ชิวเหนียงฟังและพยักหน้าไปพลาง พร้อมกับจดจำสิ่งที่นางเอ่ยอย่างเงียบๆ
ในเมื่อเป็นของที่ท่านหมอเทวดาน้อยคิดค้นขึ้นมา ย่อมเป็นของดีเป็นแน่
ซูมู่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในเจียงหนาน โรคระบาดครั้งนั้นทำให้เขาเป็นที่รู้จัก ส่วนในเมืองหลวง หากไม่ใช่ผู้ไม่ประสีประสาเรื่องราวก็ย่อมรู้ว่าหมอเทวดาซุนเป่ยโต่วมีศิษย์เอกเพียงคนเดียวที่ผู้คนเรียกขานกันว่าหมอเทวดาน้อย แต่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขาผู้นั้นคือซูมู่แห่งตระกูลซู
“ตอนนี้ตัวข้าไม่สะดวกนัก หลายเรื่องคงไม่สามารถลงมือทำเองได้ แต่ลูกน้องของข้าล้วนเป็นคนที่ไว้ใจได้ พวกเขาทำงานกับข้ามาหลายปีแล้ว”
ตอนนี้ชิวเหนียงกำลังตั้งครรภ์ ช่วงแรกจึงเลยไม่สะดวกที่จะเดินทางไปไหนมาไหน ควรเน้นเรื่องการบำรุงครรภ์เป็นหลัก
ไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้เฟิงอิ่งไม่ได้อยู่ข้างกายเจียงอวี้แล้ว องครักษ์ส่วนตัวของเขาตอนนี้คืออาหนาน
คาดว่าเขาน่าจะตั้งใจลาหยุดเพื่อกลับมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยา ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกับทางการเรียบร้อยแล้ว และได้จัดพิธีแต่งงานแบบเรียบง่าย โดยเชิญบรรดาสหายองครักษ์ลับด้วยกัน และลูกน้องในสังกัดของชิวเหนียงมาร่วมงานด้วย
พวกเขาต่างจับคู่กันเอง ผู้ใดที่มีวัยใกล้เคียงและมองว่าเหมาะสม ก็สามารถลองคบหากันได้
เหล่าลูกน้องที่ติดตามคุณชาย ล้วนแต่เติบโตไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว แม้จะจัดเตรียมอาหาร ที่พัก และเงินเดือนให้ครบครัน แต่ก็มิได้จัดการเรื่องหาภรรยาให้ เหล่าพี่น้องที่อยู่ด้วยกันทุกวันเช่นนี้ พวกเขาคงจะไม่ถูกใจกันเองหรอกนะ
ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีการจับคู่ได้แล้วกว่าสิบคู่ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มีคู่ครองเป็นหลักเป็นแหล่ง
“ก็แล้วแต่เจ้าจัดการเถอะ ด้วยฐานะของข้าในตอนนี้ยิ่งไม่สะดวกที่จะออกไปไหนมาไหน ข้าเชื่อใจเจ้าอยู่แล้ว การมาเยี่ยมเยียนคราวนี้ไม่ได้นำสิ่งบำรุงใดมาให้ คราวหน้าข้าจะให้หลิวอวิ๋นนำมาให้เจ้าก็แล้วกันนะ”
นางเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าชิวเหนียงตั้งครรภ์ ไม่อย่างนั้นของบำรุงดีๆ อย่างรังนกแดงเอย อำพันดอกท้อเอย ในจวนก็มีมากมาย จะได้เอาติดไม้ติดมือมาบ้าง
"ได้เลย ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจเจ้าล่ะนะ พวกเราสนิทกันขนาดนี้แล้ว นี่ลูกท้อแห้งนี้อร่อยจริงๆ ไม่เปรี้ยวเลย ไม่เชื่อลองชิมดูสิ”
ชิวเหนียงยื่นจานมาตรงหน้า ซูหว่านมองเห็นลูกท้อแห้งในจานสีสวยดูน่าทานมากจนหลงเชื่อนางเสียสนิท จึงหยิบมาชิมหนึ่งชิ้น
เมื่อกัดเข้าไปเท่านั้นแหละ โอ้โห! เปรี้ยวจี๊ดจนชาไปหมด ซูหว่านถึงกับทำหน้าเหยเกเหมือนใส่หน้ากากที่ดูน่าเกลียดในทันใด มันเปรี้ยวจนน้ำลายไหลแทบจะควบคุมไม่ได้
เห็นท่าทีแบบนั้น ชิวเหนียงก็ทำหน้างงเล็กน้อยแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“มันขนาดนั้นเลยหรือ ข้าว่ามันก็พอไหวนะ ไม่ได้เปรี้ยวขนาดนั้นสักหน่อย”
ซูหว่านเช็ดปาก มองนางด้วยสายตาตัดพ้อแล้วบ่นพึมพำ
"พี่หญิง ที่เจ้าไม่รู้สึกว่ามันเปรี้ยวก็เพราะอาการแพ้ท้องน่ะสิ!"
แน่นอนว่ามีการกำหนดราคาเอาไว้อย่างชัดเจน ผู้ใดเห็นว่าคุ้มค่าและเต็มใจที่จะจ่ายก็จะเข้ามาใช้บริการเอง
ชั้นที่สองเป็นพื้นที่แบบเปิด โดยมีฉากกั้นแบ่งส่วน บริเวณฝั่งที่หันหน้าออกสู่ถนนเป็นที่นั่งมาตรฐานสำหรับสี่คน ตรงกลางออกแบบเป็นพื้นที่โปร่งโล่ง ส่วนที่ติดโถงใหญ่ก็จะเป็นโต๊ะสำหรับสองที่นั่ง
ชั้นหนึ่งเป็นห้องโถงใหญ่ ตรงกลางมีเวที ทุกวันจะเชิญนักร้องและนักดนตรีมาบรรเลงให้ฟังอย่างไพเราะเพลินใจ
แต่ไม่มีการแสดงเต้นรำให้ชม ซูหว่านให้ความเห็นว่าโรงเตี๊ยมที่ทำอาหารแบบจริงจังไม่ควรมีการแสดงร่ายรำ หากอยากชมการเต้นรำก็ควรไปที่โรงน้ำชาหรือหอนางโลมจะเหมาะกว่า
มีดนตรีให้ฟังก็นับว่าไม่เลวแล้ว นักดนตรีที่เชิญมาล้วนฝีมือระดับมืออาชีพ โดยรวมแล้วฝีไม้ลายมือนับว่ายอดเยี่ยม น่าเพลิดเพลินใจและน่ามอง
การจัดร้านขนาดใหญ่เช่นนี้ หนึ่งเดือนผ่านไปก็สามารถหาเงินได้ไม่น้อย ซูอวิ๋นจะบริจาคเงินจำนวนหนึ่งให้ราชสำนักเป็นประจำทุกปี เทียบเท่ากับการรักษาความสงบสุข เอาเงินจ่ายเพื่อปัดเป่าภัยพิบัติ
หลังจากได้รับอิทธิพลจากซูหว่าน ซูอวิ๋นตอนนี้ไม่ได้มุ่งหวังที่จะหาเงินมากมายแล้ว สิ่งสำคัญคือความรักในสิ่งที่ทำ
ขอเพียงเงินที่เหลือในแต่ละปีเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของคนในครอบครัวก็พอแล้ว
ชั้นหนึ่งมีโต๊ะกลมหลายโต๊ะ ทั้งขนาดหก ขนาดแปด ขนาดสิบสอง และขนาดมาตรฐานอื่นๆ ก็มีครบ รวมถึงโต๊ะสำหรับสี่คนด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...