เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 538

เช้าวันรุ่งขึ้น จู่ๆก็มีคนจากในวังมาถึง

เป็นขันทีใหญ่ข้างกายฮ่องเต้ ลู่กงกงที่พาคนมาด้วย

ซูจิ่งพาคนทั้งบ้านออกมาต้อนรับ

เขาคือขันทีใหญ่ข้างกายฮ่องเต้ มาถึงจวนสกุลซู เเสดงว่ามีราชโองการมาจากฮ่องเต้ จึงไม่มีใครกล้าที่จะเฉื่อยชา

“ซูซื่อหลาง ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการให้เรียกตัวคุณชายห้าสกุลซูเข้าเฝ้า อีกทั้งฮ่องเต้ทรงกำชับเป็นพิเศษว่า ไม่ทราบว่าภาพวาดงานเลี้ยงแต่งงานของคุณชายห้าเสร็จเรียบร้อยหรือยัง หากเสร็จเเล้ว ขอให้คุณชายห้าเอาภาพวาดงานเลี้ยงเเต่งงานไปด้วยเพื่อเข้าเฝ้า”

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ทุกคนในครอบครัวสกุลซูต่างก็ดีใจจนประหลาดใจ

นอกจากแม่ซู ที่คิดว่าทำไมฮ่องเต้จึงทรงเรียกเจ้าห้าอย่างกระทันหัน หรือว่าเขาทำอะไรผิด หรือว่าภาพวาดของเขาไปขัดต่อกฏเกณฑ์อะไรหรือเปล่า

สรุปแล้วคนแก่ก็มักจะคิดมากเป็นธรรมดา

แต่คนอื่นๆต่างก็รู้ว่าโอกาสของซูอี้มาถึงแล้ว ฮ่องเต้คงจะทรงได้ยินเรื่องพรสวรรค์ของซูอี้ จึงได้เรียกตัวเขาเข้าวัง เเละยังกำชับเป็นพิเศษให้เอาภาพวาดงานเลี้ยงแต่งงานไปด้วย

ซูจิ่งอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก เเล้วหันไปมองซูอี้พลางถามว่า

“เจ้าห้า ภาพวาดงานเลี้ยงเเต่งงานเสร็จหรือยัง”

ซูอี้ดูเหมือนจะมึนงงกับเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันนี้ และยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งด้วยความไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

ซูหว่านเป็นคนดึงเเขนเสื้อของเขาเบาๆ เพื่อบอกให้รู้ว่าพี่ชายใหญ่กำลังถามอยู่

ซูอี้จึงได้สติ กระทั่งรีบตอบว่า

“วาดเสร็จแล้ว เอาไปได้ทุกเมื่อ”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอเชิญคุณชายห้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เเล้วนำภาพวาดงานเลี้ยงแต่งงานไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้พร้อมกับข้าเลยเถิด!”

ลู่กงกงพูดเสียงเเหลมสูง พร้อมรอยยิ้มที่เต็มใบหน้า

การอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเข้าเฝ้าก็เป็นกฏข้อหนึ่งเช่นกัน อำนาจบารมีของฮ่องเต้นั้นยิ่งใหญ่ ไม่สามารถดูหมิ่นได้แม้แต่เหล่าขุนนางที่เข้าเฝ้าทุกวันก็ต้องอาบน้ำล่วงหน้า ซูอี้ที่เป็นเพียงราษฏรธรรมดาก็ไม่มีข้อยกเว้น

“ขอลู่กงกงรอก่อนสักครู่ ไปดื่มชาและทานขนมที่ห้องรับรองก่อนเถอะ” ซูจิ่งนำพาคนไปยังห้องรับรองอย่างสุภาพ

ซูอี้จึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เเม่ซูเตรียมเสื้อคลุมสีฟ้าให้เขาหนึ่งชุด ทุกอย่างใหม่หมดตั้งเเต่หัวจรดเท้า

“อาจิ่ง น้องห้าของเจ้าไปวังครั้งนี้จะไม่มีเรื่องอะไรใช่ไหม” แม่ซูถามซูจิ่งด้วยความกังวล ขณะที่มองไปทิศทางที่รถม้าของลู่กงกงจากไป

เสิ่นชิงหลีเห็นดังนั้น จึงยิ้มปลอบใจว่า

“ท่านเเม่ไม่ต้องตกใจ นี่เป็นโอกาสที่น้องห้าจะได้สร้างชื่อเสียง คิดว่าไม่นานมานี้ ท่านพ่อของข้าคงจะเข้าไปในวัง เเละกล่าวถึงน้องห้ากับฮ่องเต้ว่า เขาเป็นอัจฉริยะด้านการวาดภาพ อีกทั้งท่านยังนำภาพเหมือนที่น้องห้าเคยวาดให้ท่านเเม่ของข้าเมื่อหลายปีก่อน ไปให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตรด้วย”

ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ฮ่องเต้กำลังคิดจะวาดภาพใหม่ของตัวเอง ยังมีฮองเฮาเหนียงเหนียงเอง รวมถึงเหล่าสนมในวัง ท่านพ่อจึงได้เเนะนำน้องห้าให้กับฮ่องเต้ นอกจากนี้ในวันเเต่งงาน น้องห้าก็ได้วาดภาพงานเลี้ยงเเต่งงานซึ่งเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว ข้าคิดว่าฮ่องเต้ทรงสงสัยในความสามารถของเขาว่าจะเป็นจริงตามข่าวลือหรือไม่ สรุปแล้ว ครั้งนี้น้องห้าไปก็คงไม่มีเรื่องอะไรหรอก”

เมื่อได้ฟังวคำอธิบายของลูกสะใภ้ ในใจของเเม่ซูก็นับว่าสบายใจขึ้นมาบ้าง

“ลูกหลานก็มีวาสนาของตัวเอง เจ้าจะไปกลัวว่าพวกเขาไม่ดีอย่างงั้นอย่างงี้ทำไม ทำใจให้สบายเถอะ!” พ่อซูกลับมองเรื่องนี้ได้ทะลุปรุโปร่ง

“ท่านแม่ น้องห้าเป็นคนละเอียดอ่อนมาตั้งเเต่เด็ก รู้จักสังเกตุความรู้สึกของผู้คน เขารู้จักวางตัวดี ท่านเเม่ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะก่อเรื่อง หากเป็นอาอวิ๋น ท่านค่อยเป็นกังวล”

ซูจิ่งยกย่องซูอี้ พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับซูอวิ๋น ทำให้แม่ซูหัวเราะออกมาทันที

ตัวซูอวิ๋นเองก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

อะไรกัน การยกย่องคนหนึ่งเเต่เหยียดอีกคนหนึ่งเล่นกันแบบนี้เหรอ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม