ใต้ร่มยาใจ นิยาย บท 204

สมุนไพรกอนั้นอยู่ไม่ไกล แต่ก็ต้องเข้าไอพิษไปอย่างน้อยห้าสิบเมตร อย่าว่าแต่ห้าสิบเมตรเลย ไอพิษนี้แค่พวกเขาเดินเข้าไปห้าเมตรก็ต้องเวียนศีรษะแล้ว ที่โหลชีมองเห็นสมุนไพรนั้นได้ ก็เพราะสมุนไพรนั้นมีแสงเรืองรองจางๆ อยู่ เด่นชัดอยู่ท่ามกลางไอพิษสีเขียวคราม

เพียงแต่ของพรรค์นี้ หากมิใช่คนที่มีความรู้ทางการแพทย์ลึกซึ้งแล้วก็ไม่มีทางที่จะมองออก อีกทั้งมนุษย์ต่างยึดสิ่งที่เคยได้ยินครั้งแรกเป็นหลัก ท่ามกลางไอพิษ กลัวแต่จะเป็นดอกไม้พิษและหญ้าพิษทั้งหมด ใครจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้นั่นแหละที่สามารถทัดทานไอพิษได้

เวลานี้เมื่อเห็นระยะห่าง ใบหน้าของเวิ่นเจี้ยนก็ขมึงตึงเล็กน้อย เดิมทีพวกเขาไม่คิดให้โหลชีเข้าไป ที่ตามพวกเขา ก็แค่เตรียมรอให้หนอนดอกเมฆในร่างนางกลายเป็นใยหนอนเอาชีวิตนาง แล้วแสดงละครช่วยชีวิตโหลวซิ่นอีกฉาก จากนั้นก็เกลี้ยกล่อมให้เขากลับพั่วอวี้ ...แน่นอนว่าก็ต้องพาพวกเขากลับไปด้วย ถึงตอนนั้นเวิ่นฉินกับเวิ่นซูที่ตามพวกเขาอยู่ลับๆ จะได้นำโครงกระดูกของทั้งสองไปมอบให้เจ้าสำนักเดือนหยิน

แต่เมื่อเข้าบริเวณใจกลางของหุบเทพมารไป พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ในนั้นแม้แต่เทพธิดาของพวกเขาก็ไม่เคยเข้าไป ไม่รู้ว่าสภาพการณ์เป็นเช่นใด หากเกิดความผิดพลาดจะทำอย่างไร? เทพธิดากล่าวไว้แล้ว ว่าก่อนที่โหลวซิ่นจะกลับพั่วอวี้บอกสาเหตุการตายของโหลชีกับเฉิงซ่า พวกเขาต้องปกป้องนางไว้

ฮึ่ย!

ภารกิจนี้ช่างเหลือเกินจริงๆ

แต่เวลานี้เวิ่นเจี้ยนก็จนหนทาง เขาต้องทำตามโหลชี

"แม่นาง ข้างในหุบเทพมารแปลกประหลาดอันตราย แม่นางอย่าได้เอาตัวเข้าไปเสี่ยงเลยดีกว่ากระมัง?" แต่เวิ่นโม่กลับอดเตือนไม่ได้

โหลชีทำหน้าจริงจัง "เวิ่นโม่ เจ้าคิดเช่นนี้ก็ผิดแล้ว เจ้ามิเคยได้ยินหรือ โอกาสมักมากับอันตราย เจ้ามิเคยอ่านนิยายกำลังภายในพวกนั้นหรือ พระเอกพบกันอันตรายที่เกี่ยวพันถึงชีวิต จากนั้นก็มักเกิดปาฏิหาริย์ อาจได้รับเคล็ดวิชายอดยุทธ์ในปฐพี หรืออาจได้รับผลไม้วิเศษที่เพิ่มพลังยุทธ์อะไรเทือกนี้ ในเมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว ไยไม่เสี่ยงดูสักครั้งเล่า?"

อย่าว่าแต่เวิ่นเจี้ยนกับเวิ่นโม่ แม้แต่เฉิงสิบกับโหลวซิ่นก็มองนางตะลึงตาค้างด้วย

โหลวซิ่นถาม "แม่นาง ท่านอ่านนิยาย...กำลังภายในพวกนั้นจากที่ใดหรือ?" ทำไมเขาไม่เคยเห็นมาก่อนล่ะ?

โหลชีหนักอก หรือว่านางต้องเล่าเรื่องจอมยุทธ์กิม กิมย้งกับผู้อาวุโสโกว โกวเล้งให้พวกเขาฟังด้วย? "นั่นมิสำคัญ สรุปยังคำพูดเดิม มาก็มาแล้ว ข้าต้องเข้าไปดูให้ได้"

เวิ่นเจี้ยนจนใจ จำต้องฉีกผ้ามาปิดจมูก ขยับร่าง อยากไปขุดสมุนไพรกอนั้นมาให้เร็วที่สุด

ตอนนี้เองโหลชีถึงได้เห็นฝีมือที่แท้จริงของเขา วิชาตัวเบาของเวิ่นเจี้ยนเหนือกว่าเฉิงสิบและโหลวซิ่น แวบผ่านราวกับเงาดำ พริบตาเดียวเขาก็ถึงข้างกอสมุนไพรนั้นแล้ว

เฉิงสิบสบตากับโหลวซิ่นทีหนึ่ง ต่างเห็นความหนักใจจากแววตาของอีกฝ่าย มิน่าล่ะถึงเป็นสองคนนี้ที่ตามพวกเขา วรยุทธ์ของเวิ่นเจี้ยนดูจะร้ายกาจกว่าเวิ่นฉินและเวิ่นซูมาก ดังนั้นเขาจึงเป็นหัวหน้าของทั้งสี่คนมาตลอด หากคนเช่นนี้ไปตำหนักจิ่วเซียว ได้ความไว้วางใจจากฝ่าบาท คาดว่าต้องถูกให้ความสำคัญแน่ และต่อไปเมื่อน่าหลานฮั่วซินเข้าตำหนักจิ่วเซียวจริง เช่นนั้นก็จะมีคนสร้างอิทธิพลขนาดหนึ่งให้นางอยู่ในนั้นแล้ว อนาคตหากต้องการกำจัดผู้เห็นต่าง ก็เป็นแค่เรื่องในเสี้ยววินาทีเท่านั้น

ตอนนี้พวกเขาก็ได้เห็นอุบายของน่าหลานฮั่วซินอีกแล้ว

เช่นนี้ยังไม่ต้องคิดว่าจะช่วยฝ่าบาทออกศึกทำพั่วอวี้ให้สงบได้อย่างไร แต่หญิงที่เอาแต่คิดถึงตนเองจะเป็นจักรพรรดินีได้อย่างไร? เฮ้อ อยากกลับไปบอกพวกเขาจังเลย...

"แม่นาง เวิ่นเจี้ยนจะได้สมุนไพรนั้นมาแล้ว..." วาจาแฝงความได้ใจของเวิ่นโม่ยังไม่ทันสิ้นสุด ก็เห็นเวิ่นเจี้ยนที่กำลังขุดสมุนไพรอยู่ท่ามกลางไอพิษล้มลงตึงกับพื้น

โหลชีตกใจหนัก "เร็ว! เวิ่นโม่ เจ้ารีบไปช่วยเขาเร็ว!"

หากอยู่ในไอพิษนั้นนาน ไอพิษก็จะเข้าสู่ร่างกายและทำให้สมองเป็นอัมพาตขณะที่นางเอ่ยปาก เวิ่นโม่ก็พุ่งเข้าไปปานลูกศรแล้ว อุ้มเวิ่นเจี้ยนขึ้น จากนั้นก็พุ่งพรวดกลับมา แม้ความเคลื่อนไหวของเขาจะเร็ว แต่ก็ยังทัดทานความรุนแรงของไอพิษไม่ได้

เพิ่งถึงข้างนอก ก็แคกๆ สองที ทั้งสองล้มลงพื้นหมดสติไป

"โอ้โห แม่นาง ไอพิษนี้ช่างร้ายกาจจริง!" โหลวซิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ดีที่พวกเขาไม่ได้เข้าไป มองหน้าตาเวิ่นเจี้ยนกับเวิ่นโม่ที่แต่เดิมหล่อเหลาหาใดเปรียบ ตอนนี้กลับกลายเป็นสีเขียวม่วง

มิน่าเล่า ใครก็ว่าภายในหุบเทพมารอันตรายยิ่ง นี่ก็มิได้เป็นดังนั้นหรือ? ยอดฝีมือสองคนเข้าไปแพล็บเดียวก็ล้มตึงแล้ว

โหลชีมองสองคนที่อยู่บนพื้นแวบหนึ่ง ยักไหล่เอ่ย "ก็ร้ายกาจ พวกเจ้ารออยู่นี่นะ ข้าจะไปขุดสมุนไพร"

"แม่นาง ท่าน..." เฉิงสิบกับโหลวซิ่นตื่นตระหนก กำลังจะยื่นมือไปฉุดนางไว้ นางก็เดินกรีดกรายไปทางสมุนไพรกอนั้นราวกับเดินเล่นอยู่ในลานบ้านตัวเองแล้ว

เฉิงสิบ "..."

โหลวซิ่น "..."

แม่นางท่านแกร่งเพียงนี้ ฝ่าบาทต้องทราบแน่กระมัง?!

โหลชีเดินเข้าไปที่สมุนไพรทางนั้น ครั้นเห็นก็ดีใจจนร้องว้าวขึ้นมา เป็นอย่างที่นางคิดมิผิด สมุนไพรนี้โตอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ ไม่มีร่องที่อาวุธจะผ่าก้อนหินได้ เวิ่นเจี้ยนเขาใช้อะไรขุดกันนะ? ฉะนั้นเขาเห็นสมุนไพรนี้แล้วก็จนปัญญา จึงเสียเวลาไปเล็กน้อย ครั้นทนต่อไปไม่ไหวก็ล้มลง

นางล้วงพิชิตวันออกมา ผ่าก้อนหินใหญ่อันแข็งแรงออกราวกับหั่นเต้าหู้ ขุดสมุนไพรที่แข็งแกร่งนั้นออกมา แล้วถึงเดินกรีดกรายออกไป

ครั้นออกจากชั้นไอพิษ ก็เห็นองครักษ์หน้าหล่อโง่เซ่อสองคนนั้นของตนเบิ่งตาโตมองอยู่ นางกะพริบตาเอ่ย "จริงสิ ลืมบอกพวกเจ้าไป แม่นางของพวกเจ้าร้อยพิษมิกล้ำกราย ยานี่ก็ทำให้พวกเจ้านั่นแหละ"

เฉิงสิบกับโหลวซิ่นตะลึงหน้าถอดสี

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ใต้ร่มยาใจ