว่าเกาเยวียนประหลาดใจเล็กน้อย “ไม้จันทร์วิญญาณม่วงหรือ? นี่นับว่าเป็นของดี เหตุใดสหายเต๋าสวี่ถึงได้ถามถึงมันหรือ?”

“อาจารย์เกาคงทราบดีว่าข้ารู้จักศิษย์ของสำนักชิงหยาง พวกเขาขอให้ข้าหาซื้อไม้จันทร์วิญญาณม่วงให้น่ะ” สวี่หยางตอบกลับ

“มันคือไม้วิญญาณระดับสาม แม้แต่สำนักชิงหยางก็ยังหามันได้อย่างยากเย็น แล้วมันจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เกาเยวียนมีความสุขทันทีขณะเล่าถึงสรรพคุณของไม้จันทร์วิญญาณม่วงให้ฟัง

กลายเป็นว่าของชิ้นนี้ไม่สามารถใช้เพียงลำพังได้ แต่ในกระบวนการปรุงยา การเพิ่มไม้จันทร์วิญญาณม่วงเข้าไปจะสามารถเพิ่มผลในการกลั่นโอสถ ทั้งยังทำให้คุณภาพของมันสูงขึ้นด้วย

เนื่องจากให้ผลดี ราคาจึงมิอาจประเมินได้

ลองคิดดูว่าหากยาสร้างรากฐานหรือยาทะลวงขั้นถูกใช้คู่กับของชิ้นนี้ขึ้นมา มันอาจพัฒนาคุณภาพของยาจนไปถึงขั้นสามเส้นวิถี ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ยิ่งกว่านั้น ไม้จันทร์วิญญาณม่วงไม่ใช่ของที่ใช้แล้วหมดไป เพียงขูดออกมาเล็กน้อยก็มากพอจะใช้ในการปรุงยาแล้ว

หลังจากใช้จนหมด หากหล่อเลี้ยงด้วยปราณวิญญาณ ไม้วิญญาณก็จะค่อย ๆ ฟื้นคืนจนสามารถงอกใหม่ได้

เมื่อทราบผลของมัน สวี่หยางก็รู้ทันทีว่าพบช่องทางทำเงินมหาศาลเข้าแล้ว!

ด้วยของชิ้นนี้ หากพบคนที่ต้องการกลั่นยาสร้างรากฐาน เขาก็สามารถเสนอตัวช่วยได้

ถึงอย่างไร ในกระบวนการกลั่นยาสร้างรากฐานก็มีโอกาสที่จะได้ยาจำนวนสองถึงสามเม็ด

บางคนอาจไม่ต้องการยาสร้างรากฐานจำนวนมาก แต่ต้องการพัฒนาคุณภาพแทน

เช่นนั้นไม้จันทร์วิญญาณม่วงของเขาก็จะมีประโยชน์มหาศาล

……

“เอาละ เจ้าออกไปได้แล้ว ข้ายังต้องล้างจานอีก”

“ข้าทำเอง ข้าทำเอง!”

เมื่อเสิ่นม่านอวิ๋นเห็นท่าทางเอาใจของสวี่หยาง นางก็เผยรอยยิ้มออกมา “ถ้างั้นก็รบกวนด้วย เดี๋ยวข้าขอไปคุยกับหลินหวั่นชิงก่อนแล้วกัน”

สิ้นคำเสิ่นม่านอวิ๋นก็เดินออกไปนั่งข้างหลินหวั่นชิง

ไม่รู้ว่าสองสาวกำลังสนทนาเรื่องอะไร แต่พวกนางดูตื่นเต้นมากจนสวี่หยางรู้สึกประหลาดใจ

โชคดีที่เสิ่นม่านอวิ๋นรู้ว่าอะไรควรไม่ควร เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ นางไม่ได้ทำให้หลินหวั่นชิงอับอายแต่อย่างใด ทว่ายังถึงขั้นหยิบแผนที่มาวิเคราะห์การเดินทางครั้งต่อไปร่วมกับอีกฝ่าย

หลังจากเก็บของเสร็จแล้ว ทั้งสี่คนก็เริ่มออกเดินทาง

สิ่งที่สวี่หยางไม่สังเกตเห็นก็คือมีใบหน้าไม่คุ้นเคยบนท้องถนนกำลังจับตาดูพวกเขาจากไกล ๆ

……

ระหว่างทาง หลินอวี้กับเสิ่นม่านอวิ๋นเดินอยู่ข้างกัน ส่วนหลินหวั่นชิงเดินตามหลังห่างออกไปเล็กน้อย

สวี่หยางอยู่ด้านหลังสุดขณะมองสามสาวด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย

พวกนางทั้งสามล้วนเป็นภรรยาที่งดงามดั่งบุปผา ทั้งยังมีบุคลิกที่ดี

ผู้ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในชีวิตเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่?

สวี่หยางรู้ว่าหลินอวี้สังเกตเห็นเรื่องที่หลินหวั่นชิงกับเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาแล้วเช่นกัน

แต่บุคลิกของหลินอวี้แตกต่างจากเสิ่นม่านอวิ๋นที่เป็นคนเปิดเผย นางไม่ได้โผงผางและเลือกที่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้

พวกเขาใช้เวลาประมาณหนึ่งวันก็เดินทางมาถึงทะเลสาบพานหยาง

หลังจากเดินทางมาได้สักระยะ หลินอวี้ซึ่งเป็นมนุษย์ก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ดังนั้นสวี่หยางจึงให้ภรรยาขี่หลัง

ทันใดนั้นสวี่หยางก็นิ่งงัน ด้วยอิทธิพลของจิตเทวะ ทำให้เขาพบว่ามีสองคนที่ทำตัวน่าสงสัยกำลังตามหลังมา

“มีบางอย่างผิดปกติ”

สวี่หยางส่งกระแสจิต

สิ้นคำ สายตาของสามสาวก็เคร่งขรึม

ฟ่าว ฟ่าว!!

เพียงพริบตา ชายร่างสูงหน้าซีดก็ปรากฏตรงหน้า เขาเคลื่อนไหวจนเกิดภาพติดตาจำนวนมากก่อนจะเข้าถึงตัวสวี่หยางอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายใช้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยอยู่เบื้องหน้าเพื่อทำการลงมือทันที

ผู้ที่ตามหลังเขาคือผู้บำเพ็ญมนุษย์สองคน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง

ผู้บำเพ็ญหญิงสวมหน้ากาก แม้รูปร่างหน้าตาจะถูกบดบัง แต่สวี่หยางมองเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านจิตเทวะ!

อีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหวงหมิ่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน