นางตั้งตัวไม่ทัน ถึงกับเกือบสำลักน้ำลายตนเอง
นางพยายามสงบจิตสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเพ่งพินิจดูอย่างละเอียด
ล้วนเป็นภาพวาดทั้งสิ้น มีท่วงท่าหลากหลายสารพัด ทำเอานางรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย
พอคิดว่าอีกประเดี๋ยวจะต้องทำกับเจียงอวี้…
ซูหว่านก็รู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาทันใด ร่างทั้งร่างล้มตัวลงบนตั่งเตียง ซุกหน้าลงกับที่นอนอย่างขัดเขินแล้วกลิ้งเกลือกไปมา
โอ๊ย น่าอายยิ่งนัก... น่าขายหน้าจริง ๆ... เรื่องพรรค์นี้เอามาคิดได้ด้วยหรือนี่?
เมื่อระบายความพลุ่งพล่านจนพอใจ ซูหว่านก็เปิดสมุดภาพเล่มเล็กนั้นออกศึกษาอย่างละเอียด
รัตติกาลมาเยือน ทางฝั่งเจียงอวี้ยังปลีกตัวมาไม่ได้ มู่หรงไหวเมามายไม่ได้สติ คอยแต่จะยื้อยุดฉุดดึงเขาไว้ไม่ยอมให้ไปไหน
เจียงอวี้อยากจะไล่เขาไปให้พ้นๆ แต่ก็ลำบากใจที่จะเอ่ยปาก ท้ายที่สุดพระชายาอ๋องสวินก็ต้องมารับตัวเขากลับไปด้วยตนเอง
หลินจิ้งซูมองเจียงอวี้อย่างรู้สึกผิด นางยื่นมือไปดึงสามีเข้ามาหาตัว มู่หรงไหวจำได้ทันทีว่านี่คือพระชายาของตน จึงเอนกายซบลงบนไหล่นางอย่างเป็นธรรมชาติ
“พระชายา เจ้ามารับข้าแล้วหรือ? ขอบใจนะที่ยังเป็นห่วงข้า” เขาอิงแอบแนบชิดหลินจิ้งซูพลางออดอ้อนราวกับลูกสุนัข
หลินจิ้งซูรู้สึกอับอายยิ่งนัก ได้แต่ยิ้มเจื่อน ทว่าวินาทีต่อมา มู่หรงไหวกลับจุมพิตริมฝีปากนางอย่างหนักหน่วงไปหนึ่งที
ใบหน้าของหลินจิ้งซูแดงก่ำขึ้นมาทันที
เจียงอวี้ทำเป็นมองไม่เห็น ในที่สุดก็สลัดมู่หรงไหวหลุดเสียที ตอนนี้เขาจะได้กลับไปหาหว่านหว่านแล้ว
ช่วงบ่ายอยากจะไปหานางใจแทบขาดแต่ก็ไม่มีโอกาส คิดถึงจะตายอยู่แล้ว
เขารีบเร่งรุดกลับไปยังเรือนของตน หลิวอวิ๋นและคนอื่น ๆ ต่างรออยู่ด้านนอก มีเพียงซูหว่านคนเดียวที่อยู่ด้านใน
เมื่อเห็นเขากลับมา ทุกคนต่างสบตากันยิ้ม ๆ แล้วคารวะพร้อมกัน
“ซื่อจื่อกลับมาแล้ว จวิ้นจู่อยู่ด้านในเจ้าค่ะ!” แม่นมจงใจส่งเสียงดังเพื่อเตือนซูหว่านที่อยู่ในห้อง
นางเกรงว่านายหญิงกำลังดูสมุดภาพเล่มนั้นอยู่ หากประเดี๋ยวเจียงอวี้เข้าไปเห็นเข้า จะกระอักกระอ่วนเพียงใดกัน?
หารู้ไม่ว่า ซูหว่านดูจบไปตั้งนานแล้ว สมุดภาพเล่มเล็กถูกนางซุกซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องประทิน
พอได้ยินว่าเจียงอวี้กลับมา นางก็รีบลุกขึ้นมานั่งตัวตรง ก้มลงมองเนินอกอวบอิ่มของตนเอง แล้วตัดสินใจดึงคอเสื้อขึ้นปิดให้มิดชิดกว่าเดิมอีกหน่อย
จากนั้นก็กระชับเสื้อคลุมตัวนอกเข้ามา
ขลาดเขลา นางมันช่างขลาดเขลาจริง ๆ จินตนาการนั้นช่างงดงาม แต่พอต้องเผชิญหน้าเข้าจริงกลับใจฝ่อเสียได้…
เจียงอวี้ผลักประตูเข้ามา เขายังได้กลิ่นสุราจากกายตนเองอย่างชัดเจน
เกรงว่าจะทำให้ซูหว่านเหม็น จึงหยุดฝีเท้าลง สั่งสาวใช้ให้เตรียมน้ำร้อนสำหรับชำระกายและน้ำแกงสร่างเมาให้ตนก่อน
“ข้าจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ”
เขาหันกาย ถอดเสื้อคลุมตัวยาวออกต่อหน้าซูหว่าน เหลือเพียงชุดตัวในสุด เผยให้เห็นรูปร่างอันสมบูรณ์แบบที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบาได้อย่างชัดเจน
ยามสวมใส่เสื้อผ้าเขาดูไหล่กว้างเอวสอบ ทว่ายามถอดออกกลับมีกล้ามหน้าท้องหกก้อนที่ได้มาตรฐาน
แปดก้อนก็ดูบึกบึนไป สี่ก้อนก็น้อยไป หกก้อนนี่แหละกำลังดี
เจียงอวี้ไปอาบน้ำ ชุดนอนสะอาดถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ จากนั้นก็มีคนนำน้ำแกงสร่างเมาเข้ามาให้
เมื่อเขาจัดการตัวเองจนสะอาดสะอ้านและดื่มน้ำแกงแล้ว ฤทธิ์สุราก็จางหายไปหลายส่วน
เขามานั่งลงข้างกายซูหว่าน บนตัวมีกลิ่นหอมสดชื่นหลังการชำระกาย
ไม่รู้เพราะเหตุใด ช่วงเวลานี้ทั้งสองกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
ท้ายที่สุดก็เป็นเจียงอวี้ที่งัดเอาความหน้าหนาของตนออกมาใช้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปกุมมือนางไว้
“หว่านหว่าน เจ้าช่างงามเหลือเกิน”
เอาล่ะสิ นี่จะมาเล่นบทเลี่ยนกันใช่หรือไม่? ซูหว่านคิดในใจ
นางหลุดหัวเราะออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...