เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 624

ยามแย้มยิ้มปรากฏลักยิ้มบุ๋มลึก ยังจำได้ว่าปีนั้น ยามที่ดวงตาเขามืดบอด แรกสบพบหน้านาง เขาได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยกล่าวคำเท็จออกไป

ภายหลังเขาจึงตระหนักได้ว่าตนเองถลำลึกเสียแล้ว เป็นการถลำลึกชนิดที่ไม่อาจถอนตัวได้เลย

เขายื่นมือออกไป ซูหว่านวางมือลงบนฝ่ามือเขา ก้าวเดินไปตรงหน้า ทั้งสองสบตากัน แววตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยความรักลึกซึ้ง

ซูหว่านเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย ลอบกลืนน้ำลายลงคอ แล้วโพล่งออกมาตรง ๆ ว่า

“วะ วันนี้ท่านดูดีเหลือเกินเจ้าค่ะ!”

เจียงอวี้ได้ยินดังนั้นก็หลุดหัวเราะออกมา ยามเห็นปฏิกิริยาเช่นนี้ของซูหว่าน เขาก็พึงพอใจยิ่งนัก รอยยิ้มนั้นช่างดูงดงามชวนให้ลุ่มหลงราวกับปีศาจจำแลง

เขาโน้มกายลงมากระซิบที่ข้างหูนางว่า

“ชอบหรือไม่? ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียวแล้ว”

ซูหว่านได้ฟังถึงกับหัวใจกระตุก อดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาค้อนใส่เขา ทว่าสายตานี้ในความรู้สึกของเจียงอวี้กลับดูซุกซนและแฝงแววเย้ายวนอยู่หลายส่วน

“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถิด อย่าให้เสียฤกษ์มงคล” ซูจิ่งเอ่ยขัดจังหวะการหยอกเย้าของทั้งคู่

เขาค้อมเอวลงเล็กน้อย ย่อกายลงตรงหน้าซูหว่าน

“ขึ้นมาเถิด พี่ใหญ่จะแบกเจ้าออกจากบ้านเอง”

ขอบตาของซูหว่านร้อนผ่าวขึ้นมาทันที น้ำตาสองหยดร่วงเผาะลงมา

นางซบลงบนแผ่นหลังของซูจิ่ง เขาแบกนางขึ้นมาอย่างง่ายดาย ท่ามกลางสายตาอิจฉาของพี่ชายอีกสี่คน แล้วแบกซูหว่านเดินออกจากเรือนไป

ซุนหลิงเอ๋อร์และคนอื่น ๆ คอยช่วยยกชายกระโปรงอยู่ด้านหลัง เจียงอวี้เดินตามอยู่ข้างกาย สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของซูหว่านตลอดเวลา

ด้วยธรรมเนียมนี้ พี่ชายทั้งห้าต่างโต้เถียงกันไม่หยุดว่าใครจะได้เป็นคนแบกซูหว่านออกจากบ้าน ใคร ๆ ต่างก็อยากแบกนางทั้งสิ้น

แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับประโยคเดียวของซูจิ่งที่ว่า ข้าเป็นพี่ใหญ่ สมควรให้ข้าเป็นคนแบก

ดังนั้น เหล่าพี่ชายจึงทั้งอิจฉาและไม่ยินยอมพร้อมใจนัก เพราะพวกเขาก็อยากแบกหว่านหว่านออกเรือนเช่นกัน

เดินมาได้ครึ่งทาง ซูหว่านเห็นไรเหงื่อผุดซึมที่ขมับของพี่ใหญ่ คิดว่าตนเองตัวหนักเกินไปจนทำให้เขาเหนื่อย จึงซบลงที่ไหล่เขาแล้วเอ่ยถาม

“พี่ใหญ่ ข้าตัวหนักเกินไปหรือไม่เจ้าคะ?”

ทว่าซูจิ่งกลับส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่หนัก หว่านหว่านของข้าไม่หนักเลยสักนิด เป็นเพราะแดดแรงเกินไปต่างหาก”

เดือนเก้าอากาศยังคงร้อนอบอ้าว แบกคนเดินไปไม่กี่ก้าวย่อมอดไม่ได้ที่จะมีเหงื่อออก

เมื่อมาถึงโถงหน้า บิดาซูและมารดาซูนั่งรออยู่บนตำแหน่งหลัก วันนี้ทั้งสองสวมชุดมงคลดูภูมิฐานสง่างามยิ่งนัก

นางเองก็งัดเอาเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับที่ดูดีที่สุดออกมาสวมใส่ สองสามีภรรยาในยามนี้ ไม่หลงเหลือเค้าความเป็นชาวนาในอดีตแม้แต่น้อย ราวกับเกิดมาในตระกูลร่ำรวยก็มิปาน

เจียงอวี้มีความสุขเหลือเกิน รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากใบหน้า

ใคร ๆ ต่างกล่าวว่าการได้แต่งงานกับสตรีอันเป็นที่รักนั้นมีความสุขประหนึ่งได้รับชัยชนะในสงคราม

แต่ยามนี้เขากลับรู้สึกว่ามีความสุขยิ่งกว่าชนะศึกเสียอีก

ที่หน้าประตูจวนสกุลซูมีแขกเหรื่อมามุงดูความครึกครื้นมากมาย เมื่อเห็นเจ้าสาวถูกเจ้าบ่าวอุ้มออกมา ต่างก็พากันส่งเสียงโห่ร้องยินดี

เจียงอวี้วางซูหว่านลงในเกี้ยวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะถอยออกไปยังฉวยโอกาสขโมยหอมที่ริมฝีปากนางไปหนึ่งที ทำเอาซูหว่านต้องตวัดสายตาค้อนใส่เขา

แต่เขากลับไม่ถือสา ซ้ำยังหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

เมื่อขึ้นหลังม้า วงดนตรีก็เริ่มบรรเลงฆ้องกลอง สินเดิมหนึ่งร้อยเก้าสิบเก้าหาบ ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา หากมองจากที่สูงลงมาคงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

สินเดิมและขบวนที่ยิ่งใหญ่นี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งในเมืองหลวง

นี่ขนาดยอมลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว ในยามนี้ก็ยังดูเอิกเกริกอยู่ดี

วันนี้เป็นวันมงคลสมรสของซูหว่าน ซูอวิ๋นออกคำสั่งโดยตรงว่าอาหารทุกจานในเฉิงโหลววันนี้ลดราคาลงครึ่งหนึ่ง ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมายังสามารถรับลูกอมมงคลอีกด้วย

ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ซูหว่าน

ขอเพียงผู้ที่มาเอ่ยคำอวยพรว่า ขอให้เซวียนเล่อจวิ้นจูและเจียงซื่อจื่อครองคู่กันร้อยปี ก็จะได้รับนมตุ๋นหนึ่งที่ ทว่าจำกัดเพียงคนละหนึ่งที่เท่านั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม