เมื่อเห็นความเย็นชาในดวงตาของเขา จี้อี่หนิงก็รู้สึกว่าเมื่อก่อนตัวเองนั้นตาบอดจริง ๆ ทำไมถึงได้หลงรักคนแบบนี้
ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าว แต่เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าเขาแม้แต่น้อย
เธอสะบัดมือเขาออกอย่างแรงจี้อี่หนิงสูดหายใจเข้าลึก หันหลังเดินขึ้นบันได
ตอนนี้ในใจเธอของมีความคิดเดียว คือต้องรีบหางานทำให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ย้ายออกไป และหาทางหย่ากับเสิ่นเยี่ยนจือ
เธอสุ่มหยิบชุดมาเปลี่ยน เสียบปิ่นมวยผมแบบลวก ๆ จี้อี่หนิงก็ลงบันไดมา
เธอเป็นคนสบาย ๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องการแต่งตัว
แต่ก่อนเพื่อให้ตระกูลเสิ่นประทับใจ ตอนไปงานเลี้ยงตระกูลเสิ่นทีไร ก็จะแต่งตัวอย่างดีทุกครั้ง
ตอนนี้ เธอขี้เกียจจะเอาอกเอาใจพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
ได้ยินเสียงฝีเท้า เสิ่นเยี่ยนจือก็เงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จี้อี่หนิงสวมชุดกี่เพ้าสีขาวแบบทันสมัย เอวบางราวกับต้นหลิว ดูเหมือนจะกำรอบได้ด้วยมือเดียว ผมยาวสีดำมวยด้วยปิ่นหยก เผยให้เห็นลำคอขาวเรียวบาง งดงามจนไม่อาจละสายตา
บรรยากาศอ่อนหวานสงบรอบตัวเธอ ไม่ต่างจากตอนที่พวกเขาเจอกันครั้งแรกเลย
เพียงแต่ สายตาที่เธอมองเขากลับเย็นชาที่สุด ไม่มีความอบอุ่นเหมือนแต่ก่อนเลย
"ไปกันเถอะ"
ระหว่างทางไปตระกูลเสิ่น ทั้งสองต่างเงียบกันตลอดทาง
เมื่อถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเสิ่น ทั้งสองกำลังจะลงจากรถ รถแรนจ์โรเวอร์สีดำคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามา แล้วเบรกกะทันหัน จอดตรงหน้ารถของเสิ่นเยี่ยนจือพอดี
เมื่อจำได้ว่าเป็นรถของเสิ่นซื่อ สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนจือก็เปลี่ยนไป
สำหรับอาเล็กคนนี้ เสิ่นเยี่ยนจือทั้งกลัวทั้งไม่ชอบ ไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วยเลย
เพราะเสิ่นซื่อทำอะไรก็เหมือนชื่อของเขา ตามอำเภอใจ เสิ่นเยี่ยนจือรับไม่ได้
ตอนนั้นท่านผู้เฒ่าเสิ่นเตรียมจะให้เขาสืบทอดกิจการเสิ่นซื่อกรุ๊ป แต่เขากลับปฏิเสธแล้วไปสร้างธุรกิจเอง
ทีแรกทุกคนคิดว่าเขาจะล้มเหลว แล้วต้องกลับมารับสืบทอดเสิ่นซื่อกรุ๊ปอย่างหมดท่า แต่ไม่คิดว่าเขาจะประสบความสำเร็จ แถมยังใช้เวลาไม่ถึงห้าปี กิจการก็ขยายได้อย่างใหญ่โตมาก ตอนนี้คงเทียบเท่าเสิ่นซื่อกรุ๊ปได้ห้าถึงหกบริษัทเลย
ต้องยอมรับว่า ที่เสิ่นเยี่ยนจือไม่ชอบเสิ่นซื่อ ก็เพราะมีความอิจฉาริษยาและไม่ยอมรับอยู่บ้าง
แถมเสิ่นซื่อยังขี้เหนียวและเจ้าคิดเจ้าคิดเจ้าแค้น เสิ่นเยี่ยนจือเคยพูดไม่ดีกับเขาไปประโยคหนึ่ง ไม่รู้ใครไปฟ้องเขา หลังจากนั้นเขาก็ปฏิเสธร่วมงานกับเสิ่นซื่อกรุ๊ป ทำให้เสิ่นซื่อกรุ๊ปขาดทุนไปหลายพันล้าน
เสิ่นซื่อแทบไม่เคยมาร่วมงานเลี้ยงครอบครัว เสิ่นเยี่ยนจือคิดว่าครั้งนี้คงไม่เจอเขา ไม่คิดว่าจะโชคร้าย เพิ่งมาถึงหน้าประตูก็เจอกันเสียแล้ว
เพราะอารมณ์ไม่ดี เขาจึงไม่ทันสังเกตว่าจี้อี่หนิงที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าเกร็งขึ้นงทันทีที่เห็นเสิ่นซื่อลงจากรถ
เขาเปิดประตูรถแล้วร้องเรียก "อาเล็ก"
เสิ่นซื่อหันมามองเขาแวบหนึ่ง สายตาเหม่อลอยกวาดผ่านที่นั่งข้างคนขับ พยักหน้าอย่างเย็นชาแล้วเดินเข้าบ้านเดิมไป
เมื่อเห็นเขาจากไป จี้อี่หนิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ตอนที่เสิ่นซื่อมองมา เธอตื่นเต้นจนลืมหายใจ กลัวว่าเขาจะพูดอะไรสะเทือนโลกออกมา
เพราะเสิ่นซื่อมักชอบทำอะไรตามอำเภอใจ ดูอารมณ์ตัวเองอย่างเดียว ถ้าอารมณ์ไม่ดี แม้แต่หมาที่เดินผ่านมาก็โดนเตะ
โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไร
จี้อี่หนิงครุ่นคิด เดี๋ยวคงต้องหาโอกาสคุยกับเขาตามลำพังสักหน่อย
ตอนที่ทั้งสองเดินเข้าห้องรับแขก ข้างในมีคนมาเยอะแล้ว ขณะนั้นท่านผู้เฒ่าเสิ่นกับท่านแม่เฒ่าเสิ่นกำลังคุยกับเสิ่นซื่ออยู่
บางคนเกิดมาเป็นตัวเอก แค่มองเข้าไปก็เห็นเขาในฝูงชน เสิ่นซื่อเป็นคนแบบนั้น
เมื่อสังเกตเห็นว่าจี้อี่หนิงจ้องมองไปที่เสิ่นซื่อ สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนจือก็ไม่ค่อยดีนัก
"ดูเยี่ยนจือสิ บริหารบริษัทได้ดี ภรรยาก็สวย อีกปีสองปีก็อาจมีลูกแล้ว แล้วแกล่ะ? อายุจะสามสิบแล้วยังโสดอยู่ คราวหน้าถ้าไม่พาแฟนมาด้วย ก็ไม่ต้องกลับมาอีก!"
เสิ่นซื่อได้ยินแล้วก็กวาดตามองทั้งสองคน พูดยิ้มๆ ว่า "ก็สวยจริง ๆ นั่นแหละ"
แต่ร่างกายเล็กแบบนั้น คลอดลูกจะเจ็บขนาดไหนนะ?
จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว รู้สึกว่าตอนเสิ่นซื่อพูด สายตาที่มองเธอดูกรุ้มกริ่มไม่เหมาะสม
เสิ่นเยี่ยนจือที่นั่งข้าง ๆ ก็สังเกตเห็นว่าสายตาที่เสิ่นซื่อมองจี้อี่หนิงดูแปลก ๆ
เป็นผู้ชายเหมือนกัน เขารู้ดีว่าสายตาที่เสิ่นซื่อมองจี้อี่หนิงไม่ใช่สายตาของผู้ใหญ่มองเด็ก แต่กลับเหมือน...ผู้ชายมองผู้หญิง...
มือที่ห้อยข้างตัวกำแน่นทันที ร่างกายก็เกร็งโดยไม่รู้ตัว
ท่านแม่เฒ่าเสิ่นขมวดคิ้ว "ฉันพูดถึงเรื่องนี้เหรอ? วันนี้แกต้องให้คำตอบชัดเจนกับฉัน ว่าจะพาลูกสะใภ้ของฉันกลับมาเมื่อไหร่!"
"ก็ดูตามสถานการณ์นั่นแหละ ถ้าเจอคนที่อยากแต่งงานด้วย ผมอาจพากลับมาพรุ่งนี้เลยก็ได้"
"ตาของแกมันงอกอยู่บนหัว ถ้าเจอคงจะแปลกแล้ว ฉันจัดงานดูตัวให้แล้ว พรุ่งนี้แกแต่งตัวดี ๆ หน่อย อย่าเอาท่าทีเหลวไหลของแกออกมาโชว์เชียวล่ะ..."
"งั้นพรุ่งนี้ผมคงทำให้คุณแม่ต้องขัดใจกับเพื่อนเก่าอีกคนแล้วล่ะ"
ท่านแม่เฒ่าเสิ่นปวดหัว "แกต้องให้ฉันโมโหตายจริง ๆ ถึงจะพอใจใช่ไหม!"
เสิ่นซื่อเลิกคิ้วมองเสิ่นเยี่ยนจือ "หลานชายแต่งงานมาหลายปีแล้ว แทนที่จะเร่งให้ผมแต่งงาน เร่งให้เขามีลูกเร็วๆ น่าจะได้ผลมากกว่านะ"
ท่านแม่เฒ่าเสิ่นเห็นด้วย ไม่ว่าจะเร่งยังไง เสิ่นซื่อก็คงไม่ฟัง ไอ้เด็กเกเรนี่มีความคิดเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก
เธอมองไปที่เสิ่นเยี่ยนจือกับจี้อี่หนิงด้วยสีหน้าอ่อนโยน
"อี่หนิง พวกเธอแต่งงานมาหลายปีแล้ว คิดจะมีลูกเมื่อไหร่ล่ะ?"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ในวันหย่าร้าง ฉันถูกอาเล็กของอดีตสามีลักพาตัวไปจดทะเบียน