เข้าสู่ระบบผ่าน

จอมศาสตราพลิกดารา นิยาย บท 601

ศาลาว่าการวังประสานฟ้าเมืองพายุดารา มู่ซุ่นออกมาจากระบบเครือข่ายเซียน ใบหน้ามีรอยยิ้มอิ่มอกอิ่มใจ “เหอๆ ดูสิว่าเจ้าจะพลิกตัวกลับได้อย่างไร” เขารู้สึกพึงพอใจกับแผนการยัดของกลางของตนเองเป็นอย่างมาก ถึงแม้จนถึงตอนนี้ เขาจะยังหาตัวหลี่มู่ไม่พบ

แต่เขาก็เชื่อว่าภายใต้การใส่ร้ายป้ายสีขนาดใหญ่เช่นนี้ ภายใต้การ ขุดหาทุกตารางนิ้วของเหล่าผู้ฝึกตนทั่วทั้งเขตดาราเทพวีรชน หลี่มู่ต่อ ให้แปลงเป็นหนูมุดดินลงไป ก็ยังต้องถูกค้นตัวจนเจอ พอถึงตอนนั้นต่อ ให้มีอีกร้อยปากก็แก้ตัวไม่ขึ้นแล้ว

ครั้งนี้ ท่านอาจารย์จะต้องพอใจแน่ๆ มู่ซุ่นรู้สึกยินดี พอคิดถึงอาจารย์ ในใจมู่ซุ่นมีความคาดหวังขึ้นมา

ครั้งนี้อาจารย์จะหล่อ ‘ลูกกลอนเซียน’ ขึ้นมาเลยนะ ถ้าหาก สามารถหล่อออกมาเม็ดสองเม็ดได้ล่ะก็ ตนเองจะได้แบ่งมาหน่อยไหม หนอ? ต่อให้ไม่ได้รับการแบ่ง ‘ลูกกลอนเซียน’ มาก็ตาม แบ่งมาแค่เศษ เหลือๆ ของตัวยาบางส่วน ก็ยังสามารถเพิ่มพูนพลังบําเพ็ญได้อย่าง ก้าวกระโดด การจะก้าวสู่ขั้นนักรบในภายภาคหน้าก็เป็นไปได้แล้ว กระมัง?

แน่นอน ดีที่สุดคือได้รับการแบ่ง ‘ลูกกลอนเซียน’ มา

ในใจเขากําลังจินตนาการ

เพียงพริบตา เวลาก็ผ่านไปครึ่งเดือน

ใบหน้า ‘หนึ่งกระบี่ไร้โลหิต’ เฝิงเจิ้งมีความเหนื่อยล้าเต็มหน้า มี ความคาดหวังอยู่เต็มตา

จัดเตรียมสมุนไพรเทพ แร่ธาตุและตัวเร่งปฏิกิริยาไว้มากมาย หนึ่ง ในสามได้ใส่เข้าไปในเตาโอสถแล้ว ดูจากปฏิกิริยาและเค้าลางของเตา โอสถ ขั้นตอนการหลอมลูกกลอนราบรื่นอย่างมาก ไม่มีเรื่องไม่คาดคิด เกิดขึ้น

“การหลอม ‘ลูกกลอนเซียน’ จําเป็นต้องใช้เวลาสี่สิบเก้าวันจึงจะ เสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้ผู้ฝึกตนนั้นน่าจะยังไม่ตาย”

เฝิงเจิ้งอัดปางประทับค่ายกลอีกสิบกว่าครั้งที่ค่ายกลดาราบนพื้น เพิ่มแรงไฟให้แก่เตาโอสถต่อ

จากนั้น เขานั่งขัดสมาธิลงบนที่รองนั่ง เริ่มทําการปรับลมหายใจ เพื่อฟื้ นฟู

การหลอมยาเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองปราณแท้และพลังจิตอย่างมาก อีกเรื่องหนึ่ง

เพียงพริบตาก็ผ่านไปอีกสามวัน

เฝิงเจิ้นฟื้ นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์กระฉับกระเฉง ปราณแท้ ไหลเวียนมหาศาลอยู่ภายในร่างกาย

กึงๆๆ!

เขาเคาะๆ เตาโอสถ เอ่ยขึ้นว่า “เหอๆ ยังไม่ตายใช่ไหม?”

ด้านในมีเสียงหลี่มู่ลอยออกมา “ต่อให้เจ้าตายไปแล้ว ข้าก็ยังไม่ ตาย คิดจะเอาข้าไปหลอมเป็นยาหรือ ฝันไปเถอะ ข้าจะเล่นให้เจ้าต้อง เปลืองแรงจนตายไปเลย”

เฝิงเจิ้งพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อืม ไม่เลว ยังมีชีวิตอยู่ ฟังจากน�าเสียงแล้วกําลังวังชายังดีอยู่… แต่ว่า นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ฮ่าๆ เจ้ายิ่งยืนหยัดนานเท่าใด ‘ลูกกลอน เซียน’ ที่ข้าหลอมออกมาได้ประสิทธิภาพก็จะยิ่งดีเท่านั้น ดิ้นรนเข้าไป เถอะ กรีดร้องเข้าไป ฮ่าๆ เสียงของเจ้าในหูข้าถือเป็นเสียงเซียนสราญที่ ไพเราะที่สุด”

“เช่นนั้นหรือ? แต่ทําไมตอนนี้ข้าถึงได้รู้สึกสบายจริง? ว้าว ราวกับ นอนอาบแดดอยู่อย่างไรอย่างนั้น” เสียงของหลี่มู่ลอดออกมาจากเตา โอสถ ฟังแล้วกําลังวังชาเต็มเปี่ ยม ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย เอ่ยต่อว่า “ฝีมือการหลอมยาของเจ้ามันอ่อนแอจริงๆ แต่ว่าพวกหญ้า สมุนไพรล�าค่าที่ใส่เข้ามาก็อร่อยดี เจ้ายังมีอีกไหม ส่งมาอีกหน่อยสิ”

ฟันของเฝิงเจิ้งคันระริกขึ้นมา ยิ้มเย็นชาเอ่ยขึ้น “ใกล้จะถึงเวลาที่ เจ้าต้องร้องไห้แล้ว”

เขาทําการหลอมยาต่อตามวิธีโบราณ เติมวัตถุดิบมากมายลงไปใน เตาโอสถอย่างต่อเนื่อง

เพียงพริบตา อีกสิบวันก็ได้ผ่านไป

“เป็นอย่างไร ตอนนี้จะร้องไห้ก็ร้องไม่ได้แล้วสิ”

เฝิงเจิ้งสัมผัสได้ถึงด้านในเตาโอสถ การเคลื่อนไหวของหลี่มู่ค่อยๆ นิ่งลงไปมากแล้ว ไม่มีการประชดประชันออกมาอีก แต่กลิ่นอายพลัง ชีวิตยังคงอยู่ อธิบายได้ว่ายังไม่ตาย

ช่วงหลังของการหลอมยา จึงจะเป็นเวลาสําคัญที่แท้จริง

วัตถุดิบตัวยาสมุนไพรเทพหลายชนิด เมื่อถูกใส่ลงไปตามปริมาณ และลําดับของวิธีหลอมจะเกิดประสิทธิผลที่พิเศษขึ้น จะเกิดปฏิกิริยา ลูกโซ่ จากนั้นจึงปล่อยภลังของยาลูกกลอนที่แท้จริงๆ ออกมา และ กลายเป็นยาลูกกลอนในที่สุด

ดังนั้น สําหรับคนที่อยู่ในเตาโอสถ ยิ่งในช่วงท้าย หลังจากที่พลัง ของตัวยาหลายชนิดปะทุออกมาก็จะเป็นช่วงที่ทรมานมากที่สุด เหมือนกับต้มกบในน�าเดือดอย่างไรอย่างนั้น ความตายมาเยือนอย่างไม่ รู้เนื้อรู้ตัว จะหนีก็หนีไม่พ้น

จากการท้าทายของเขา คนในเตาโอสถไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบ กลับมา

“ฮ่าๆ เป็นอย่างไร? ยังปากดีอยู่อีกไหม? ทนไม่ไหวแล้วใช่หรือไม่? นี่เป็นชะตาของเจ้า จงยอมรับเสียเถอะ ฮ่าๆ ถึงแม้ไม่รู้ว่าเจ้าจะมาจาก สํานักไหน เจ้าจะชื่ออะไร แต่เจ้าก็เป็นดาวแห่งโชคลาภของเฝิงเจิ้งคนนี้ จริงๆ”

เฝิงเจิ้งหัวเราะร่าขึ้น

แต่หลี่มู่ที่อยู่ด้านในเตาโอสถ ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับมา

“เหอๆ ประคับประคองเอาไว้เถอะ อย่าอดทนอีกเลย ดิ้นรนรเสีย กรีดร้องเสียง ฮ่าๆ เจ้าตอนนี้ยิ่งทรมาน ตอนที่ตายก็จะยิ่งเจ็บปวด พลา นุภาพของ ‘ลูกกลอนเซียน’ จึงจะสมบูรณ์แบบ”

เฝิงเจิ้งรู้สึกเฝ้ารออย่างมาก

จากเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตัวยาสมุนไพรเทพมากมายที่เขา เตรียมไว้ ค่อยๆ ถูกนําใส่เข้าไปในเตาโอสถ กลิ่นอันแปลกประหลาด อย่างมากกลิ่นหนึ่ง เริ่มลอยออกมาจากในเตาโอสถ คละคลุ้งไปทั่วห้อง โอสถ

“ยังเหลือยาเทพอีกสามชนิดสุดท้าย ใส่พวกมันเข้าไป ก็เท่ากับ ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว…” เฝิงเจิ้งเปิดกล่องใบหนึ่งออกอย่างเอาจริง เอาจัง

ด้านในมีแสงแวบออกมา

ฝุบ

เงาเล็กสีม่วงเงาหนึ่งพุ่งจากด้านในออกมาข้างนอก ทะยานบิน ออกไปด้านนอกห้องโอสถ

“จะหนีไปไหน”

เฝิงเจิ้งแสดงวิชา คว้าเอาเงาสีม่วงไว้ในมือ

ที่แท้ก็เป็นผลทารกผลหนึ่ง ส่วนล่างแยกออกจากกันราวขามนุษย์ รากงอกยืดยาว ส่วนบนคล้ายใบหน้ามนุษย์ มองแล้วเหมือนกับชายชรา หนวดคิ้วยาวอย่างไรอย่างนั้น ผิวนอกสีม่วงอ่อน เปล่งประกายอักขระที่ จับตัวมาตามธรรมชาติ มีจิตวิญญาณขึ้นมาแล้ว กําลังดิ้นรนขัดขืนอยู่ ในมือของเฝิงเจิ้ง รากพันม้วนคิดที่จะสลัดให้หลุด

นี่เป็นยาเทพระดับสูงอย่างแน่นอน

“ ‘โสมราชาเทพหยกม่วง’ อายุพันปีที่มีจิตวิญญาณ พอรู้ว่า จะต้องลงเตาจึงคิดจะหนีหรือ น่าเสียดาย ถ้าหากเจ้าเป็น ‘โสมราชา เทพหยกม่วง’ อายุหมื่นปีจนกลายร่างเป็นมนุษย์แล้วล่ะก็ สรรพคุณ ทางยาเท่ากับครึ่งหนึ่งของ ‘ลูกกลอนเซียน’ ก็คงจะให้เจ้ามีชีวิตต่อไป ได้อยู่”

เฝิงเจิ้งยิ้มจางๆ จากนั้นใช้วิชาประทับหลอมยาเด็ดเอาสติปัญญา วิญญาณของโสมผลนี้ออกอย่างไร้ความปราณี จากนั้นโยนมันลงไปใน เตาโอสถ

บทที่ 601 โหยหวนอย่างบ้าคลั่ง 1

บทที่ 601 โหยหวนอย่างบ้าคลั่ง 2

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา