ชายาบุปผาซ่อนพิษ นิยาย บท 208

หลินผิง ตระกูลเฟิง 

ข่าวคราวของเหลียงฮุยที่เป็นบ้านั้นได้เผยแพร่ออกไป แต่ว่ารอมาหลายสิบวัน ก็ไม่มีใครออกมาช่วยเหลียงฮุยเลย 

เฟิงฉิ้นหว่านเปิดสมุดบัญชีที่อยู่ในมือ มีความเงียบสงบในตัว 

เหว้ยหลันถือน้ำชาวางไว้ข้างๆมือนาง “คุณหนู ฝั่งใต้เท้าจ้าวนั้นยังคงบอกว่ายังไม่ได้มีข่าวคราวอะไร หรือว่าตระกูลเหลียงยังไม่รู้ตัวขึ้นมา?”

“เหลียงฮุยมายังหลินผิง กล้าที่จะบอกว่าลับหลังมีจวนเฉิงเสี้ยนคอยช่วย ข้างกายต้องมีจวนเฉิงเสี้ยน แม้กระทั่งคนคอยจับตามองที่องค์ชายสามสั่งมา เรื่องได้แพร่ออกไปแน่นอน ก็แค่ว่าทำไมตระกูลเหลียงฝั่งนู้นไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย นี่ก็ไม่เข้าใจแล้ว”

“อาจไม่แน่เป็นเพราะพระเจ้าไม่พอใจที่เห็นคนตระกูลเหลียงทำแต่สิ่งชั่วร้าย ให้ฟ้าผ่าพวกเขาทั้งตระกูลตายหมดละแหละ!”

เหว้ยหลันพูดอย่างโมโห ถ้าเกิดว่าไม่ใช่เพราะตระกูลเหลียงที่อยู่ลับหลังมายุ่ง ในนครหลินผิงคงไม่มีการลือที่ว่าท่านชายไม่เอาคุณหนูเป็นภรรยาหรอก 

เพื่อที่ท่านชายจะจีบคุณหนู ต้องเสียแรงกายใจไปเยอะเลย หันหลังแล้วรู้ว่าความพยายามทั้งหมดนั้นกลายเป็นศูนย์เปล่า ไม่แน่จะโกรธอย่างไร?

“อดทนรออีกหน่อยเถอะ”

รอครั้งนี้รอไปครี่งเดือน ตอนแรกเฟิงฉิ้นหว่านยังรู้สึกกลัวการเอาคืนของเมืองหลวงฝั่งนั้น แต่เวลาผ่านไปทีละวัน ใจที่กลัวก็ค่อยๆผ่อนผันลง 

เฟิงฉิ้นหว่านปิดผนึกซองหอมเล็กๆอย่างระมัดระวัง วางไว้ตรงจมูกค่อยๆสูบดม “กลิ่นหอมมาก ตอนส่งไปให้ท่านชายต้องค่อยๆนะ”

เสิ่นเยว่เงยหน้ามอง ทนไม่ได้ที่จะเอ่ยคำออกมา “เจ้าและท่านชายผู้นั้นเป็นแค่การแสดงเองมิใช่หรือ? ทุกวันนี้เขาสัมผัสความร่ำรวยของเขาอยู่เมืองหลวง ยังสนใจซองหอมของเจ้า?”

เฟิงฉิ้นหว่านหัวเราะเบาๆ “ท่านชายฟู่บอกว่าถึงจะแสดงก็ต้องให้ครบถ้วน ในเมื่อพวกข้าสองคนแกล้งเป็นคู่รัก ทุกวันนี้อยู่คนละที่ ก็ต้องส่งของขวัญเล็กน้อยไปให้บ่อยๆ เพื่อแสดงถึงความคิดถึงไงละ”

ในใจเสิ่นเยว่ยิ่งมีความต้องการที่จะให้ออกห่างจากฟู่ลั่วเฉิน “ปกติแล้วท่านชายฟู่เหมือนกับว่าทำเรื่องใหญ่อย่างไม่ออกเสียงเลย เจ้าอย่าถูกคาบไปอย่างไม่ทันตั้งตัวละ”

“หลายวันนี้ท่านแม่เลี้ยงข้า เลี้ยงได้อ้วนขึ้นมาเยอะเลย ไม่มีใครคาบไหว”

“ถ้าอย่างนั้นท่านแม่คงต้องให้อ้วนกว่านี้ละ”

สองแม่ลูกกำลังคุยกัน เหว้ยหลันรีบวิ่งเข้ามา “คุณหนู เมืองหลวงทางนั้นได้ส่งข่าวสารมาแล้ว”

“เอามาดูหน่อย”

เฟิงฉิ้นหว่านรับจดหมาย เปิดออกมาตั้งใจอ่านรอบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะโผล่สีหน้าอันชื่นชมออกมา

“เรื่องเรือนไป๋เซียงได้ฟ้องไปยังฝ่าบาทแล้ว ฝ่าบาทโกรธกริ้วอย่างมาก ขับไล่นายอำเภอของเมืองซู อุปราชรอข้าราชการหกท่าน ทูตของจักรวรรดิถูกส่งไปยังนครซูเพื่อตรวจสอบคดีไป๋เซียงอย่างละเอียดถี่ถ้วน”

สีหน้าของเสิ่นเยว่ก็เต็มไปด้วยความสุข “ดีมากเลย พวกแม่นางของเรือนไป๋เซียงคงต้องได้รับการช่วยเหลือแล้ว”

“ใช่แล้ว” เฟิงฉิ้นหว่านโล่งใจ “ไม่เพียงแต่แค่นี้ ยังมีคนทำให้คดีของหอเซียวเซียงจุ๋นกับเรือนไป๋เซียงโยนไปยังครอบครัวทางแม่ขององค์ชายสามตระกูลหลี่ ฝ่าบาทส่งคนไปขังครอบครัวแม่ขององค์ชายสามแล้วด้วย รอตรวจสอบคดีอย่างชัดเจน”

เหว้ยหลันพูดด้วยอารมณ์ “ตั้งแต่ที่องค์ชายสามถูกฝ่าบาทรักมากหลังจากนั้น ครอบครัวแม่ขององค์ชายสามตระกูลหลี่ก็เหมือนดั่งเรือยกขึ้นเพราะน้ำเพิ่มขึ้น อยู่ในราชวงศ์ก็ร่าเริงดื้อด้าน ไม่คิดเลยว่าถูกจับขังทีหนึ่ง องค์ชายสามคงจะกังวลดั่งไฟเผาละสิ”

“ไม่เพียงแต่แค่นี้ สองคดีนี้ยังโยงไปยังตระกูลเหลียง……”

เฟิงฉิ้นหว่านเก็บจดหมายบนมืออย่างระมัดระวัง ระหว่างคิ้วได้มีสีอันอบอุ่น “ก็ว่าทำไมจวนเฉิงเสี้ยนและตระกูลเหลียงไม่มาหาเรื่องข้า เป็นท่านชายนี่เองที่ช่วยก้านปัญหาไว้ให้”

เหว้ยหลันดูสีหน้าของเสิ่นเยว่อย่างแอบๆ กระซิบข้างๆเบาๆ “แน่นอนเลยท่านชายเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณหนูทุกเวลา ถึงแม่จะไม่ได้ปกป้องอยู่เคียงข้างท่าน ก็สามารถเป็นที่พึ่งอันแข็งแรงที่สุดให้คุณหนู……”

เสิ่นเยว่รีบมองมา “ที่พึ่งอันแข็งแกร่งที่สุด?”

หรือว่าท่านแม่ของนางไม่ใช่ที่พึ่งอันแข็งแกร่งที่สุดหรือ?

เหว้ยหลันรีบพูดชดเชย “……ส่วนหนึ่ง! ข้ายังพูดไม่เสร็จเลย ฮูเหยินเป็นที่พึ่งอันแข็งแกร่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ฉะนั้นท่านชายคือส่วนหนึ่ง”

เสิ่นเยว่รู้สึกน้อยใจ “ช่างแล้ว ข้าพเจ้าก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองก็ไม่ได้เป็นที่พึ่งที่ดีขนาดนั้น แต่ว่าจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก ลูกสาวของท่านแม่จะให้คนอื่นมาดูแลทั่วถึง มักไว้ใจไม่ได้หรอก”

เฟิงฉิ้นหว่านกุมมือเสิ่นเยว่ ยิ้มอย่างอบอุ่น “ท่านแม่ดีสุดแล้ว”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาบุปผาซ่อนพิษ