“เหตุใดข้ารู้สึกว่า เพียงเราไม่ได้พบหน้ากันครู่เดียว ก็คล้ายดั่งเพิ่งได้รู้จักกันเช่นนั้นเล่า?”
เจียงอวี้ได้ยินดังนั้น ก็อดหัวเราะออกมามิได้
เขาหันหน้าเข้าหาซูหว่าน สองมือจับไหล่นางไว้ พินิจมองอย่างละเอียดลออ จากนั้นจึงรวบตัวนางเข้ามากอด ฝังใบหน้าลงคลอเคลียที่ซอกคอของนาง
“ในที่สุดก็ได้รับเจ้าเข้าจวน วันนี้ข้าดีใจเหลือเกิน หว่านหว่าน เจ้าสัมผัสได้หรือไม่?”
เขากอดกระชับนางแน่น กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมรัก
“ดีใจ ย่อมดีใจอยู่แล้วเจ้าค่ะ เพราะข้าได้แต่งงานกับบุรุษที่รักใคร่ชอบพอกัน ข้าโชคดีเหลือเกิน”
“มิใช่หรอก ได้พบเจ้าคือความโชคดีของข้าต่างหาก” เขาเงยหน้ามองนาง ใช้ปลายจมูกคลอเคลียจมูกนางเบา ๆ
ซูหว่านเป็นฝ่ายประทับจูบบนริมฝีปากเขาคราหนึ่ง แผ่วเบาดุจแมลงปอแตะผิวน้ำ
การกระทำนี้ มิต่างอันใดกับการจุดไฟปรารถนาในกายเจียงอวี้ให้ลุกโชนขึ้น
ชุดบนกายของทั้งสองบางเบา ยามโอบกอดกันจึงสัมผัสถึงไออุ่นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
เขารั้งท้ายทอยนางเพื่อมอบจูบที่ลึกล้ำกว่าเดิม รุนแรงประหนึ่งประกายไฟที่ลามทุ่ง ไม่อาจต้านทานได้
ทั้งสองกอดจูบกันอย่างลืมตัว เพราะยามนี้พวกเขาต่างเป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์
ไม่ทันรู้ตัว ไหล่เนียนของซูหว่านก็เผยออกมาครึ่งหนึ่ง เส้นผมยุ่งเหยิงระใบหน้า
จูบที่ถี่ยิบประทับลงบนลำคอ ร้อนผ่าวจนใจสั่นสะท้าน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างอดกลั้นไม่อยู่
เจียงอวี้ตื่นตัวยิ่งนัก เพลิงปรารถนาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด หางตาของเขาแดงระเรื่อ ยิ่งกว่ายามจุมพิตกันครั้งใด
นิ้วเรียวยาวเกี่ยวดึงปมสายรัดเอว ผ้าไหมเนื้อดีไหลร่วงลงกองกับพื้น คลุกเคล้าปะปนกันไปหมด
ภาพดอกบัวคู่บนผืนผ้านั้น ยามนี้ดูงดงามหยาดเยิ้มเป็นพิเศษ เต็มไปด้วยแรงดึงดูด
ซูหว่านรู้สึกว่าค่ำคืนนี้ร้อนอบอ้าวเหลือเกิน หยาดเหงื่อของทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกัน
นางพบว่าสมุดเล่มเล็กที่เคยดูผ่านตาเหล่านั้นไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง เพราะบัดนี้นางถูกเจียงอวี้ควบคุมไว้หมดแล้ว
เขาหลอกล่อให้นางเรียกเขาว่าท่านพี่ ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับฟังเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ
ทั้งที่ตกลงกันแล้วว่าเรียกท่านพี่แล้วจะหยุด แต่สิ่งที่รอคอยนางอยู่กลับเป็นการชำระล้างที่เร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม
ส่วนเขา ก็เอาแต่เรียกขานนามของนางที่ข้างหูไม่หยุดหย่อน
ซูหว่านได้แต่ส่งเสียงสะอื้น เจียงอวี้ทำได้เพียงปลอบประโลม จูบซับน้ำตาให้นาง และเอ่ยคำขอโทษ
ทว่าการตอบสนองที่ควรมีกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ยังคงรังแกนางอย่างหนักหน่วง
นางยื่นมือไปผลักอกเขา ซูหว่านเอ่ยปากประท้วงอย่างไม่พอใจ
“เจียงอวี้ ท่านจะพอได้หรือยัง?”
เมื่อคืนเคี่ยวกรำนางจนแทบแย่ ยามนี้ยังไม่ยอมปล่อยนางไปอีก คนเลว!
ความไม่พอใจของภรรยาตัวน้อย เมื่อตกมาอยู่ในหูเขา กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
“เด็กดี ประเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว ตกลงไหม?”
ประโยคนี้ไม่รู้ว่าเมื่อคืนได้ฟังกี่รอบแล้ว แต่เขากลับไม่เคยรักษาสัญญาเลยสักครั้ง ราวกับควบคุมตนเองไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น
ท้ายที่สุด ซูหว่านทำได้เพียงกอดรอบคอเขาไว้แน่น ทิ้งรอยเล็บไว้บนแผ่นหลังเขาอีกหลายสาย หากเขารุนแรงเกินไป นางก็กัดไหล่เขา
ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ก็โอนอ่อนผ่อนตามเสีย ยังคงเป็นประโยคนั้น ตักตวงความสุขอยู่กับปัจจุบัน
นางราวกับคนกำลังจมน้ำที่คว้าขอนไม้เอาไว้แน่น ไม่อาจควบคุมตนเองได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด กระทั่งนางส่งเสียงสะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง เจียงอวี้จึงยอมตัดใจปล่อยนางไป
รู้จักกับนางมาเนิ่นนาน ไม่เคยเห็นนางร้องไห้มาก่อน มีเพียงยามนี้ที่ได้เห็นว่าใบหน้านองน้ำตาที่งดงามปานดอกหลีฮวาต้องหยาดฝนของนางนั้น ทำให้เขาหลงใหลได้มากเพียงใด
รอจนเรียกคนยกน้ำเข้ามา เขาถึงได้อุ้มร่างที่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงของนางไปชำระล้าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...