สถานการณ์กระอักกระอ่วนขึ้นทันที
ศิษย์พรรคจันทราโลหิตรวมถึงคนสนิทอ้วนผอมตัวสั่นเบาๆ ต่างมองไปยังจอมมารจันทราโลหิต
จอมมารจันทราโลหิตตอบ “ตอบเทวะ ใต้เท้าทั้งสองถูกศัตรูแข็งแกร่งของที่นี่สังหารแล้ว ข้าใช้พลังมหาศาลให้ความร่วมมือกับใต้เท้าทั้งสอง แต่ก็ไร้ประโยชน์ ศัตรูแข็งแกร่งเกินไป”
“หืม? ในโลกใบนี้มีคนที่สังหารเพลิงทมิฬกับเนตรโลหิตพร้อมกันได้?” ชายผมยาวสีเลือดตกใจเล็กน้อย
ผมของเขาขยับเลื้อยดุจงูโลหิต หากมองให้ละเอียดจะพบว่าผมทุกเส้นมีแสงอักขระส่องกะพริบ อีกทั้งใต้ผิวก็มีอักขระเลือดเป็นชั้นๆ หมุนวนอย่างเป็นธรรมชาติ
“มันชื่อหลี่มู่ ฝึกฝนเพียงสองปี จากคนธรรมดาก็ไปถึงขั้นมหาเทวะ ทั้งยังอายุน้อยมากด้วย แค่สิบห้าปีเท่านั้น” จอมมารจันทราโลหิตพูดพลางยื่นหยกเลือดชิ้นหนึ่งไป ในนั้นมีฉากการต่อสู้ที่เกาะขอทานวันนั้นอยู่ แล้วเอ่ยเสริม “วันนั้นข้าน้อยไม่ได้ลงมือช่วยเหลือเพราะไร้ประโยชน์ หากข้าน้อยพลาดพลั้งในเงื้อมมือหลี่มู่ ก็จะไม่มีคนจัดการค่ายกลทะเลเลือดที่นี่ การมาเยือนของเทวะก็จะเลื่อนออกไปอีกไกล”
“อืม เจ้าทำถูกแล้ว” เทวะเสียไห่พยักหน้า
เขาดูภาพในหยกเลือดจบก็เอ่ยคล้ายครุ่นคิด “ดาวดวงนี้ถึงจะอ่อนแอ แต่อย่างไรก็เป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมยุทธ์ มีคนหลุดพ้นจากพันธนาการฟ้าดิน และยังเป็นดินแดนแห่งโชคชะตา บุตรแห่งโชคชะตาจะปรากฏ คนที่เจ้าว่าน่าจะเป็นบุตรแห่งโชคชะตาของดาวดวงนี้ บุคคลเช่นนี้ดวงแข็ง ชะตาสวรรค์ส่งเสริม เป็นคนที่สวรรค์เลือก อายุยังน้อยมีพลังฝึกเช่นนี้ได้ไม่ใช่เรื่องแปลก”
จอมมารจันทราโลหิตเอ่ย “ท่านเทวะปราดเปรื่อง ชี้ถูกจุดสำคัญ”
เทวะเสียไห่ถามอีก “เรื่องที่ให้คนไปสืบก่อนหน้านี้ได้ความว่าอย่างไร? หาเบาะแสของสมบัติหายากนั่นเจอแล้วหรือยัง?”
จอมมารจันทราโลหิตตอบ “สืบทราบแล้ว อยู่ในวังประสานฟ้า เมืองหลวงของซ่งเหนือ”
“วังประสานฟ้า? ค่อนข้างยุ่งยากแล้ว” เทวะเสียไห่ขมวดคิ้วน้อยๆ “เกรงว่าคนของวังประสานฟ้าจะมาถึงในเร็วๆ นี้”
ทะเลโลหิต วังประสานฟ้า ล้วนแต่เป็นขั้วอำนาจในห้วงดาราสมุทรทั้งสิ้น
……
วังประสานฟ้า
ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง เสียงระฆังดังขับขานไม่หยุด
กลุ่มสิ่งก่อสร้างศิลาขาวที่สถาปัตยกรรมต่างไปจากรูปแบบของซ่งเหนืออย่างสิ้นเชิงกินพื้นที่ร้อยกว่าหมู่ เรียบง่ายโบราณและน่าเกรงขาม เสียงระฆังดังขึ้นเอง ในหมู่สิ่งก่อสร้างมหึมาไม่มีเงาคนแม้แต่คนเดียว เวิ้งว้างราวเมืองร้าง
กำแพงเมืองสีขาวล้อมทั้งวังประสานฟ้าเอาไว้
นอกกำแพงวัง กองทหารของซ่งเหนือล้อมไว้อย่างแน่นหนา
พลังแปลกประหลาดนับไม่ถ้วนปกคลุมวังประสานฟ้าขนาดร้อยหมู่นี้เอาไว้
เวลาผ่านมาเนิ่นนาน ประชาชนและขุนนางของซ่งเหนือต่างเคยชินกับสภาพลึกลับเช่นนี้ของวังประสานฟ้าแล้ว ทั้งสงบเงียบ เวิ้งว้างเหมือนเมืองผี
แต่วันนี้ต่างออกไปเล็กน้อย
กลิ่นอายบรรยากาศที่กดดันเป็นที่สุดแผ่ออกมาจากวังประสานฟ้าไม่หยุด ยอดฝีมือทหารรักษาวังที่ยืนอยู่นอกกำแพงต่างสัมผัสได้ ประหนึ่งมีฝ่ามือไร้รูปร่างบีบคอตัวเองไว้ รู้สึกคล้ายหายใจไม่ออก
ความรู้สึกประหลาดเช่นนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนสุดท้าย เหล่าทหารกองกำลังรักษาวังค่อนข้างยากจะทนไหว
ทันใดนั้น มีเสียงดังสนั่น เสาแสงสีเงินพุ่งจากฟ้าลงมายังวังประสานฟ้า พื้นดินสั่นไหว ทั้งเมืองหลินอันสั่นสะเทือนปานเกิดแผ่นดินไหว คลื่นโจมตีที่ไร้รูปร่างหอบม้วนฝุ่นธุลีขึ้นมา ก่อนแผ่รัศมีจากวังประสานฟ้าไปทั่วทุกทิศ
“เกิดอะไรขึ้น?”
“นี่…เป็นพลังของค่ายกลรึ”
“คงไม่ใช่ว่ามีเทพเซียนมาเยือนหรอกกระมัง?”
ทหารรักษาวังตื่นตกใจ ถกเถียงกันต่างๆ นานา พันปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น
ไม่นานนักก็มีคำสั่งทหารจากระดับบนลงมา ให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตนดังเดิม อย่าได้แพร่งพราย ปิดข่าวให้เงียบ เหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ กลางตำหนักใหญ่วังประสานฟ้า ชายหนุ่มหน้าตางดงามร่างกายเปล่าเปลือยคนหนึ่งปรากฏขึ้นช้าๆ ในเสาแสงสีเงิน
“พันปีแล้ว ในที่สุดก็มาเยือนดาวดวงนี้ได้เสียที ตราสะกดที่นักโทษหลบหนีพวกนั้นทิ้งไว้ตอนนั้นค่อยๆ คลายลงแล้ว ของที่เป็นของวังประสานฟ้า ถึงเวลาเอากลับคืน”
ชายหนุ่มผมสีเงินดุจน้ำตกหิมะ ยาวสยายไปด้านหลัง รูปร่างแข็งแกร่งงดงาม กล้ามเนื้อทั่วร่างชัดเจน เต็มไปด้วยกำลังและความงาม เรือนร่างได้สัดส่วนทองคำ ทุกส่วนราวกับความรักอันสมบูรณ์แบบของเทพผู้สร้าง
ใบหน้าเขาประดับยิ้มเย็นชาทั้งยังเหี้ยมโหด
แสงเงินกะพริบวาบ
ร่างเปลือยเปล่าของเขามาปรากฏบนหลังคาวังประสานฟ้า ก้มมองเมืองหลินอันที่อยู่รอบๆ ดุจเทพผู้สูงส่งกำลังมองสัตว์เลี้ยงในทุ่งเลี้ยงสัตว์
“ฝืนทำลายตราสะกดลงมาเยือน ลดแก่นเลือดพลังปราณของข้าไปมากนัก ไม่สู้เสริมพลังสักหน่อย…อืม มาเถอะ” เขาปรายตามอง อักขระอภินิหารปรากฏ มิติแห่งหนึ่งเสมือนตัดลงมาจากความว่างเปล่า ดูดทหารรักษาวังที่เฝ้าอยู่ด้านนอกทั้งหมดเข้ามาทันที
“อ๊าก...ช่วยด้วย”
“ไม่…”
“นี่มันปีศาจมารอะไร?”
ท่ามกลางเสียงร้องน่าสังเวช ทหารรักษาวังเรือนหมื่นซึ่งมีผู้แข็งแกร่งขั้นเหนือมนุษย์ไม่น้อยถูกพลังแห่งเต๋าที่ไร้รูปร่างบีบรัด กลายเป็นกองเลือดเศษกระดูกกลางอากาศ สุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นทางเลือดยาวเหยียดสายหนึ่งไหลเข้าไปในปากของเขา
บนร่างของชายผมเงิน อักขระเพียงกะพริบ อาภรณ์ก็ปรากฏขึ้นปกปิดร่างเปลือย มุมปากเขาเปรอะเลือด แลบลิ้นเลียก่อนจะเอ่ย “สิ่งมีชีวิตในโลกชั้นต่ำช่างเล็กจ้อยต้อยต่ำ เหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน พลังที่แฝงอยู่ในเลือดน้อยเหลือเกิน ยังต้องกินอีกเยอะนัก…ไหนดูสิ ยังมีสิ่งมีชีวิตที่เลือดแฝงพลังสูงที่ไหนอีกหรือไม่?”
แสงในดวงตาเขาหมุนวน เริ่มมองสำรวจ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา