เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 607

ระยะนี้เสิ่นชิงหลีรู้สึกไม่ค่อยเจริญอาหาร หลังจากเดินขึ้นเขาไปได้ครึ่งทาง ก็เริ่มรู้สึกปวดท้อง นางคล้องแขนซูจิ่งไว้ แล้วก้มตัวอาเจียนอยู่ข้างทาง พี่ใหญ่เห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจมาก

เขารีบลูบหลังให้นาง แม้จะรู้สึกคลื่นไส้ แต่ก็อาเจียนไม่ออก

โชคดีที่ซูมู่อยู่ด้วย เขาหยิบน้ำผึ้งที่ชงน้ำไว้แล้วให้นางดื่ม จากนั้นก็พากันไปนั่งพักในศาลาพักผ่อนริมไหล่เขา

ซูมู่ตรวจชีพจรให้นางทันที ทุกคนต่างจดจ่อด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

ในตอนแรก พี่รองมีสีหน้าตึงเครียด จนพี่ใหญ่รีบถามว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือ และแล้วพี่รองก็หัวเราะออกมา

“ชีพจรเรียบลื่นดุจไข่มุกร่วงลงบนจานหยก เป็นชีพจรของคนตั้งครรภ์ ขอแสดงความยินดีกับพี่ใหญ่ด้วยที่จะได้เป็นพ่อแล้ว!”

ทันทีที่วินิจฉัยว่าพี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ ใบหน้าที่เคยสงบเยือกเย็นของซูมู่ก็มีร่องรอยแห่งความปีติยินดีอย่างชัดเจน

นี่คือหลานคนแรกของตระกูลซู เขาย่อมต้องดีใจตามไปด้วย ในที่สุดท่านพ่อและท่านแม่ก็จะสมปรารถนาเสียที

พี่ใหญ่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะยังตอบสนองไม่ทัน แต่เสิ่นชิงหลีกลับยิ้มออกมาพลางลูบท้องของตนด้วยความตื่นเต้นดีใจ

เมื่อได้ยินว่าสะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ รอยยิ้มยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน โดยเฉพาะซูหว่าน เพราะนางกำลังจะได้เป็นท่านอาแล้ว สำหรับพี่ใหญ่ก็ถือว่าสิ้นสุดการรอคอยเสียที

ปีนี้เขาอายุยี่สิบหก ในที่สุดก็ได้มีบุตรคนแรกแล้ว คนอื่นในวัยเดียวกับเขาที่แต่งงานเร็ว ต่างก็มีลูกกันหลายคนแล้ว

ก่อนหน้านี้ครอบครัวยากจน จึงไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะตบแต่งภรรยา เวลาต่อมาก็ทุ่มเทให้กับการศึกษา จึงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ หลังจากสอบผ่านได้ตำแหน่งแล้ว ก็เร่งสร้างผลงานเพื่อความก้าวหน้า การแต่งงานจึงล่าช้าไปหลายปี ยามนี้ทั้งสองเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่ถึงสามเดือน เสิ่นชิงหลีก็มีข่าวดีแล้ว

นี่หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าวงศ์ตระกูลจะรุ่งเรืองยังไงเล่า

“พี่ใหญ่ ขอแสดงความยินดีด้วย ในที่สุดพวกเราก็จะได้เป็นท่านอากันแล้ว”

ซูอวิ๋น เป็นคนแรกที่กล่าวแสดงความยินดี ต่อไปเขาจะได้เป็นท่านอาสี่แล้ว ดีจริงๆ

พี่น้องคนอื่นๆ ก็ร่วมแสดงความยินดีกับซูจิ่ง รวมถึงองค์ชายเจ็ดด้วย แล้วยังเอ่ยขึ้นอีกว่า “จิ้งซู เจ้ารีบไปสัมผัสไอมงคลเร็วเข้า จะได้รีบๆ มีลูกกัน ข้าก็อยากเป็นพ่อแล้ว!”

เขาเป็นคนยุคปัจจุบัน การพูดเช่นนี้จึงไม่รู้สึกอะไร แต่ในสายตาของคนโบราณถือว่าค่อนข้างโจ๋งครึ่ม เห็นได้จากเมื่อหลินจิ้งซูได้ยิน ก็เขินอายยิ่งกว่าอะไรดี นางจึงส่งสายตาตำหนิพลางกระตุกแขนเสื้อของมู่หรงไหว “องค์ชาย!”

ซูมู่เข้าใจทันที “ชีพจรของพี่สะใภ้ใหญ่ดีมาก แสดงว่าเด็กแข็งแรงดี ตอนนี้เพิ่งจะประมาณหนึ่งเดือน ยังไม่แสดงอาการ การอาเจียนและเบื่ออาหารเป็นอาการแพ้ท้อง ถือเป็นเรื่องปกติ ขอแค่ระมัดระวังในการขึ้นเขา เดินไปสักพักก็พักสักหน่อย ก็จะไม่มีปัญหาอะไร”

เมื่อได้คำยืนยันจากหมอเทวดาน้อย ความกังวลของซูจิ่งจึงคลายลง

โชคดีที่พวกเขาออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ ยามนี้ตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า ทุกคนจึงไม่รีบร้อน ค่อยๆ เดินไปพร้อมกับเสิ่นชิงหลีอย่างช้าๆ

กว่าจะถึงวัดหมื่นพุทธก็เป็นช่วงสาย ทันทีที่เดินเข้าไป ก็ได้กลิ่นธูปหอมที่เข้มข้นมาก ซูมู่ยังคงกังวลว่าหากพี่สะใภ้ใหญ่สูดดมมากเกินไป จะไม่เป็นผลดีต่อทารกในครรภ์ จึงมอบกล้องยาสูบให้นาง หากรู้สึกไม่สบาย ก็ให้ดม

ทุกคนรีบไปรีบกลับ หลังจากไหว้พระเสร็จและบริจาคเงินค่าธูปเทียนเรียบร้อยแล้ว ก็ลงจากเขา

ทว่า…ที่วัดหมื่นพุทธมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ว่ากันว่าหากเขียนชื่อของตนเองและคนรักลงบนแผ่นไม้ แล้วผูกด้วยผ้าแดง จากนั้นนำไปแขวนไว้บนต้นไม้ ก็จะสามารถครองรักกันไปชั่วนิรันดร์

เดิมทีซูหว่านไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ แต่เมื่อได้พบเจียงอวี้ นางก็อยากจะลองเชื่อดู หลังจากที่ทุกคนไหว้พระเสร็จ ก็มาที่ต้นไม้แห่งพรหมลิขิต ซื้อแผ่นไม้ เขียนชื่อของคนรักลงไป แล้วนำไปแขวนไว้บนต้นไม้

ซูเฉินก็เขียนด้วยเหมือนกัน เขาเขียนชื่อเจียเฉิงเคียงคู่กับชื่อของตัวเอง เจียเฉิงก็คือชื่อรองของมู่หรงเจีย ฮ่องเต้ทรงใช้ชื่อรองของนางมาตั้งบรรดาศักดิ์

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม