เป็นไปตามคาด สีหน้าของซูมู่เริ่มแสดงความลังเลออกมา
การกลัวว่าหวานหว่านและพี่สะใภ้ใหญ่จะได้รับบาดเจ็บนั้นเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญกว่านั้นคือซูอี้คิดจะดึงพี่รองออกมาให้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน เขารู้ว่าโอกาสในสถานการณ์แบบนี้มีมาก
เขามิได้มีเจตนาอื่นใด เพียงแค่อยากให้พี่รองมีโอกาสได้เป็นที่รู้จักเท่านั้น
ซูมู่คิดทบทวนดู สุดท้ายก็ยอมตกลง
“ตกลง...เช่นนั้นก็ไปด้วยกันก็ได้”
“งั้นให้ข้าไปด้วยคนนะ”
ทันทีที่ซูมู่พูดจบ ซุนหลิงเอ๋อร์ก็รีบถามด้วยความตื่นเต้น
“พี่ใหญ่พาพี่สะใภ้ใหญ่ไป พี่ห้าก็พาเจ้าไป งั้นก็ถือว่าหวานหว่านพาข้าไปก็แล้วกัน” ซุนหลิงเอ๋อร์กระพริบตาปิ๊งๆ พลางพูดด้วยท่าทางที่ดูจริงจัง
ซูมู่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม แววตาที่เผยออกมานั้นมีอารมณ์ที่เรียกว่าความเอ็นดูและทะนุถนอมปนอยู่
“เจ้าอยากไปก็ไปสิ”
ซูมู่ตอบตกลงตามความต้องการของนาง
ซุนหลิงเอ๋อร์กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจทันที
“หวานหว่าน ข้าจะได้ไปกับเจ้าแล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราพักด้วยกันดีไหม”
“ได้เลย”
ซูหว่านรับคำอย่างว่าง่าย ดูอ่อนโยนน่ารัก
ซูอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ เริ่มไม่พอใจแล้ว เขานั่งเท้าคางอยู่ตรงนั้น และพึมพำไม่หยุด
"เจ้าสี่ กินยาผิดหรือ ใครไปทำให้ไม่พอใจอีกแล้ว” ซูเฉินเห็นเขาทำท่ากระสับกระส่ายไปมาราวกับมีหนามงอกออกมาจากก้นอย่างนั้น
“ไม่ใช่สักหน่อย พี่สาม เจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้หรอกนะ!” ซูอวิ๋นจ้องมองเขาเขม็ง
“ข้าก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง” ซูเฉินรู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนะ
“พวกเจ้านี่ดีจริงๆ ชวนกันไปร่วมล่าสัตว์ของราชสำนักเป็นกลุ่ม ทิ้งให้ข้าอยู่บ้านคนเดียว”
ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้ ซูอวิ๋นถึงได้บ่นขึ้นมา
ตอนนี้แต่ละคนล้วนเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ไม่ใช่
ทำอย่างไรได้ ในเมื่อพี่น้องทุกคนพยายามพัฒนาตัวเองกันอย่างดุเดือด หรือเขาอยากจะร่วมด้วยไหมล่ะ
“ถ้าเจ้าอยากไปก็ไปได้นะ ถือว่าข้าเป็นคนพาไป” ซูเฉินมาคิดดู ตัวเขาก็ยังไม่ได้พาใครไปด้วยเลย
“ช่างเถอะ ขนาดไปงานเลี้ยงยังไม่พากันไปทั้งบ้านเลย ข้าไม่ไปหรอก ข้าก็งานยุ่งเหมือนกัน พรุ่งนี้เฉิงโหลวจะเปิดแล้ว นอกจากพี่ใหญ่กับพี่สาม พวกเจ้าอย่าคิดหนีนะ ไปช่วยข้าให้หมดทุกคน เข้าใจไหม”
ซูจิ่งและซูเฉินยังคงต้องเข้าเฝ้า พวกเขาทั้งสองมีตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญและยุ่งมาก จึงไม่อาจบังคับให้พวกเขามาช่วยได้
มีบริการจัดส่งอาหาร เปิดให้บริการตลอดคืน ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่อยากรับประทานก็มาที่นี่ได้เลย หรือจะให้บ่าวไพร่ในเรือนมาสั่งก็ได้เช่นกัน
และไม่ต้องจ่ายค่าจัดส่งเพิ่มเติมด้วย
เมื่อถึงเวลาใกล้เที่ยง ชั้นหนึ่งทั้งชั้นก็เต็มไปด้วยลูกค้า ส่วนชั้นสองนั้น ผู้ที่จองไว้ก็มากันเกือบครบหมดแล้ว และบนชั้นสามก็มีแขกมาแล้วหลายโต๊ะเช่นกัน
แขกที่มาจองชั้นสามนั้นล้วนแล้วแต่เป็นบรรดาขุนนางผู้มีอำนาจและยศศักดิ์ แน่นอนว่ารวมถึงบรรดาคุณหนูผู้สูงศักดิ์ด้วยเช่นกัน
ซึ่งในบรรดาแขกเหล่านั้น องค์ชายห้าได้จองห้องพิเศษไว้หนึ่งห้อง ส่วนเจียงกั๋วกงซื่อจื่อก็จองไว้หนึ่งห้องเช่นกัน
มู่หรงเซิงพาองค์ชายหกและกู้เย่ว์มาที่เฉิงโหลว โดยมีเด็กๆ นำทั้งสามขึ้นไปยังชั้นบน
พวกเขาได้รับห้องหมายเลขสาม ทุกห้องจะมีสาวใช้คอยให้บริการชงชา รินชา และจัดอาหารให้
ทุกคนล้วนได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการให้บริการของเฉิงโหลว
นอกจากนี้ จวนเซียงอ๋องก็ได้จองห้องไว้ด้วยเช่นกัน โดยเป็นเจียเฉิงที่จองเอาไว้เพื่อมาให้การสนับสนุนซูอวิ๋น
นางพาท่านพ่อท่านแม่ เซียงอ๋องซื่อจื่อ และพระชายาซื่อจื่อมาด้วย
กู้เย่ว์ได้เตรียมของขวัญสำหรับแสดงความยินดีในวันเปิดกิจการไว้แล้ว เมื่อนางมาพร้อมกับมู่หรงเซิง ก็เห็นซูอวิ๋นก็กำลังยืนต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าประตูร้าน
“เถ้าแก่ซู ขอให้กิจการรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป” มู่หรงเซิงยิ้มและก้าวเข้าไปทักทาย
ด้วยความที่เคยพบกันในงานเลี้ยงแต่งงานมาก่อนแล้ว ซูอวิ๋นจึงคุ้นเคยกับพวกเขาเป็นอย่างดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...