ตอนที่ 2400 จวินเฟิงเลี่ย
หลินสวินจะจากไปแล้ว
ข่าวนี้ไม่ได้เป็นความลับในหมู่ญาติมิตรคนสนิทอยู่แล้ว
ในใจทุกคนอดอาวรณ์อยู่บ้างไม่ได้
แต่พวกเขายิ่งรู้ดีว่าถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องลูกหลินฝาน หลินสวินอาจจะจากไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้วก็ได้
“นี่เป็นกุญแจเขตแดนไว้เปิดแดนลับดวงกมล ในช่วงหลังจากที่ข้าจากไป ถ้าพบอันตรายที่ไม่อาจคลี่คลายได้ ก็พาทุกคนในสำนักยุทธ์ก่อเกิดไปยังแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์”
ยอดภูเขาชำระจิต
หลินสวินเอากุญแจเขตแดนที่ศิษย์พี่สี่หลิงเสวียนจื่อมอบให้ส่งให้กับอาหู
อาหูเก็บไว้อย่างดี
“ในสมบัตินี้เป็นผลึกมรรคต้นกำเนิดที่ข้ารวบรวมได้ในช่วงหลายปีนี้กับสมบัติที่ข้าไม่ได้ใช้จำนวนหนึ่ง ลุงจง ให้ท่านมาดูแล”
หลินสวินส่งยันต์หยกเก็บของชิ้นหนึ่งให้หลินจง
“นายน้อย ท่านวางใจเถอะ!” ลุงจงเอ่ยหนักแน่น
“นี่เป็นจานกระบวนกับธงกระบวนที่ใช้โคจรกระบวนค่ายกลมรรคสิ้นฟ้าอาสัญ เสี่ยวอิ๋น เสี่ยวเทียน พวกเจ้าดูแลด้วยกัน จำไว้ อานุภาพของกระบวนค่ายกลนี้แกร่งกล้าถึงที่สุด มีเพียงรอให้โลกชั้นล่างแปรสภาพจนรองรับพลังระดับบรรพจารย์จักรพรรดิได้แล้วถึงโคจรได้”
หลินสวินมอบจานกระบวนกับธงกระบวนค่ายกลให้เสี่ยวอิ๋นและเสี่ยวเทียน
ก่อนหน้านี้เขากำชับวิญญาณค่ายกลเสี่ยวอู่ให้วางกระบวนค่ายกลมรรคสิ้นฟ้าอาสัญทั้งภูเขาชำระจิตใหม่แล้ว
มีกระบวนค่ายกลนี้อยู่ สามารถปกป้องภูเขาชำระจิตจากการจู่โจมของระดับบรรพจารย์ได้
ไม่นานนักหลังจากหลินสวินจัดแจงเรื่องต่างๆ เรียบร้อยก็อยู่กับสองแม่ลูกจ้าวจิ่งเซวียนตามลำพังครู่หนึ่ง
“ฝานเอ๋อร์ ตอนข้าไม่อยู่ จำไว้ว่าอย่ายั่วโมโหแม่เจ้า หาไม่แล้วข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่” หลินสวินมองดูหลินฝานผู้เป็นบุตรชาย
หลินฝานเอ่ยหนักแน่นว่า “ท่านพ่อ มีข้าอยู่ บนโลกนี้ไม่มีใครกล้าทำให้ท่านแม่โกรธหรอกขอรับ”
หลินสวินร้องอืม มองดูจ้าวจิ่งเซวียนที่สีหน้าดูเศร้าหมองเล็กน้อย ความรู้สึกผิดผุดขึ้นในใจอย่างอดไม่ได้
เขาชำเลืองมองหลินฝาน เจ้าหนูน้อยหมุนตัวจากไปอย่างรู้งาน
จากนั้นเขาจึงกอดจ้าวจิ่งเซวียนไว้ เอ่ยเบาๆ ว่า “ต่อให้ข้ากำลังจะจากไป แต่ก็เหลือพลังเจตจำนงส่วนหนึ่งไว้ดูแลที่นี่ แม้จะบอกว่าเป็นพลังเจตจำนง แต่ก็บรรจุความทรงจำกับพลังของข้าไว้ส่วนหนึ่ง ภายหน้าถ้าเกิดเรื่องที่รับมือได้ยาก เจ้าก็ปลุกพลังเจตจำนงของข้าให้ตื่นแล้วพาฝานเอ๋อร์จากมาด้วยกัน”
ขณะพูดเขาก็มอบยันต์อักษรชิ้นหนึ่งให้จ้าวจิ่งเซวียน
จ้าวจิ่งเซวียนรับยันต์อักษรเอาไว้ จู่ๆ ขอบตาก็แดงเรื่อ เอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้า… จะกลับมาเมื่อไร”
“เรื่องนี้ยังบอกไม่ได้” หลินสวินถอนใจเบาๆ
ไปคราวนี้หนทางยาวไกล ยามกลับมา เกรงว่าคงไม่รู้ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรแล้ว
จ้าวจิ่งเซวียนช้อนตาขึ้น จ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นของหลินสวิน เอ่ยหนักแน่นว่า “ข้ากับฝานเอ๋อร์จะรอเจ้ากลับมาเสมอ”
หลินสวินร้องอืม
ในวันนั้นหลินสวินจากมาเพียงลำพังอย่างเงียบเชียบ
นอกจากญาติมิตรเหล่านี้แล้ว ไม่ได้ทำให้ผู้ใดในสำนักยุทธ์ก่อเกิดรับรู้ ข่าวที่ว่าเขาจากไปจึงถูกปิดไว้โดยสมบูรณ์
……
ในนครต้องห้าม หลินสวินเดินอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง
บนถนนมีรถม้าสัญจรขวักไขว่ คนเดินไปมาเหมือนผืนแพร แต่กลับไม่มีใครสังเกตการมีอยู่ของหลินสวินสักคน
เพียงช่วงสั้นๆ เขาก็เดินผ่านสถานที่ที่สำนักศึกษามฤคมรกต ภาคีนักสลักวิญญาณและหอดูดาวหลวงเคยตั้งอยู่ แต่รูปลักษณ์เปลี่ยนไปนานแล้ว
เมื่อออกไปจากนครต้องห้าม เขาก้าวย่างไปตามภูผาธารา เดินไปบนผืนดินกว้างใหญ่ ผ่านเมืองหมอกอำพรางมณฑลซีหนาน ตอนนั้นเขาในวัยเยาว์เคยได้พบกับหลิวชิงเยียนที่นี่โดยบังเอิญ
เดินผ่านเมืองตงหลิน ตอนนั้นเขากับซย่าจื้อเคยจากกันที่นี่
เดินผ่านที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายกระหายเลือด ป้ายหินหน้าค่ายที่สลักว่า ‘ดอกจื่อเย่าด้วยกระหายเลือดจึงมิพ่าย จักรวรรดิด้วยกรำศึกจึงอยู่ตราบนิรันดร์’ นั้นยังอยู่
เดินผ่านหมู่เขาสามพันคีรี หมู่บ้านเฟยอวิ๋นในตอนนั้นหายลับไประหว่างการเปลี่ยนแปลงที่ไอวิญญาณฟื้นคืนนานแล้ว ภูผาธารากลายเป็นอาณาเขตที่ขุมอำนาจสัตว์อสูรมารต่างๆ แยกกันยึดครองไปแล้ว
หลินสวินยืนอยู่ที่นี่พักใหญ่จึงเดินจากไป
เรื่องราวในอดีตเป็นดั่งหมอกควัน ไม่อาจไล่ตามได้
ไม่นานนักหลินสวินก็มาถึงหน้าซากปรักหักพังที่ทรุดตัวร่วงโรยแห่งหนึ่ง ที่นี่รกร้างมานานแล้ว
เดิมที่นี่เป็นคุกใต้เหมืองแห่งหนึ่ง
ครั้งยังเยาว์ เขาก็เติบโตขึ้นที่นี่โดยมีท่านลู่เลี้ยงดู
ที่นี่มีความทรงจำสมัยเด็กของเขาประทับอยู่
ตัวการหลักที่เคยทำลายที่นี่ให้พังพินาศด้วยมือเดียวนั้น ถูกหลินสวินฆ่าไปนานแล้ว
แต่ท่านลู่…
กลับไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนเช่นเคย
ไม่นานนักหลินสวินก็สูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง ดวงตาดำแปรเปลี่ยนเป็นหนักแน่น
จากไปคราวนี้ จะต้องสะสางทุกเรื่องให้ได้!
เขาดีดปลายผม
ระฆังไร้กฎที่ห้อยอยู่ที่ปลายผมเหมือนตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เอ่ยว่า “จะไปแล้วหรือ”
หลินสวินพยักหน้า “ขอท่านอาวุโสนำทาง”
“ได้”
ระฆังไร้กฎส่งเสียงวิ้ง แปลงเป็นแสงเคลื่อนสายหนึ่งพุ่งออกไป
วันนี้ หลังจากกลับโลกชั้นล่างมายี่สิบกว่าปี หลินสวินก็เดินทางไกลอีกครั้ง!
……
ภูเขาชำระจิต
“ท่านแม่ ท่านพ่อจากไปแล้ว พวกเรากลับไปเถอะ” หลินฝานเอ่ยเสียงใส
จ้าวจิ่งเซวียนยืนอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว นี่ทำให้เขาเป็นห่วงอยู่บ้างอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฝานเอ๋อร์”
“ขอรับ?”
“ท่านพ่อเจ้าไปแล้ว เจ้าล่ะ จะออกไปท่องโลกภายนอกเมื่อไร”
“ข้าหรือ…” หลินฝานกลอกตาไปมา พูดหยั่งเชิงว่า “ไม่งั้นก็วันนี้เลยไหม”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์