เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 630

ซูหว่านรู้สึกราวกับว่าทั่วสรรพางค์กายถูกรถม้าบดทับ โดยเฉพาะส่วนที่อ่อนไหวซึ่งยังคงแสบร้อนวูบวาบ

และตัวการที่ก่อเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือเจียงอวี้

ทว่าสภาพของเจียงอวี้เองก็มิได้ดีไปกว่ากันเท่าใดนัก แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยเล็บข่วน

แม้เรือนกายของเขาจะมีรอยแผลเป็นน้อยใหญ่มากมายที่ดูน่ากลัว แต่ซูหว่านกลับมิได้นึกรังเกียจ นางกลับลูบไล้และจุมพิตมันอย่างอ่อนโยน แววตาเปี่ยมไปด้วยความสงสารระคนปวดใจอย่างสุดซึ้ง

หลังชำระกายเสร็จ ท้องฟ้าก็สว่างจ้าแล้ว ซูหว่านจึงตัดใจไม่นอนต่อ เพราะประเดี๋ยวต้องไปยกน้ำชาคารวะท่านกั๋วกงและท่านตา

รอให้เสร็จพิธียกน้ำชาค่อยกลับมาพักผ่อนก็ได้เช่นกัน

“จะนอนต่ออีกสักหน่อยหรือไม่?” เจียงอวี้โอบกอดนางพลางเอ่ยถาม

ซูหว่านส่ายหน้า ใต้ตาของนางมีรอยคล้ำเล็กน้อย เดิมทีคืนก่อนวันแต่งงานก็นอนน้อยอยู่แล้ว เมื่อคืนยิ่งแทบไม่ได้นอน ตอนนี้นางจึงดูอิดโรยอย่างยิ่ง

“ไว้ยกน้ำชาเสร็จค่อยกลับมานอนเจ้าค่ะ!”

เจียงอวี้เห็นท่าทางอ่อนล้าของนาง ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่าตนเองทำเกินไปแล้ว

แม้เขาจะเพิ่งเคยลิ้มรสชาติหวานล้ำเป็นครั้งแรก แต่ก็ลงมือหนักไปหน่อยโดยไม่รู้ตัว

“ประเดี๋ยวข้าจะกลับมานอนเป็นเพื่อนเจ้า” ตัวเจียงอวี้เองก็พักผ่อนไม่พอเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อได้แต่งงานกับนางสมดังใจปรารถนาแล้ว เขาก็แค่อยากจะอยู่คลอเคลียนางตลอดเวลา

ที่ตอนนั้นเขาไม่รับตำแหน่งขุนนาง ก็เพราะคิดไว้แล้วว่าวันหน้าจะได้อยู่กับภรรยาและลูกอย่างอบอุ่นที่บ้าน

ซูหว่านได้ยินดังนั้น ก็มองค้อนเขาด้วยสายตารังเกียจ

“ไม่เอา ท่านไปนอนบนตั่งเถิด ห้ามมานอนข้างข้า”

ซูหว่านปฏิเสธทันควัน เขาว่ากันว่าบุรุษที่เพิ่งเคยได้ลิ้มรสเนื้อหนังมังสาล้วนตะกละตะกลามราวกับเสือหิว ไม่รู้จักพอ นางได้ซาบซึ้งกับคำกล่าวนี้แล้ว

นางเข็ดขยาดเขาแล้ว หากมิได้ประสบด้วยตนเอง นางคงไม่รู้ว่าบุรุษที่ฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็กจะมีเรี่ยวแรงมหาศาลถึงเพียงนี้

แน่นอนว่า นางเองก็มิใช่ว่าจะไม่มีความสุขสมเลยเสียทีเดียว

เจียงอวี้มองนางอย่างน่าสงสาร พลางคิดในใจว่า จะทำอย่างไรดี เพิ่งจะเริ่มต้น ภรรยาก็ไม่ให้ขึ้นเตียงเสียแล้ว

เขาจึงโอบกอดนางพลางออดอ้อนว่า

“ข้าสาบาน ข้าจะแค่นอนกอดเจ้าอย่างว่าง่าย จะไม่ทำอะไรอย่างอื่นเลย ดีหรือไม่?”

ซูหว่านยังคงนิ่งเฉย ไม่เอ่ยวาจาใด

พอฟังจบ ซูหว่านก็เขินอายจนหน้าแดงก่ำ ทว่า ตอนนี้นางจำเป็นต้องใช้ของสิ่งนี้จริง ๆ จึงดึงลิ้นชักเล็กออกมาแล้วเก็บขวดกระเบื้องนั้นไว้ด้านในสุด

เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นเจ้าคนแซ่เจียงกำลังจ้องมองนางตาไม่กะพริบพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาดอกท้อคู่นั้นทอประกายระยับ อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

นางคิดว่า หากจะเรียกเขาว่าคนคลั่งรักก็คงไม่เกินจริงนัก

ซูหว่านสั่งให้พวกสาวใช้เกล้าผมแบบเรียบง่าย ไม่ต้องประดับเครื่องเกศามากชิ้นนัก มิเช่นนั้นจะเป็นภาระหนักศีรษะเปล่า ๆ

บนศีรษะจึงประดับเพียงดอกไม้ทองคำสองดอก และปิ่นระย้ารูปนกยูงทองคำอีกหนึ่งเล่ม

แม่นมหลิ่วกำชับว่า สามวันแรกยิ่งแต่งกายให้ดูเป็นมงคลและสูงส่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ซูหว่านจึงปล่อยเลยตามเลย

นางใช้แป้งผัดหน้ากลบรอยคล้ำใต้ตา และแต้มชาดที่ริมฝีปากช่วยขับเน้นให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น จากนั้นจึงลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปข้างนอก

เรียวขาของนางยังคงตึงและแข็งเกร็ง เพียงก้าวเดินก็รู้สึกปวดร้าวไปถึงน่อง

เจียงอวี้รีบเข้ามาประคองเอวนางไว้อย่างรู้งาน การกระทำของทั้งคู่ที่ตกอยู่ในสายตาของบ่าวไพร่ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นที่สุด

นับตั้งแต่ฮูหยินแต่งเข้ามา พวกบ่าวไพร่ถึงได้มีโอกาสเห็นท่าทางที่มีความสุขของซื่อจื่อ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มไม่ขาดสาย ดูสดชื่นแจ่มใสไปทั้งตัว

หากเป็นยามปกติ เขาจะเป็นคนเคร่งขรึม ไม่ค่อยยิ้มแย้ม มักจะทำหน้าบึ้งตึงอยู่เสมอ บ่าวไพร่ที่จะเข้ามารายงานเรื่องราวต่างก็พากันหวาดกลัวจนตัวสั่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม