เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 633

นางตั้งชื่อให้ลูกแมวน้อยทั้งสอง ตัวหนึ่งชื่อเหมียนเหมียน อีกตัวชื่อหร่วนหร่วน เพียงได้ยินชื่อก็รู้สึกเอ็นดูยิ่งนัก

เจียงอวี้สั่งให้บ่าวไพร่ไปเตรียมสำรับ ซึ่งอาหารทั้งหมดล้วนสั่งมาจากเฉิงโหลว

วันนี้อากาศดี ด้านนอกมีสายลมพัดโชย จึงตกลงกันว่าจะตั้งสำรับที่ลาน

เมื่อมองอาหารเต็มโต๊ะ ล้วนเป็นของโปรดของนางทั้งสิ้น ประจวบเหมาะกับที่นอนหลับไปทั้งวัน ตอนนี้จึงรู้สึกหิวจนแทบทนไม่ไหว

“รู้ว่าเจ้าขาดรสเผ็ดไม่ได้ พี่สี่จึงได้กำชับมาเป็นพิเศษ เขาบอกว่าอีกไม่กี่วันจะส่งพ่อครัวมาให้พวกเรา เพื่อดูแลเรื่องอาหารการกินของเจ้าโดยเฉพาะ ช่วงนี้เขาเลยให้ทางเฉิงโหลวจัดส่งมาให้ก่อน”

ความรักความเอ็นดูที่ซูอวิ๋นมีต่อซูหว่าน แสดงออกมาอย่างชัดเจนในยามนี้

แม้ปกติเขาจะชอบต่อปากต่อคำกับซูหว่าน แต่แท้จริงแล้วเขากลับห่วงใยและระลึกถึงซูหว่านยิ่งกว่าผู้ใด

ดูเอาเถิด กลัวว่านางมาอยู่จวนกั๋วกงแล้วจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงขั้นต้องให้เฉิงโหลวทำอาหารส่งมาให้ เพราะเกรงว่านางจะกินไม่อิ่มท้อง

ภายในใจของซูหว่านรู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก แม้จะแต่งงานออกเรือนไปแล้ว แต่ความรักความห่วงใยจากคนในครอบครัวกลับไม่เคยลดน้อยลงเลย

ไว้กลับไปเมื่อใด นางจะต้องขอบคุณพี่สี่ให้มากเสียแล้ว

หลังรับประทานอาหารเสร็จ เจียงอวี้จูงมือนางเดินชมจวนกั๋วกง จวนแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล มีเรือนน้อยใหญ่กว่าสิบยี่สิบหลัง สวนดอกไม้ก็มีถึงสองแห่ง แห่งหนึ่งใหญ่ แห่งหนึ่งเล็ก ซึ่งหน้าเรือนพักของพวกเขาในยามนี้ก็คือสวนเล็กนั่นเอง

สวนเล็กแห่งนี้เกิดจากความรักใคร่โปรดปรานที่เจียงกั๋วกงมีต่อฮูหยินในยามนั้น จึงได้สั่งให้สร้างขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้นางและบุตรชายได้เชยชมเพียงลำพัง

ต่อมาเมื่อนางสิ้นใจ สวนแห่งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจียงกั๋วกงและเจียงอวี้ ปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา

ทุกครั้งที่หนิงเวยจะเข้ามา ก็จำเป็นต้องรายงานล่วงหน้าเสียก่อน

ซูหว่านเพิ่งแต่งเข้ามา ไม่จำเป็นต้องอยู่ปรนนิบัติรับสำรับพร้อมหน้าผู้ใหญ่ทั้งสามมื้อ เพียงแค่อยู่เป็นเพื่อนในมื้อเช้าและมื้อกลางวันก็พอแล้ว และแน่นอนว่าหากมีเหตุจำเป็นก็สามารถงดเว้นได้

เขาพานางเดินชมจนทั่วทุกซอกทุกมุมของจวนกั๋วกง ทั้งยังคอยอธิบายที่มาของชื่อสถานที่แต่ละแห่งให้นางฟังอย่างใจเย็น

เรือนพักของพวกเขาเองนั้น มีชื่อว่าเรือนเหิงอู๋

เมื่อเดินผ่านสวนใหญ่ ด้านในปลูกดอกไม้พันธุ์ดีไว้มากมาย บางชนิดซูหว่านถึงกับเรียกชื่อไม่ถูกเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังมีเบญจมาศสีหมึกที่หาได้ยากยิ่งอีกด้วย

นับว่าซูหว่านได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ได้ยินเจียงอวี้เล่าว่า หลังจากกั๋วกงเกษียณราชการ ก็ขลุกอยู่แต่กับการดูแลต้นไม้ใบหญ้าพวกนี้ทุกวี่ทุกวัน

เขายังพานางไปให้อาหารปลาหลีฮื้อ ทั้งสองยืนอยู่ใต้ระเบียงทางเดิน เขาโอบกอดนางจากด้านหลัง ในมือถือถ้วยใส่อาหารปลา ซูหว่านหยิบอาหารปลาโปรยลงไป ฝูงปลาหลีฮื้อก็พากันว่ายเข้ามาแย่งกินในทันที

“คารวะซื่อจื่อ คารวะจวิ้นจู่เจ้าค่ะ”

ซูหว่านหันไปมองเจียงอวี้ เจียงอวี้เองก็คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอนางที่นี่ จึงรู้สึกหมดสนุกไปบ้าง

“ไม่ได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะ ฮูหยินรอง” ซูหว่านยิ้มทักทายตามมารยาท

“ไม่ได้พบกันนานจริง ๆ เจ้าค่ะ ช่วงนี้ข้าสุขภาพไม่ค่อยดี จึงเก็บตัวรักษาอาการป่วยอยู่ในเรือนตลอด คิดว่าวันนี้อากาศดีเลยออกมาเดินสูดอากาศ ไม่นึกว่าจะได้พบจวิ้นจู่” หนิงเวยแสร้งปิดบังเรื่องที่ตนหวาดกลัวเจียงเจิ้นจนไม่กล้าเสนอหน้าออกมา

ซึ่งความจริงแล้ว ซูหว่านก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในเรื่องนี้จริง ๆ

เจียงอวี้เริ่มรู้สึกรำคาญ จึงดึงมือซูหว่านเตรียมจะเดินจากไป

“ไปกันเถิด ดึกมากแล้ว พวกเรากลับกันดีกว่า ส่วนที่ยังเดินไม่ทั่ว พรุ่งนี้ข้าค่อยพาเจ้ามาใหม่”

ประจวบเหมาะกับที่หนิงเวยเองก็ไม่อยากสนทนากับพวกเขามากความนัก

“นั่นสิเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะเอาโรคไปติดท่านเสียเปล่า ๆ จวิ้นจู่รีบกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”

ระหว่างทางเดินกลับ ซูหว่านเพิ่งได้รู้จากปากของเจียงอวี้ว่า ที่แท้หนิงเวยหวาดกลัวท่านตา จึงไม่กล้าออกจากเรือนนั่นเอง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม