บัดนี้ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันแล้ว เจียงอวี้จึงไม่ปิดบังเรื่องราวใด ๆ แก่ซูหว่านอีก เขาถ่ายทอดทุกความเป็นไปในจวนให้นางได้รับรู้จนสิ้น
ซูหว่านพลอยได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของมารดาเจียงอวี้ ว่าแท้จริงแล้วต้นเหตุทางอ้อมล้วนมาจากหนิงเวยผู้นั้น
ทว่า ซูหว่านกลับรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง ถึงอย่างไรแม่สามีก็เติบโตมาในสำนักเฟิงเย่ว์ ในฐานะบุตรสาวของท่านตา ย่อมต้องมีวรยุทธ์ติดกาย ร่างกายไม่ควรจะอ่อนแอถึงเพียงนี้
อีกทั้ง เจียงอวี้ยังเล่าว่ามารดาป่วยกระเสาะกระแสะอยู่กว่าสองปี ซึ่งนับตั้งแต่หนิงเวยแต่งเข้าจวน ช่วงเวลาก็ประจวบเหมาะกันพอดี
หากกล่าวว่าป่วยเพราะตรอมใจ ก็ดูจะไม่สมเหตุสมผลที่อาการจะหนักหนาสาหัสถึงเพียงนั้น
แม้เจ้าของร่างเดิมจะตายเพราะความคับแค้นใจ แต่ก็นับเป็นการตายฉับพลันเพราะขาดใจตายในชั่ววูบ หากมิใช่ชั่ววูบนั้น ก็ย่อมไม่ถึงแก่ความตาย
คำกล่าวที่ว่าเจ็บป่วยเพราะความโกรธแค้นนั้นเป็นไปได้ แต่ย่อมต้องสามารถบำรุงรักษาให้หายดี มิใช่ยิ่งรักษากลับยิ่งทรุดหนักเช่นนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่คนเรากินยาอยู่ทุกวัน ต่อให้หนิงเวยจะก่อเรื่องไม่เว้นวัน ยาก็ควรจะออกฤทธิ์บ้างมิใช่หรือ?
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว แม่สามีถูกคนปองร้าย
เจียงอวี้มองคิ้วของซูหว่านที่เดี๋ยวขมวดมุ่นเดี๋ยวคลายออก ก็เข้าใจถึงความสับสนภายในใจนาง
พอเอ่ยถึงมารดา ต่อให้เมื่อครู่จะมีความสุขเพียงใด แต่ชั่วพริบตาต่อมาเขาก็ไม่อาจเบิกบานใจได้อีก
ถึงกระนั้น เขาก็เต็มใจที่จะอธิบายให้ซูหว่านฟัง
“ท่านแม่ของข้าถูกคนวางยา และคนที่วางยาก็คือท่านย่าแท้ ๆ ของข้าเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูหว่านก็ตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
นางลอบกลืนน้ำลาย รู้สึกได้ชัดเจนว่ามือที่ถูกเขากุมไว้บีบแน่นขึ้นหลายส่วน
“เดิมทีท่านย่าหมายตาให้หนิงเวยขึ้นเป็นฮูหยินกั๋วกง แต่ท่านพ่อไม่ชอบนางและยืนกรานจะแต่งกับท่านแม่ ฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อเปิดทางให้หนิงเวย จึงจ้างคนมาวางยาพิษท่านแม่ ทำให้ร่างกายของนางทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะบำรุงรักษาอย่างไรก็ไร้ผล นางช่างอำมหิตนัก ไม่ได้วางยาในอาหารการกินปกติ แต่กลับใส่ในเครื่องหอมที่ยากจะตรวจสอบ พวกเราหลงคิดมาตลอดว่าท่านแม่ตรอมใจเรื่องการมีอยู่ของหนิงเวยจนร่างกายย่ำแย่ กว่าจะรู้ความจริงว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของท่านย่าของข้า ก็สายไปเสียแล้ว”
“แต่ท่านพ่อจะสังหารมารดาบังเกิดเกล้าของตนได้อย่างไร? ภายหลังเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าสิ้นใจ เป็นฝีมือข้าเอง ย้อนรอยคืนสนองด้วยวิธีเดียวกัน ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเหตุใดหลายปีมานั้นความสัมพันธ์ของข้ากับท่านพ่อจึงย่ำแย่นัก ทุกคนต่างเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะสาเหตุจากท่านแม่ ทำให้พ่อลูกต้องห่างเหินกัน”
สองปีหลังจากเจียงซินโหรวจากไป เจียงอวี้ในวัยเจ็ดขวบได้รับรู้ความจริง เด็กน้อยในยามนั้นมีความคิดที่จะฆ่าคนเป็นครั้งแรก
เขารู้ว่าบิดามิอาจทำมาตุฆาต แต่เขาไม่เหมือนกัน เขาเสียมารดาไป เช่นนั้นก็ต้องให้คนที่พรากมารดาเขาไปต้องชดใช้
ทั้งสองนั่งอยู่บนชิงช้าในลาน นางอิงแอบแนบอกเขา ฟังเขาเล่าเรื่องราวเหล่านี้
ทันใดนั้น หยาดน้ำตาหยดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงบนหลังมือของนาง ซูหว่านใจหายวาบ เงยหน้าขึ้นมองเขา
ภายใต้แสงจันทร์ ดวงตาของเขารื้นไปด้วยหยาดน้ำ ซูหว่านปวดใจยิ่งนัก
“หวานหว่าน เจ้าว่าข้าทำถูกหรือไม่? ข้าลงมือสังหารท่านย่าของตัวเอง”
บ่าวไพร่ในลานถูกไล่ออกไปจนหมด จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครได้ยินบทสนทนาของพวกเขา
ภายในใจเจียงอวี้ทุกข์ทรมานนัก เมื่ออายุมากขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกสับสนขัดแย้ง
ฝ่ายหนึ่งคือมารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง อีกฝ่ายคือท่านย่าที่มีสายเลือดเดียวกันและดีต่อเขาเสมอมา
แต่เพื่อแก้แค้นให้มารดา เขาได้วางยาพิษสังหารท่านย่าแท้ ๆ ของตนไปแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...