ตอนที่ 2130 ชายชุดเทา
สองชั่วยามต่อมา
ภายใต้แรงกดดันที่สาดกระหน่ำไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ หลินสวินไม่อาจไม่หยุดพัก ช่วยไม่ได้ พลังผลาญไวเกินไป จำเป็นต้องฟื้นฟู
ฮูม…
หลินสวินโบกแขนเสื้อวางกระบวนใหญ่ ใช้วิชากระบวนค่ายกลต้านทานพลังกดดันของฟ้าดินแห่งนี้ ส่วนตัวเขาก็นั่งขัดสมาธิในกระบวนค่ายกลใหญ่ เร่งฟื้นฟูพลัง
เวลาหนึ่งก้านธูปต่อมา
หลินสวินฟื้นฟูพลังกาย เสียผลึกต้นกำเนิดมหามรรคที่คุณภาพดีเลิศไปสามก้อน ส่วนการโคจรกระบวนค่ายกลใหญ่ก็ผลาญผลึกมรรคไปเกือบสามล้านก้อน!
แต่หลินสวินไม่มัวนั่งปวดใจ หากไม่ฟื้นฟูพลัง เกรงว่าจะไม่มีทางเดินออกจากชั้นแปดนี่ไปได้แน่
เขาเริ่มเคลื่อนไหวต่อ
และเป็นเช่นนี้ เขาแวะพักฟื้นและมุ่งหน้าต่อเป็นพักๆ
สามวันต่อมา
เวลายาวนานเช่นนี้ผ่านไป ทุกครั้งที่หลินสวินเดินทางได้หมื่นลี้ ก็ไม่อาจไม่แวะพักผ่อนเอาแรง ผลึกมรรคหลายร้อยล้านบนตัวละลายหายไปดุจสายน้ำไหล
แต่หลินสวินก็ยังสามารถสัมผัสได้ว่า ร่างกายและจิตวิญญาณที่ผ่านการเคี่ยวกรำและกระหน่ำโจมตีของพลังแรงกดดันนั่นไม่หยุดหย่อนมาตลอดสามวัน ล้วนเปลี่ยนแปลงไปมาก เกิดการถอดคราบอันละเอียดอ่อนที่ยากสังเกตขึ้นมากมาย
ผลเก็บเกี่ยวเช่นนี้ทำให้ในใจหลินสวินค่อนข้างคึกคัก
ด้วยมรรควิธีในปัจจุบันของเขาเหนือชั้นกว่าผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันมานานแล้ว ยืนโดดเด่นเหนือสุดในระดับนี้ คิดอยากรุดหน้าอีกก็ยากเย็นแสนเข็ญชัดๆ
แต่ตอนนี้ไม่กี่วันสั้นๆ ก็ทำให้ร่างกายตนเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ขึ้นได้ ก็เรียกได้ว่าน่าตกใจแล้ว
เจ็ดวันต่อมา
พร้อมๆ กับการเดินทางอีกครั้งของหลินสวิน ทั้งร่างก็เบาลง เหมือนโยนภูเขาใหญ่หนักอึ้งออกจากตัวไม่มีผิด ความรู้สึกเบาสบายที่มาแบบปุบปับนั่นทำให้หลินสวินอดอึ้งงันไม่ได้ เสมือนจะงอกปีกขึ้นสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น
แต่จากนั้นหลินสวินก็ขมวดคิ้ว นี่ยังอยู่ในฟ้าดินชั้นที่แปด เหตุใดแรงกดดันที่มีอยู่ทุกอณูนั่นถึงหายไปแล้ว
ถึงขั้นที่เขาพลันนึกขึ้นมาได้ ว่าตลอดทางที่ตนเดินทางมาถึงตอนนี้ แม้แต่วิญญาณร้ายสักตัวก็ยังไม่เคยพบเจอ!
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
“ใคร”
และเวลานี้เอง จู่ๆ เสียงต่ำลึกสายหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูหลินสวิน
หลินสวินผงะ จิตรับรู้แผ่ออกไป
หน้าหุบเขาที่ห่างไปหมื่นจั้งนั่น มีชายชุดคลุมเทาคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงปากหุบเขา
ชายชุดเทาคนนี้สีหน้าเย็นชา สองตาปิดสนิท เงาร่างสูงผอม แสงมรรคไหลเวียนทั่วร่าง แผ่อานุภาพน่าสะพรึงที่เป็นของระดับจักรพรรดิออกมา
หลินสวินมองปราดเดียวก็ดูออกว่าชายชุดเทานี่ไม่ใช่วิญญาณร้าย แต่เป็นมหาจักรพรรดิเผ่ามนุษย์อย่างแท้จริงคนหนึ่ง
และพร้อมกันนั้นชายชุดเทาก็สังเกตเห็นหลินสวินเช่นกัน ดวงตาแผ่ประกายเทพน่าสยดสยองออกมา
“เอ๋! เจ้าหนูน้อย ดูเจ้ามีปราณระดับมกุฎกึ่งจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์ ถึงกับสามารถมาถึงชั้นแปดของนรกอำพรางนี่ได้ กระทั่งผ่านพลังกดดันของ ‘แรงถ่วงระเบียบ’ มาถึงที่นี่ได้ ความแข็งแกร่งของเจ้าคงไม่ด้อยไปกว่าระดับจักรพรรดิเลยกระมัง”
กล่าวถึงตรงนี้ชายชุดเทาเผยแววแปลกไป คล้ายตกใจไร้ใดเปรียบ
“ข้าน้อยหลินสวิน คารวะผู้อาวุโส”
หลินสวินประสานหมัด
คราวนี้เขารู้แล้ว สถานที่ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงกับเป็นแดนผนึกแรงถ่วงที่แปรสภาพขึ้นจากระเบียบฟ้าดิน!
หนำซ้ำเขายังมองออกแล้ว ว่าความแข็งแกร่งของชายชุดเทาผู้นี้น่าสะพรึงไร้ใดเปรียบ เมื่อเทียบกับจักรพรรดิผีค้างคาวเงินนั่นยังแข็งแกร่งกว่าช่วงใหญ่ ถึงขั้นมองระดับสูงต่ำของพลังปราณไม่ออก
“เจ้าก็เป็นผู้สืบทอดหอวิหคทองแดงหรือ”
ชายชุดเทายิ่งแปลกใจ “แต่เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินว่ามีคนเช่นเจ้ามาก่อน”
หลินสวินกล่าว “ผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ใช่ผู้สืบทอดหอวิหคทองแดง เพียงแค่มีวาสนาได้รับโอกาสมาเคี่ยวกรำที่นี่”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ แต่เจ้ามาที่นี่ได้ ก็พิสูจน์ความสัมพันธ์ของเจ้ากับหอวิหคทองแดงแล้ว”
ชายชุดเทาเผยแววกระจ่างแจ้ง จากนั้นก็สีหน้าพลันเข้มขรึมกล่าวว่า “สหายน้อย เจ้าออกไปเร็วๆ จะดีกว่า เบื้องหน้าก็คือ ‘แดนผนึกมรรค’ อันตรายเหลือแสน อย่าว่าแต่เจ้า ต่อให้ระดับจักรพรรดิมา ก็ไม่อาจล่วงล้ำแม้แต่ก้าวเดียว”
แดนผนึกมรรค!
หลินสวินเลิกคิ้วกล่าว “บังอาจถามผู้อาวุโส แดนผนึกมรรคที่เรียกกันนี้ซ่อนอันตรายปานใดไว้กันแน่”
“เจ้าดูตรงนั้น”
ครุ่นคิดครู่หนึ่งเขากล่าวว่า “ช่างเถิด เจ้าไปเถอะ แต่เจ้าต้องจำไว้ หากพบอันตรายข้าจะไม่ออกมือช่วยเหลือเด็ดขาด”
หลินสวินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยให้สมปรารถนา”
กล่าวพลางเขาพุ่งทะยานออกไป
“สหายน้อย”
หลินสวินหมุนตัวประสานหมัดจากไกลๆ ถึงค่อยมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่ไกลออกไปอีกครั้ง
กลางฟ้าดินสีเลือดพลิกตลบดุจกระแสน้ำเชี่ยว พวยพุ่งราวหมอก สายฟ้าแปลบปลาบอยู่ภายใน เจือคลื่นทำลายล้างที่ชวนให้คนหวาดหวั่น
ท่ามกลางความเลือนราง มีเงาร่างที่เหมือนภาพมายาเป็นสายๆ ปรากฏอยู่กลางฟ้าดินสีเลือด เทียวผลุบเทียวโผล่ แต่ละสายล้วนมีอานุภาพแตกต่างกันไป
ประดุจเทพไท้กลุ่มหนึ่ง น่าสะพรึงไร้สิ้นสุด
นี่ก็คือแดนผนึกมรรค!
ช่วงต้นยุคดึกดำบรรพ์ ในเคราะห์จ่อมจมครั้งแรก เศษเสี้ยวเจตจำนงที่ยอดบุคคลมากมายซึ่งตายอยู่ที่นี่เหลือทิ้งไว้ แปรสภาพเป็นเขตแดนอันเป็นเอกลักษณ์และอันตรายเช่นนี้
พลังเศษเสี้ยวเจตจำนงในนั้นผ่านการกัดกร่อนของกาลเวลามาเนิ่นนานแต่ไม่ดับสลาย แค่คิดก็รู้ว่าแข็งแกร่งปานใด
หลินสวินที่ยืนจ้องภาพนี้จากไกลๆ อยู่นาน จู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้น “ผู้อาวุโส หากอยากเข้าสู่ชั้นที่เก้า ก็ต้องผ่านสถานที่นี้ใช่หรือไม่”
บริเวณไกลโพ้น ชายชุดเทาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ถูกต้อง”
เขาคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่หลินสวินกังวลไม่ใช่อันตรายที่มีเกลื่อนในแดนผนึกมรรคจะน่ากลัวปานใด หากแต่เป็นเรื่องที่คิดอยากเข้าสู่ชั้นที่เก้า
นี่ทำให้ชายชุดเทารู้สึกไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
จะบอกว่าเจ้าหมอนี่โอหังเกินไป แต่เขาก็สามารถมาถึงชั้นแปดนี้ได้ ความแข็งแกร่งย่อมเรียกได้ว่าเย้ยฟ้าอย่างแน่นอน
แต่หากบอกว่าเค้าไม่โอหัง ทว่ากลับยืนกรานจะไปเสี่ยงอันตราย หากข้ามพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยแดนผนึกมรรคนั่นไม่ได้จะได้ตายเอาจริงๆ!
ขณะที่ชายชุดเทาคิดไปต่างๆ นานา หลินสวินก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว สาวเท้าก้าวสู่กลางฟ้าดินสีเลือดที่แดนผนึกมรรคปกคลุมอยู่
………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์