ไม่ใช่ เขาไยถึง…
เมื่อหันกลับมาเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของภรรยาที่รัก เขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
“ข้าจะทายาให้เจ้า” เขาแกว่งขวดกระเบื้องเคลือบในมือไปมา
“มิใช่ ท่านรู้ได้อย่างไรว่า...” นางรีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกาย
“เมื่อครู่แม้แม่นมจะลดเสียงลงแล้ว แต่ข้าก็ยังได้ยินอยู่ดี ข้าค่อนข้างไวต่อเสียง เพียงแค่ข้าตั้งใจฟัง และถึงอย่างไรข้าก็พอจะเดาได้อยู่แล้วนี่นา เด็กโง่”
เขานั่งลงข้างเตียง ทำท่าจะเลิกผ้าห่มของนางออก
ซูหว่านไม่ยินยอม
“ข้าทาเองได้ ไม่ต้องให้ท่านช่วยหรอกเจ้าค่ะ”
“ใช่ว่าไม่เคยเห็นเสียหน่อย อายหรือ? เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เจ้าจะกลัวอันใดกัน? เด็กดี ให้พี่ช่วยเจ้าเถิด” เจียงอวี้ทั้งปลอบทั้งหลอกล่อ
วันแรกของการแต่งงานเขาช่างไม่รู้สึกขัดเขินเลยสักนิด ทว่าซูหว่านยังไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไรนักกับการต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ตั้งแต่วันแรก
เพิ่งเริ่มชีวิตหลังแต่งงาน นางย่อมมีความขัดเขินอยู่บ้างในทุกเรื่อง
เมื่อคืนนางพร่ำบอกให้เขาดับเทียน แต่คนผู้นี้กลับไม่ยอม อ้างว่าเทียนในคืนเข้าหอต้องจุดไว้ตลอดคืน หากดับลงจะเป็นอัปมงคล
ซูหว่านขัดเขาไม่ได้ ในเรื่องพรรค์นี้ท้ายที่สุดนางทำได้เพียงหลับตาปี๋ ใช้ผ้าห่มคลุมหน้า ปล่อยให้เขาจัดการตามใจชอบ…
หลังเสร็จกิจ เจียงอวี้ก็เปลื้องผ้าขึ้นมานอนโอบกอดนางไว้อย่างเป็นธรรมชาติและชำนาญยิ่ง
เขาทำตัวสงบเสงี่ยมจริงดังว่า ไม่ได้ล่วงเกินนางอีก เพียงแค่นอนกอดนางไว้ ฝ่ามือยังคอยลูบแผ่นหลังของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปลอบประโลม
ไม่นานนัก หนังตาของนางก็หนักอึ้ง แล้วผล็อยหลับไปอย่างสนิท…
ชีวิตหลังแต่งงานของคู่ข้าวใหม่ปลามันช่างราบรื่นปรองดอง อบอวลไปด้วยความหวานชื่น
แต่ทางฝั่งตระกูลซูกลับแตกต่างออกไป ตอนทานอาหารเช้า แต่ละคนดูไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด
เมื่อขาดคนไปหนึ่งคน ทุกคนต่างพากันเป็นห่วงความเป็นอยู่ของซูหว่านในจวนกั๋วกง ว่าจะกินอยู่หลับนอนสบายดีหรือไม่?
เมื่อวานซูอวิ๋นดื่มหนักจนขายหน้า ตื่นเช้ามาจึงมีอาการกรดไหลย้อน กินอะไรไม่ลงเลยสักนิด
มารดาซูกล่าวว่ากลัวหวานหว่านจะไม่คุ้นชินกับอาหารในจวนกั๋วกง เขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะฝึกบ่าวไพร่ชุดหนึ่งส่งไปให้ เพื่อรับผิดชอบเรื่องอาหารการกินของนางที่นั่นโดยเฉพาะ
เด็กคนนี้ขาดเผ็ดไม่ได้ หากไม่มีพริกก็กลัวนางจะกินข้าวไม่ลง
ซูหว่านให้หลิวอิ๋งไปอุ้มลูกแมวสองตัวมาจากห้องแมวให้นางดู
ลูกแมวเพิ่งจะมีอายุได้สองเดือนกว่าเกือบสามเดือน ยังตัวเล็กนิดเดียว ขนสีขาวทว่าปลายหูมีขนสีดำแซมเล็กน้อย อุ้งเท้าทั้งสี่เป็นสีดำสนิท
เนื่องจากเป็นลูกแมวเพศผู้ทั้งหมด ใบหน้าจึงกลม ดูอ้วนกลม ส่งเสียงร้องเล็กแหลม ขาสั้น ๆ ทำให้คนมองถึงกับใจละลาย
นางโอบอุ้มลูกแมวทั้งสองตัวไว้ในอก ลูกแมวส่งเสียงร้องเหมียว ๆ พลางใช้หัวถูไถนาง
ความสนใจของซูหว่านถูกลูกแมวดึงดูดไปจนหมด ทิ้งเจียงอวี้ไว้อีกด้าน เขาจึงจำต้องเก็บกระบี่
หลิวอวิ๋นช่างตาไวนัก รีบมารินน้ำชาให้เขา
นาน ๆ ครั้งเจียงอวี้จะสวมชุดสีขาว ให้ความรู้สึกที่แปลกตาไปอีกแบบ
ลูกแมวซุกซนเกินไป ดิ้นรนจะลงพื้น ซูหว่านจึงจำต้องวางพวกมันลงบนสนามหญ้า
พวกมันรีบขยับร่างกายอ้วนกลมกลิ้งไปมาบนพื้นหญ้าทันที ลูกแมวสองตัวเริ่มวิ่งไล่จับกัน แล้วหันมาเลียขนให้กัน
แสงอาทิตย์ยามอัสดงย้อมท้องฟ้าเป็นสีส้มแดง ภาพเหตุการณ์ในลานยามนี้ช่างดูเงียบสงบและงดงามยิ่งนัก
ซูหว่านมองดูลูกแมวทั้งสองด้วยรอยยิ้มสดใส ส่วนเจียงอวี้ก็ได้แต่ทอดสายตามองนางอย่างอ่อนโยน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...