บางคนไปเพื่อตำแหน่งพระชายาเอกโดยเฉพาะ บางคนก็มุ่งหวังเพียงตำแหน่งพระชายารอง
กู้เย่ว์เองก็อยู่ในบริเวณลานล่าสัตว์ เพียงแต่มีคนมากเกินไป ทั้งซูหว่านเองก็ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน นางมาที่นี่ได้สองวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบนาง
นางนั่งอยู่แถวที่สองเช่นกัน และนั่งอยู่กับจงหลีเอ๋อร์ นางเกือบลืมไปแล้วว่า เมื่อก่อนท่านโหวน้อยแห่งจวนซุ่นเต๋อโหวดูเหมือนจะเคยปรากฏตัวพร้อมกับมู่หรงเซิง ทั้งยังเคยวิ่งตามกู้เย่ว์ด้วย
พวกเขาอยู่ค่ายเดียวกัน การที่กู้เย่ว์และจงหลีเอ๋อร์จะสนิทสนมกันก็ดูไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
หากจงหลีเอ๋อร์ได้แต่งให้กับเจียงอวี้ ก็เท่ากับว่าจวนเจียงกั๋วกงจะตกอยู่ในกำมือของมู่หรงเซิงด้วยเช่นกัน ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนกับการกระทำที่มีการวางแผนไว้แล้ว
เพียงแต่ จงหลีเอ๋อร์นั้น ไม่เคยอยู่ในสายตาของเจียงอวี้เลยแม้แต่น้อย
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของซูหว่าน กู้เย่ว์จึงตบแขนของจงหลีเอ๋อร์เบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้นางมองมา
จงหลีเอ๋อร์หันมาและสบเข้ากับสายตาของซูหว่านอย่างแม่นยำ นางเผยรอยยิ้มเหยียดหยามออกมา แฝงไว้ด้วยความรู้สึกดูแคลนซูหว่าน
ซูหว่านหัวเราะด้วยความโมโห ความมั่นใจเช่นนี้มาจากที่ใดกัน ถึงได้หยิ่งผยองได้ถึงเพียงนี้?
ดังนั้น ซูหว่านจึงตอบกลับไปด้วยสายตาที่มองขยะ แม้จะอยู่ห่างไกลกันถึงเพียงนี้ แต่สายตาทั้งสองคู่ที่ปะทะกันกลับราวกับมีประกายสายฟ้า
กู้เย่ว์ยกจอกสุราขึ้นสองมือ คารวะให้ซูหว่านจากระยะไกล
ทว่าซูหว่านกลับยกจอกขึ้นด้วยมือเดียว เป็นการตอบรับอย่างขอไปที
ตามศักดิ์ฐานะแล้ว พวกเจ้าสองคนล้วนต่ำต้อยกว่าข้า ข้าย่อมมีสิทธิ์และมีความมั่นใจที่จะทำเช่นนี้กับพวกเจ้า
“นางกำลังเสแสร้งให้ใครดูอยู่กัน? ผู้ที่ไม่รู้คงนึกว่านางเป็นองค์หญิงกระมัง!”
จงหลีเอ๋อร์โกรธจนตัวสั่น กดเสียงให้ต่ำแล้วบ่นกับกู้เย่ว์
กู้เย่ว์เพียงยิ้ม ก่อนจะปลอบโยนว่า
“แม้ว่านางจะมิใช่องค์หญิง แต่ก็ได้ความรักความโปรดปรานจากเจียงซื่อจื่อ ทั้งยังมีตระกูลซูคอยหนุนหลังอยู่ด้วย”
การยุยงอย่างแนบเนียน ทำให้จงหลีเอ๋อร์ยิ่งทวีความโกรธมากขึ้น
“พี่น้องตระกูลซูหลายคนเป็นคนโปรดของฝ่าบาทจริง แต่นางก็เป็นเพียงสุนัขที่อาศัยบารมีเจ้าของเท่านั้น เจ้าบอกว่าเจ้าเองก็เคยอยู่ที่ตระกูลซูมาสิบกว่าปี พวกเขาไม่มีเยื่อใยให้เจ้าเลยหรือ?”
“นับว่าเป็นพี่ชายของเจ้าเช่นกัน เหตุใดจึงดูไม่สนิทสนมกับเจ้าเลยเล่า?”
แม้จงหลีเอ๋อร์จะโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างไรเสียซูหว่านก็เป็นถึงจวิ้นจู่ แม้นางจะเป็นบุตรีสายตรงแห่งจวนโหวที่ฟังดูสูงศักดิ์ แต่ก็ยังมิอาจเทียบกับฐานะของอีกฝ่ายได้
“ไม่เป็นไร ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีพูดแทนข้า ข้าไม่ใจแคบถึงเพียงนั้นหรอก!”
กู้เย่ว์เอื้อมมือไปตบหลังมือของนางอย่างเข้าใจ
จงหลีเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ซูหว่านทั้งหยิ่งผยองและไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ในขณะที่กู้เย่ว์ทั้งอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และเข้าใจผู้อื่น
“เจ้าลองพูดดูสิ คนนิสัยดีอย่างเจ้าพวกเขาไม่เห็นค่า ส่วนคนเช่นนางกลับบอกว่านิสัยดี เหตุใดข้าจึงไม่เชื่อเลยสักนิด?”
สายตาที่ซูหว่านใช้มองนางราวกับขยะเมื่อครู่นี้ ทำให้จงหลีเอ๋อร์ไม่รู้สึกดีกับนางเลยแม้แต่น้อย
แต่ซูหว่านก็ไม่จำเป็นต้องได้รับความรู้สึกดีจากนาง มันช่างไร้สาระและไม่สลักสำคัญอันใด
ในที่สุดเจียงกั๋วกงและเจียงอวี้ก็มาถึง สองพ่อลูกปรากฏตัวขึ้นทีละคน ดึงดูดสายตาของทุกคนในทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจียงอวี้ คืนนี้เขาไม่ได้สวมหน้ากาก แต่เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง เขาสวมชุดสีม่วงงดงาม ผมทั้งหมดถูกรวบขึ้นอย่างเป็นทางการ
ซื่อจื่อแห่งเจียงกั๋วกง นี่เป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรก ทุกคนจึงถูกดึงดูดเข้าหาเขาโดยธรรมชาติ
เจียงซื่อจื่อมีคิ้วกระบี่ตาดารา รูปโฉมหล่อเหลาเหนือสามัญ ด้วยความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรทำให้มีเรือนร่างสูงโปร่งสง่างาม เขามีนัยน์ตาคู่ดอกท้อที่มองสิ่งใดก็ดูเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายของความองอาจ แต่สีหน้าที่เฉยเมยกลับทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาเย็นชาในเวลาเดียวกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...