เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 546

“เป็นอย่างไรบ้าง เฉิงโหลวที่เมืองหลวงดูสง่างามกว่าเฉิงโหลวที่เซียงโจวมากเลยใช่ไหม” ซูอวิ๋นไขว้มือไว้ด้านหลัง แต่งกายก็ดูภูมิฐานสมฐานะ ท่าทางนี้ ดูมีกลิ่นอายของเถ้าแก่ใหญ่จริงๆ

“ที่ดินเมืองหลวงทุกตารางนิ้วราคาแพงดุจทองคำ คนที่เปิดโรงเตี๊ยมพากันแข่งขันและทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อตกแต่งร้าน ลูกค้าที่มาต่างก็มาเพราะต้องการบรรยากาศที่ดี รสชาติที่ดี และบริการที่ดี”

ซูหว่านได้นำแนวคิดด้านการบริการของธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่มาประยุกต์ใช้ และผสานลูกเล่นใหม่ๆ เข้าไป ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับชาวเมืองหลวง จึงสามารถดึงดูดความสนใจ ทำให้ทุกคนอยากจะลองมาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตนเอง

“ดีที่มีเจ้าช่วยออกความคิดให้ ถึงได้ทำให้เฉิงโหลวโดดเด่นกว่าคู่แข่งอื่นๆ ได้ เจ้านี่มีหัวการทำธุรกิจจริงๆ” ซูอวิ๋นมองดูเฉิงโหลวของตัวเองแล้วก็รู้สึกพอใจมาก

คนงานที่คอยวิ่งวุ่นทำงานจิปาถะอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมก็มีตั้งหลายสิบคน ทั้งสองได้เช่าเรือนที่พักเอาไว้สำหรับพวกเขาอยู่อาศัยด้วย

สภาพแวดล้อมก็ค่อนข้างดี เป็นห้องพักสำหรับสี่คน มีสวน มีห้องครัว มีห้องนั่งเล่น

กล่าวคือ คนคนหนึ่งที่ทำธุรกิจหากต้องการให้ลูกน้องทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ในฐานะเจ้านายก็ควรแสดงน้ำใจให้พวกเขาก่อน ไม่ใช่เอาแต่พูดให้ความหวังลมๆ แล้งๆ

“รสชาติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนสิ่งอื่นๆ นั้นสำคัญรองลงมา ดังนั้นนะพี่สี่ พี่ยังคงเป็นคนที่มีคุณูปการมากที่สุด ถ้าอาหารไม่อร่อย ต่อให้เราตกแต่งอย่างวิจิตรพิสดารแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้น จงเชื่อมั่นในตัวเอง พี่นั่นแหละที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับเฉิงโหลวมากที่สุดแล้ว”

ซูหว่านเชื่อมั่นในตัวพี่สี่เสมอมา เวลาที่ควรชมก็ต้องชม เวลาที่ควรตำหนิก็ต้องตำหนิ มิฉะนั้นพี่สี่จะเหลิงเอาได้ง่ายๆ

แต่ในเรื่องงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ก็ยังคงต้องให้การยอมรับและสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เขาสูญเสียความมั่นใจ

ไม่ผิดจากที่ซูหว่านคาดไว้ หลังจากที่นางเอ่ยปากชมไปไม่กี่คำ ซูอวิ๋นก็ยกหางตัวเองทันที

"แน่นอนสิ คนที่มีพรสวรรค์สูงขนาดนี้ไม่ได้มีเยอะหรอกนะ”

"พอได้แล้วน่า! แล้วพี่เอาพี่ห้าไปไว้ที่ไหน” ซูหว่านคิดว่าถ้าจะพูดถึงพรสวรรค์จริงๆ ต้องเป็นซูอี้สิ

"แต่ละคนก็มีความถนัดต่างกันไป เรื่องที่ข้าพูดหมายถึงแค่เรื่องการทำอาหารอย่างเดียว เจ้าอย่าเอามาปนกันได้ไหมเล่า” ซูอวิ๋นแสดงท่าทางเย่อหยิ่ง

เขายอมรับว่าพรสวรรค์ของเจ้าห้านั้นไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เขาไม่ได้คิดจะแข่งขันวาดภาพกับเขาสักหน่อย

“เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ข่าวการเปิดตัวของเฉิงโหลวที่จะเปิดในวันมะรืนนี้ พี่ประกาศออกไปหรือยัง”

"ประกาศแล้ว แถมยังไปติดประกาศที่หน้าประตูเมืองแล้วด้วย ข้าอ้อนวอนขอพี่สามตั้งนานกว่าเขาจะยอมให้ข้าเอาไปติดได้”

ซูอวิ๋นยักไหล่ ซูเฉินอยู่ในกองรักษาการณ์เมือง เมื่อซูอวิ๋นบอกว่าต้องการติดป้ายประกาศที่ประตูเมือง ซูเฉินก็เอาแต่พูดว่านี่คือการเอาเรื่องส่วนตัวไปใช้กับเรื่องงาน

เขาสงสัยว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรนักหนา มันก็แค่กระดาษแผ่นเดียว

สุดท้ายเขาจึงขู่ซูเฉินว่า ถ้าไม่ตกลงจะเอาเรื่องน่าอับอายในวัยเด็กเรื่องหนึ่งของเขาไปเปิดเผยให้พี่น้องคนอื่นๆ อีกหลายคนได้รู้

ซูหว่านคาดเดาได้อีกแล้ว ถ้าพี่สามจะไป เขาจะต้องไปทำหน้าที่เป็นองครักษ์อย่างแน่นอน

"ได้เลย ข้าจะได้เตรียมตัว”

ว่ากันว่าต้องไปอยู่สถานที่ล่าสัตว์ราวๆ ครึ่งเดือน จึงต้องจัดกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน และของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ

"เจ้ายังไม่เคยไป อาจจะไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง ให้ข้าช่วยเตรียมให้แล้วกันนะ”

เสิ่นชิงหลีอาสาจัดการเรื่องนี้ให้เอง

นอกจากซูหว่านจะเป็นน้องสาวสามีแล้ว นางก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีอีกด้วย นางเต็มใจทำสิ่งเหล่านี้เพื่อซูหว่านอยู่แล้ว

“ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่ พี่เป็นแบบนี้ตลอดเลย ข้าชักจะสงสัยแล้วว่าตัวเองเป็นเด็กสามขวบหรือเปล่า” ซูหว่านก้าวเข้าไปคล้องแขนนาง

“เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จะเกรงใจอะไรอีก อีกอย่างเจ้าก็เป็นลูกคนเล็กสุดในครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าพวกเราไม่ดูแลเจ้า แล้วจะให้ใครมาดูแล” เสิ่นชิงหลีใช้นิ้วลูบปลายจมูกของนางเบาๆ

ตลอดมา ภาพลักษณ์ของนางในใจของซูหว่าน คือพี่สาวที่อ่อนโยนและดูแลคนอื่นเก่งมาก

ส่วนเสิ่นชิงหลีนั้นก็รู้สึกขอบคุณซูหว่านอยู่เสมอ ถ้าซูหว่านไม่ดั้นด้นมาที่เมืองหลวงเพื่อมาพบนาง ชาตินี้นางกับซูจิ่งก็คงจะแคล้วคลาดกันไป และคงไม่ได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขสงบอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม