ใต้ร่มยาใจ นิยาย บท 191

เหอชิ่งเหนียนดวงตาแดงเรื่อ "ไม่ปกปิดคุณชายน้อยเลย เดิมบ้านข้าเป็นครอบครัวมั่งคั่ง มีสวน มีคฤหาสน์ พ่อข้าเป็นช่างแกะสลักหยกที่พอมีชื่อเสียงในประเทศเป่ยชาง แต่สี่ปีก่อนเขาโดนเพื่อนร่วมอาชีพหลอกมายังหุบเขา บอกว่าที่นั่นมีหยกงามล้ำค่าอยู่ สุดท้ายหยกงามหาไม่เจอ คนก็เกือบกลับมาไม่ได้ โชคดีเจอยอดฝีมือเร้นลับชี้ทางออกให้เขา แต่พอกลับมาได้ไม่นาน ร่างกายเขาก็เริ่มแย่ลง ต่อมาเริ่มมีไอดำบนใบหน้า คนที่เจอล้วนตกใจหวาดกลัว เด็กๆต่างพูดว่าเขาเป็นปีศาจ ตระกูลของเราเปิดประชุมตระกูล และขับไล่พวกเราออกมา พวกเราก็ไม่กล้าไปอยู่ในตัวเมือง จึงมาอาศัยอยู่ที่นี่ สร้างเรือนขึ้นมาเอง พออยู่ก็อยู่มาสามปีกว่า"

หางตาคนแก่มีน้ำตาไหลออกมา "พ่อทำให้เจ้าเดือดร้อนแท้ๆ เดิม เดิมทีเจ้ามีพรสวรรค์ด้านหาแร่ ควรจะมีอนาคตที่ดี"

"พ่อ ข้าเป็นลูกชายท่าน จะมาพูดเรื่องเดือดร้อนอะไรกันล่ะ"

โหลชีใจกระตุก "หาแร่?"

"ก็คือพวกหาเหมืองหยกหรือเหมืองเหล็กน่ะ ข้าสนใจด้านนี้ตั้งแต่เล็ก พอรับรู้ได้บ้าง" เหอชิ่งเหนียนพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย "แต่ว่าไม่มีประโยชน์ดอก เมื่อก่อนพวกเขาก็ไม่เชื่อใจข้าเท่าใดนัก"

โหลชีพึมพำเล็กน้อย "ท่านลุง หุบเขานั่นที่ท่านไป เจออะไรกันแน่"

คนแก่หลับตาลง เริ่มเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง

หุบเขาที่แปลกประหลาด เหมือนเป็นป่าที่มีจิตวิญญาณ ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็อ้อมวนเป็นวงกลม ตกกลางคืนจะมีเสียงร้องน่ากลัวมาก และยังมีโครงกระดูกเดินได้อีก

ตาแก่เดินตามโครงกระดูกไปอย่างงงงวย จนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง เขาไม่ได้ดูให้ชัดเจน เลยตกลงไปในสระน้ำแห่งหนึ่ง พอตกลงไปถึงพบว่า สระน้ำนั่นเป็นน้ำสีดำ เขาคลานขึ้นมาอย่างตกใจสุดขีด วิ่งออกจากถ้ำ แต่กลับพบว่าด้านนอกห้อมล้อมไปด้วยโครงกระดูกมากมาย

สุดท้ายมีคนแก่ผมขาวเคราขาวคนหนึ่งช่วยเขาออกมา คนแก่คนนั้นชี้ทางออกให้เขาเสร็จก็หายไปแล้ว เขาเลยคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเซียน

"ดังนั้นไอดำพวกนี้บนตัวท่านไม่ใช่โดนของ แต่เกี่ยวข้องกับน้ำดำพวกนั้น ท่านลองคิดดูดีๆสิ ตอนนั้นที่ท่านตกลงไปในสระน้ำได้ดื่มมันเข้าไปหรือไม่?" โหลีถาม

คนแก่ครุ่นคิดอย่างละเอียด พลันพยักหน้าโดยแรง "มีมีมี เพราะตกใจ เลยสะอึกกลืนไปหลายคำ"

"คุณชายน้อย ท่านรู้ว่าจะรักษายังไงรึ?" เหอชิ่งเหนียนมองนางอย่างไม่สบายใจ

โหลชีพยักหน้าบอก "ลองดูสักครั้งเถิด แต่ถ้าดื่มน้ำที่มีปัญหาเข้าไป บางทีการทำให้อาเจียนหรือใช้การฝังเข็มบีบไอดำพวกนั้นให้มันออกมาก็ทำได้อยู่"

"ลอง ขอคุณชายน้อยโปรดช่วยชีวิตด้วย!" เหอชิ่งเหนียนพูดพลางทำท่าจะคุกเข่าให้โหลชี โหลชีรั้งเขาไว้ "ไม่ลองก็ต้องลองแล้ว เป็นแบบนี้แล้ว หากยังไม่ลองอีก คงอาการหนักแล้วล่ะ"

นางพูดรายการที่ให้เหอชิ่งเหนียนไปเตรียมของมา ตนเองหยิบเข็มยาวออกจากสายรัดเอว และเปิดออกไปพลาง เข็มยาวเรียงกันเป็นแพส่องประกายสว่างอ่อนทางกลางแสงเทียน

เหอชิ่งเหนียนผลักประตูเข้ามา ด้านหลังมีนางชุนตามมาด้วย พวกเขาต่างยกกาน้ำร้อนมา อีกคนยกถังไม้ว่างเปล่าเข้ามา อีกมือถือถาดน้ำอุ่นถาดเล็ก ในนั้นมีผ้าสะอาดอยู่

"คุณชายน้อย น้ำแกงไก่กำลังตุ๋นเจ้าค่ะ" นางชุนอดคร้ามครั่นกับเข็มยาวเรียงเป็นแพนั่นไม่ได้

"อืม วางของลง ถังไม้ไว้ทางเตียง เหอชิ่งเหนียน เจ้าเข้ามาถอดเสื้อท่อนบนของคนแก่ นางชุน สิ่งนี้ให้เจ้า เทครึ่งหนึ่งลงในน้ำแกงไก่ตุ๋นไปด้วยกัน ที่เหลือเอามาคืนข้า" โหลชีดึงขวดยาเล็กออกมาจากสายรัดเอว ในนั้นเป็นตัวยาช่วยบำรุงเลือด นางแอบเอามาจากโกดังของไอ้ตาเดียว เพื่อให้พกพาสะดวก นางบดเป็นผงหรือตัดละเอียดเลย ตัวยาพวกนี้ราคาแพงมากเกินไป ที่เหลือนางต้องเก็บกลับมา

นางชุนรับขวดยาเล็กนั้นไป

เหอชิ่งเหนียนถอดเสื้อตัวบนของคนแก่ออก เวลานี้เขาไม่รู้ว่าโหลชีเป็นสตรี ดังนั้นเลยมิได้ขัดเขินอะไร ส่วนโหลชีพอมองร่างคนแก่แล้วพลันขมวดคิ้ว

ผอม ผอมจนผิดปกติ นี่คือหนังหุ้มกระดูกจริงๆ เห็นโครงกระดูกชัดเจน ไม่มีเนื้อเลย ร่างกายแบบนี้ต้องให้เลือด ไม่รู้จะทนไปได้สักกี่น้ำ

โหลชีลังเลเล็กน้อย ก่อนกัดฟัน ควักยาออกมาเม็ดหนึ่งจากสายรัดเอว พอยานั้นออกมา เหอชิ่งเหนียนที่อยู่ข้างๆยังได้กลิ่นยาอ่อนๆ เขาพลันได้สติตื่นตัวทันที

เหอชิ่งเหนียนตกใจมาก เขาไม่ใช่ชาวป่าชาวเขาที่แท้จริง พอมีความรู้อยู่บ้าง เขารู้ว่ายานี้ต้องไม่ใช่ยาธรรมดาแน่ ขนาดกลิ่นหอมของยายังให้ผลลัพธ์อย่างนี้ แล้วถ้ากินเข้าไปล่ะ? ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อครู่โหลชีถึงมีแววปวดใจและกัดฟัน

พวกเขาก็แค่คนแปลกหน้า แค่อาศัยพักแรมหนึ่งคืนเท่านั้น จะต้องมอบยาเยี่ยงนี้ให้ คนปกติที่ไหนจะยอมกัน?

แต่ในตอนที่เขากำลังจะพูด โหลชีก็ยัดยาเม็ดนั้นเข้าปากพ่อเขาแล้ว

"นี่มันยาอะไรกัน? หอมเพียงนี้"

เหอชิ่งเหนียนฟังพ่อเขาพูดมีเรี่ยวแรงมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน นั่นไง ยานี้ได้ผล

โหลชีไม่ใช่คนดีที่ทำกุศลโดยไม่อธิบายอะไร นางพูดเสียงเรียบ "ยานี้มีฤทธิ์บำรุงมาก แต่ฤทธิ์ยาอ่อนโยน สามารถบำรุงได้แม้ร่างกายอ่อนแอ และเห็นผลเร็ว ท่านลุงท่านร่างกายอ่อนแอมากเกินไป รอจนอาเจียนเลือดดำออกมาหมดแล้ว ไม่บำรุงสักหน่อยท่านจะรับไม่ไหวเอา"

"ขอบใจคุณชายน้อยมากนัก ขอบใจคุณชายน้อยยิ่งนัก" สองพ่อลูกได้ยินนางพูดเสียงเรียบ แต่ฟังออกถึงราคาสูงลิ่วของยานั่น น่ากลัวจะคุณชายน้อยมาก บัดนี้มาใช้กับตัวเขา นี่มันบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว

"เอาล่ะ ข้าจะเริ่มละนะ รอจนข้าฝังเข็มแล้วท่านจะรู้สึกอยากอาเจียนอย่างรุนแรง อย่าทนไว้ ถังอยู่ที่นี่ อาเจียนออกมาให้หมด"

คนแก่พยักหน้าเชิงเข้าใจ

โหลชีลงมือทันที นางกระทำเร็วมาก เกือบยี่สิบเข็มพริบตาเดียวปักลงในจุดชีพจรต่างๆ มือนั่นราวกับกำลังร่ายรำ ทำเอาเหอชิ่งเหนียนตาพร่ามัว ในตอนที่เขายังมึนงงอยู่ นางก็ยกมือร่ายรำอีกครั้ง และดึงเข็มพวกนั้นออกมา

คนแก่ผลุดคลานไปที่ปลายเตียง และโก่งคออาเจียนใส่ถังใหญ่

เขาอาเจียนเป็นเลือด แต่เป็นเลือดสีดำทั้งหมด

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ใต้ร่มยาใจ