เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 99

บทที่ 99 ดักฆ่ากลางทาง

ฟ่าว ฟ่าว!!

เพียงพริบตา พวกเขาก็ถูกโจมตีจากทั้งสองฝั่ง

เบื้องหน้าคือชายร่างสูงซึ่งเป็นผู้นำกลุ่ม ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า

ส่วนอีกสองคนอยู่ในขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ดกับขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด

หวงหมิ่นคือผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ด

ข้างหลังนางยังมีผู้บำเพ็ญมนุษย์ชาย ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้า กลิ่นอายของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าชายร่างสูงผิวซีดแม้แต่น้อย

รวมทั้งสิ้นสี่คน!

“ทิ้งถุงเก็บของซะ แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต”

ชายผิวซีดตะโกนเสียงต่ำ

สวี่หยางรู้ทันทีว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นสมาชิกจากตระกูลหวง

แม้เขาจะไม่ทราบว่าไปทำให้หวงหมิ่นขุ่นเคืองได้อย่างไร แต่อีกฝ่ายถึงขั้นส่งผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าสองคนกับขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดหนึ่งคนมาไล่ล่าตนเช่นนี้

แต่มีหนึ่งสิ่งที่มั่นใจ การส่งถุงเก็บของให้ไม่มีประโยชน์ เป้าหมายของพวกมันคือหัวของเขาอย่างแน่นอน

“จัดการ!”

สวี่หยางส่งกระแสจิตทันที

หลินอวี้ผู้อยู่ตรงกลางเปิดใช้งานหุ่นเชิดสังหาร

หุ่นเชิดไก่ทะยานโผขึ้นฟ้าขณะโจมตีใส่หวงหมิ่น

หน้าที่ที่สวี่หยางมอบให้หลินอวี้ก็คือก่อกวนหวงหมิ่น

แม้ดูจากผิวเผินแล้วคนกลุ่มนี้จะนำโดยชายหน้าซีด แต่สวี่หยางทราบว่าผู้นำแท้จริงคือหวงหมิ่น ขอเพียงนางถูกก่อกวน คนกลุ่มนี้ก็ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

แน่นอนว่าขณะหุ่นเชิดไก่ทะยานโผเข้าหาหวงหมิ่น ผู้บำเพ็ญชายขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดก็ชักกระบี่ออกมาแล้วทะยานเข้าหาหวงหมิ่นเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการปกป้องนาง

ตูม ตูม!

ศีรษะของหุ่นเชิดซึ่งสูงสองถึงสามหมี่เปิดออกก่อนจะพ่นเปลวเพลิงร้อนแรงออกมา!

หวงหมิ่นใช้เครื่องรางป้องกันเพื่อต้านทานเปลวเพลิง ในเวลาเดียวกัน กระบี่ก็ทำการฟาดฟันเข้าใส่หุ่นเชิด

ขณะนี้ ผู้บำเพ็ญมนุษย์หน้าซีดกับผู้บำเพ็ญขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าอีกคนเข้าโจมตีสวี่หยางครั้งแล้วครั้งเล่า

ในสายตาของพวกเขา ผู้แข็งแกร่งที่สุดคือสวี่หยางซึ่งเป็นเพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด

ส่วนผู้หญิงอีกสองคน พวกเขาก็ได้รับข้อมูลมาแล้วเช่นกัน

เสิ่นม่านอวิ๋นอยู่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ด แม้หลินหวั่นชิงจะอยู่นอกแผน แต่นางเป็นเพียงผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเจ็ดเช่นกัน

คนเหล่านี้ แค่ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าเพียงคนเดียวก็เกินพอแล้ว

ตอนนี้ขาดเพียงอย่างเดียว ขอแค่มีหลักประกันเพิ่มอีกอย่าง ผลลัพธ์สุดท้ายย่อมหมายถึงความตายของสวี่หยาง!

คลิ๊ก!

สวี่หยางหยิบกระดานค่ายกลศิลาร้อยกระบี่โกลาหล

ทันใดนั้นค่ายกลก็แผ่ขยาย แล้วความผันผวนอันทรงพลังได้ก่อให้เกิดคลื่นพลังวิญญาณ ก่อนจะกระจายออกไปรอบนอกประหนึ่งระลอกคลื่น

“หืม? กระดานค่ายกลขั้นกลางระดับสอง!” ผู้บำเพ็ญผิวซีดจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ

กระดานค่ายกลนี้สามารถกักขังผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานได้ เขาจึงรีบตะโกน “ไม่ต้องออมมือแล้ว โจมตีสวี่หยางด้วยทุกอย่างที่มี!”

ในตอนนี้ พวกเขาไม่สนใจที่จะแสร้งเป็นโจรอีกต่อไปแล้ว

“อ๊า…”

ทันใดนั้น หวงหมิ่นก็กรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา

พริบตานั้น หนามแหลมพุ่งขึ้นจากพื้นดิน พวกมันแทงไปที่ต้นขาของนางกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปด ทำให้ทั้งสองล้มลงด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส

โดยเฉพาะหวงหมิ่นที่โดนหนักมากเป็นพิเศษ ขาทั้งสองข้างถูกแทงด้วยหนามที่หนาเท่ากับแขน ทำให้เกิดการฉีกขาดจนเผยให้เห็นกระดูกสีขาว

โลหิตกระเด็นไปโดนหญ้าด้านข้างจนกลายเป็นสีแดงฉาน

หวงหมิ่นเกือบเป็นลมเพราะความเจ็บปวด แขนขาวนวลของนางสัมผัสกับบาดแผลกระดูกหัก ใบหน้างดงามพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีด

“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย…”

นางอยากส่งสารหาพี่ชายผ่านยันต์สื่อสารเพื่อขอให้มาช่วย!

แต่นางลืมไปว่าหวงเหวินหลินไปถึงทะเลสาบพานหยางตามคำเชิญของตระกูลสวีตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

สถานที่แห่งนี้นับว่าอยู่ห่างจากทะเลสาบพานหยาง ซึ่งเกินระยะของยันต์สื่อสาร

“จี๊ด จี๊ด จี๊ด…”

หนูสุ่ยหลิงที่เพิ่งลงมือโผล่ออกมาจากพื้นดินขณะมองผลงานชิ้นเอกด้วยความตื่นเต้น ร่างกายของมันสั่นสะท้านก่อนจะปีนไปบนศีรษะของหวงหลิ่นแล้วข่วนลงไป

“คุณหนู!!”

ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าสองคนตกตะลึง พวกเขาไม่คาดคิดว่าหวงหมิ่นจะถูกลอบโจมตี แบบนี้พวกเขาได้มีปัญหาแน่

หวงหมิ่นกับหวงเหวินหลินเป็นพี่น้องที่มีความสัมพันธ์อันดียิ่ง ส่วนพวกเขาคือลูกน้องคนสนิทที่สุดของหวงเหวินหลิน ด้วยเหตุนี้ ผู้เป็นพี่ชายจึงได้มอบหมายให้พวกตนคุ้มกันน้องสาวคนสำคัญ

หากเกิดอะไรกับหวงหมิ่นขึ้นมา พวกเขาจะอธิบายกับหวงเหวินหลินอย่างไร?

“บัดซบ!”

ชายทั้งสองสบถออกมาขณะคนหนึ่งยื่นมือเข้าช่วย ส่วนอีกคนกวัดแกว่งกระบี่ไปที่คิ้วของสวี่หยาง

ประกายเย็นเยือกจากกระบี่ยาวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนมองเห็นเป็นเพียงภาพติดตา

ปัง!

คาดไม่ถึง สวี่หยางไม่ได้ทำการป้องกันแม้แต่น้อย เพราะทันทีที่กระบี่ยาวตรงเข้ามา โล่ไม้ศิลาก็ทำการปกป้องเจ้าของอย่างทันท่วงที

“อ๊ากก!!”

สวี่หยางแผดเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราด เคล็ดวิชามังกรขับขานก็ระเบิดพลังออกมา

เสียงก่อตัวเป็นระลอกคลื่นขณะกระจายไปรอบทิศ ทำให้หวงหมิ่นกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดตกตะลึง

หวงหมิ่นปล่อยให้หนูสุ่ยหลิงกัดหนังศีรษะโดยไม่ทำการขัดขืนแม้แต่น้อย!

หลินอวี้ฉวยโอกาสควบคุมหุ่นเชิดเพื่อโจมตีผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับแปดซึ่งตกอยู่ในสภาพตกตะลึง

ปัง!!

ศีรษะแตกละเอียด

“ตายแล้ว ข้าทำได้!”

หลินอวี้ตื่นเต้นถึงขีดสุด

“ตายซะ!”

ในตอนนี้ ทั่วพื้นที่ถูกปกคลุมด้วยแรงกดดันไร้ที่สิ้นสุด ทำให้ขาของทั้งสองงอลง

“แข็งแกร่ง!”

พวกเขามีสีหน้าหวาดกลัว

สวี่หยางเหลือบมองเสิ่นม่านอวิ๋นด้วยสีหน้าเย็นชา ก่อนจะใช้ดัชนีฝังเข็มออกไป

ฟิ่ว ฟิ่ว!

ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับเก้าไม่มีเวลาให้ขัดขืน หน้าอกของเขาถูกแทงจนถึงแก่ความตายอย่างน่าเวทนาในพริบตา

“เหล่าฟาง!”

ชายผิวซีดเหลือบมองสวี่หยางด้วยความไม่พอใจก่อนจะควบคุมกระบี่แล้วแทงเข้าใส่จากด้านหลังทันที

เขาทุ่มเต็มกำลังในการโจมตีนี้

เพราะเมื่อทำการโจมตี ต้องแลกกับการป้องกันที่ลดลง เห็นได้ชัดว่ามันคือการพยายามสังหารสวี่หยางในกระบวนท่าเดียว

ตูม ตูม!!

เขาทำสำเร็จ กระบี่แทงเข้าที่หลังของสวี่หยาง

แต่เขาลืมไปหนึ่งอย่าง สวี่หยางมีโล่ไม้ศิลาอยู่ พลังป้องกันอันมหาศาลพลันระเบิดห่างออกไปเพียงหนึ่งหมี่เท่านั้น ทำให้เขาถอยหลังออกไปเพียงสองก้าว

สวี่หยางสูดหายใจ คราวนี้ต้องยกความดีความชอบครั้งใหญ่ให้กับโล่ไม้ศิลา

ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การต่อสู้หรือไพ่ตายทั้งหลายในมือของคนผู้นี้ก็ไม่อาจมองข้ามได้ทั้งสิ้น แต่โชคยังดีที่เขาเหนือกว่าหนึ่งก้าว

ซู่!

ยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งแผ่พลังยุทธ์มหาศาลออกมาก่อนจะโจมตีใส่อีกฝ่าย

ใบหน้าของชายผิวซีดในตอนนี้กลายเป็นสีเหลือง ดวงตาแดงก่ำขณะขยี้เครื่องรางป้องกันขั้นกลางระดับหนึ่งสองชิ้นพร้อมกับควบคุมกระบี่ จากนั้นจึงหันไปเล่นงานหลินอวี้ผู้อยู่ด้านข้าง

ในความเห็นของเขา ไม่มีทางให้หลบหนีแล้ว

ค่ายกลนี้ไม่สามารถทำลายได้ด้วยพละกำลัง อีกทั้งตนเองยังไม่สามารถจัดการกับสวี่หยางได้ พลังป้องกันของโล่ไม้ศิลาร้ายกาจเกินไป

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาจึงพุ่งเป้าไปที่หลินอวี้ซึ่งอ่อนแอที่สุด

กระบี่แทงตรงไปที่คอของหลินอวี้พร้อมกับเสียงหัวเราะอันชั่วร้าย

“ขยี้!”

สวี่หยางยิ้มหยัน ตอนนี้เขาไม่ยั้งมืออีกต่อไป ทันใดนั้นแรงกดดันมหาศาลของค่ายกลก็บดขยี้ใส่อีกฝ่าย

พลังของมันสมกับเป็นกระดานค่ายกลขั้นกลางระดับสอง ปราณกระบี่เคลื่อนตัวออกไปก่อนจะแทงเข้าใส่ที่ด้านหลังของคู่ต่อสู้

“อ๊าก…”

เขากระอักโลหิตอย่างหนัก ใบหน้ายิ่งซีดเซียว แผ่นหลังกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนแหลมคล้ายกับเม่น แล้วร่างก็ล้มลงกับพื้นกระแทกก้อนหินแหลกละเอียด

สิ้นลมหายใจ!

พรวด!!

หลินหวั่นชิงกระอักโลหิตออกมา ทั่วร่างของนางกลายเป็นสีดำคล้ำ

“ฮ่าฮ่าฮ่า นางโดนพิษแล้ว นางโดนพิษเข้าไปแล้ว อีกไม่ช้าก็ต้องตายอย่างแน่นอน สวี่หยาง หากเจ้าไว้ชีวิตข้า ข้าอาจจะให้ยาถอนพิษกับเจ้าก็ได้!”

หวงหมิ่นซึ่งอยู่ในสภาพขาหักมองสวี่หยางด้วยความขุ่นเคืองขณะตะโกนออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน