ซูหว่านหัวเราะพรวดออกมา ถูกนางทำให้ขำจนได้
นี่เพิ่งมีการบอกกล่าวกันเท่านั้น ยังไม่ได้เริ่มต้นเลยนะ เจียเฉิงก็วางตัวเองในตำเเหน่งพี่สะใภ้สามเสียเเล้ว นางช่างคลั่งรักเสียจริง ซูหว่านขำแทบตาย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ต่อไปเจ้าเเค่ดูเเลรักพี่สามของข้าให้ดีก็พอเเล้ว”
ตัวนางเองก็กำลังจะเเต่งงานออกเรือนเเล้ว ในอนาคตจะเหลือเวลาอยู่บ้านได้สักกี่มากน้อยเชียว
หารู้ไม่ว่า เจียงอวี้ได้หาซื้อบ้านที่อยู่ติดกันไว้เเล้ว ก็เพื่อให้นางสามารถเเวะกลับมาบ้านเดิมได้สะดวก
เจียเฉิงหน้าเเดงก่ำขึ้นมาทันที นางทำปากยื่นเเล้วพูดว่า
“ข้าจะรักเเละดูเเลเขาให้ดีด้วยเช่นกัน เจ้าวางใจเถอะ”
คำพูดนี้ฟังดูเเปลกๆอย่างไรชอบกล ซูหว่านก็บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน เเต่รู้สึกว่ามันเเปลก
“จริงสิ รีบพาข้าไปเปลี่ยนชุดที่สีสันสดใสกว่านี้หน่อย ชุดนี้ของข้ามันเรียบง่ายเกินไปแล้ว บนศีรษะก็ไม่ได้ประดับเครื่องประดับอะไร เดี๋ยวเเม่ทัพซูก็จะมาเเล้ว”
เจียเฉิงเพิ่งจะสังเกตุว่าตัวเองอยู่ในชุดอยู่บ้าน ไม่สวยเอาเสียเลย อีกสักครู่คนที่นางแอบชอบก็จะมาถึงเเล้ว นางคงจะอายจนไม่กล้าเจอเขา
ที่เขาว่ากันว่าหญิงงามย่อมแต่งกายเพื่อคนที่ตัวเองรักไงเล่า!
“จวิ้นจู่ ไม่ทันเเล้ว เเม่ทัพซูอยู่ระหว่างทางเเล้ว” สาวใช้พูดอย่างจนใจ
แทบจะทันทีหลังจากที่อีกฝ่ายมารายงานข่าว ซูเฉินก็ออกเดินทางมาทันที และยังมีซื่อจื่อมาด้วย
“เจ้าก็สวยอยู่เเล้ว จะต้องสวยมากกว่านี้ไปอีกขนาดไหน บางครั้งการเปลี่ยนสไตล์ก็สามารถสร้างความประทับใจที่ไม่เหมือนใครได้” ซูหว่านปลอบอยู่ข้างๆ
นางรู้สึกว่าเจียเจียในลักษณะนี้สวยมากเเล้ว เหมือนดอกเเมกโนเลียสีขาวบริสุทธิ์
เจียเฉิงก้มมองชุดที่ตัวเองสวมอยู่ ไม่ได้เเต่งหน้าทาปาก ไม่มีเครื่องประดับใดๆ มีเพียงปิ่นปักผมหยกขาวเสียบอยู่บนผมเท่านั้น ซึ่งดูเรียบง่ายจนไม่สามารถเรียบง่ายไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ซูเฉินก็มาถึงเเล้ว
ซูหว่านหาข้ออ้างหลบออกไปทันที โดยบอกว่าจะไปดูลูกเเมวจะได้ไม่รบกวนโลกส่วนตัวของคนทั้งสอง
ซื่อจื่อก็เเค่พาคนมาส่งถึงหน้าประตูเเล้วจากไป
ซูเฉินเดินเข้าไปใกล้เจียเฉิงทีละก้าว เหล่าสาวใช้ต่างก็รู้หน้าที่จึงถอยออกไป เจียเฉิงนอนอยู่บนเก้าอี้ยาว โดยมีผ้าห่มบางคลุมอยู่
นี่เป็นครั้งเเรกที่ซูเฉินได้เห็นนางในสภาพเช่นนี้ ปกติเเล้วนางจะดูสดใสเเละร้อนเเรงเหมือนเเสงอาทิตย์ เต่วันนี้กลับให้ความรู้สึกสงบเหมือนกาลเวลาที่หยุดนิ่ง
ผิวพรรณเนียนนุ่มราวไขมันสัตว์ ใบหน้าผุดผ่องไร้ที่ติ เเต่ริมฝีปากกลับมีสีเเดงสด
เขาไม่สามารถมองริมฝีปากของนางตรงๆได้ เพราะเมื่อมองเเล้วก็มักจะนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
“จวิ้นจู่ ข้ามาเยี่ยมท่านเเล้ว ท่านดีขึ้นบ้างไหม” เสียงของซูเฉินเบามาก เเละดวงตาของเขาก็ไม่กล้าสบตานาง
เจียเฉิงกล้าที่จะหยอดอย่างเปิดเผย โดยไม่เกรงกลัวเลยแม้เเต่น้อย
มาถึงตอนนี้ ซูเฉินจึงได้ตระหนักได้ว่าตัวเองทำไม่เหมาะสม จึงรีบปล่อยมือหยกของนางทันที
“ขออภัยจวิ้นจู่ เสียมารยาทเเล้ว”
เจียเฉิงทำปากยื่น เมื่อเห็นเขาทำตัวเหินห่างเช่นนี้ ก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย ท่านตกลงเรื่องการเเต่งงานเเล้ว เหตุใดจึงทำตัวเหินห่างเช่นนี้
หรือว่าหลังจากเเต่งงานเเล้วก็ยังจะต้องให้ความเคารพซึ่งกันเเละกันเช่นนี้
ซูเฉินเหมือนจะรู้สึกว่าเจียเฉิงไม่พอใจ จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยังคงเอื้อมมือช่วยดึงผ้าห่มให้นาง
ซูหว่านอุ้มลูกเเมว แอบมองปฏิสัมพันธ์เล็กๆน้อยๆระหว่างพี่สามกับเจียเฉิงอยู่ในห้อง ก็รู้สึกว่ามันน่ารักดี
ซูเฉินจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเจียเฉิง เพียงเเต่ว่าทั้งสองเพิ่งจะเริ่มต้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะรู้สึกเขินอาย
ซูหว่านเลือกลูกแมวสองตัวที่ยังไม่หย่านม ตัวเล็กนิดเดียว ดูเปราะบางมาก เป็นสีขาวล้วน โตขึ้นจะต้องน่ารักเป็นพิเศษเเน่นอน
ซูหว่านอยู่จนถึงกินมื้อเย็นที่จวนอ๋องแล้วจึงกลับบ้าน ซูจิ่งบอกกับซูเฉินว่า เรื่องนี้เขาต้องไปพูดกับท่านพ่อท่านเเม่ด้วยตัวเอง
พ่อซูเเม่ซูจะต้องเห็นด้วยอย่างเเน่นอน ในสายตาของพวกท่าน ไม่มีความคิดเรื่องฐานะทางตระกูล เเละจะไม่คำนึงถึงผลประโยชน์เเละความขัดเเย้งทางการเมืองที่ยุ่งเหยิงเหล่านั้นเลย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...