หารู้ไม่ว่าในที่ลับตา ชายหนุ่มในชุดคลุมผ้าไหมสีน้ำตาลได้ยินทุกถ้อยคำ นิ้วมือของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อแทบจะจมลึก
เหตุใดกัน ทั้งที่เป็นโอรสที่เกิดจากภรรยาเอกเหมือนกัน แต่สายพระเนตรของเสด็จพ่อกลับไม่เคยหยุดอยู่ที่เขาแม้เพียงชั่วครู่ แม้กระทั่งเสด็จแม่เองก็เช่นกัน ทั้งที่นางเป็นผู้ให้กำเนิดเขาทั้งสอง แต่กลับรักใคร่เอ็นดูเสด็จพี่มากกว่าเขาเสมอ
รวมถึงเสด็จพี่ ที่ปกติมักจะโอนอ่อนผ่อนปรนและคอยสั่งสอนเขาในหลาย ๆ เรื่อง กลับเป็นผู้ที่ทูลปฏิเสธเสด็จพ่อด้วยตนเอง ไม่ให้แต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท แต่กลับเสนอชื่อน้องชายที่เกิดจากสนมให้รับตำแหน่งนี้แทน
เขารู้อยู่เต็มอกว่า เสด็จแม่และหวงกุ้ยเฟยแก่งแย่งชิงดีกันมาทั้งชีวิต บัดนี้เขากลับยื่นตำแหน่งรัชทายาทให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดาย หากวันหน้าหวงกุ้ยเฟยได้ขึ้นเป็นไทเฮา จะยังมีที่ยืนสำหรับเขาและเสด็จแม่อีกหรือ?
เหตุใดเขาถึงเป็นรัชทายาทไม่ได้ เหตุใดเขาถึงเป็นฮ่องเต้ไม่ได้?
ล้วนเป็นโอรสของเสด็จพ่อเหมือนกัน ใครกันที่บอกว่าการเป็นฮ่องเต้ต้องดูที่นิสัยใจคอ?
ล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น พวกเขาก็แค่เสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น
มู่หรงรุ่ยโกรธจนแทบกระอักเลือด แต่เขามิอาจส่งเสียงเล็ดลอดออกมาได้แม้แต่น้อย หากเสด็จพ่อทรงทราบว่าเขาแอบฟัง ทุกอย่างคงจบสิ้น แต่เขาก็ไม่อาจทำใจยอมรับได้จริง ๆ
เมื่อฮ่องเต้เสด็จออกไปแล้ว จึงเป็นช่วงเวลาที่ฮองเฮาและมู่หรงรุ่ยได้เข้าเยี่ยม
ฮองเฮากุมมือโอรส ร่ำไห้จนแทบขาดใจ หมดสิ้นซึ่งความสำรวมอันพึงมีของมารดาแห่งแผ่นดิน ในยามนี้ นางเป็นเพียงมารดาผู้โชคร้ายที่ต้องมาส่งบุตรชายผมดำด้วยผมขาว
ในวาระสุดท้ายของชีวิต มู่หรงหมินยังคงพยายามปลอบโยนเสด็จแม่ เขาเหลือบมองมู่หรงรุ่ยที่ยืนเหม่อลอยอยู่ข้างเตียง แล้วทอดถอนใจ
เหตุที่เขาไม่ยอมให้เสด็จพ่อสืบสวนเรื่องอาหารถูกวางยาพิษ เป็นเพราะในชั่วขณะนั้น เขารู้ทันทีว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือใคร
ดังนั้น เขาจึงปกป้องเขา
เขาทราบดีว่าตั้งแต่วัยเยาว์ น้องชายผู้นี้มักถูกเสด็จพ่อและเสด็จแม่มองข้าม เพราะท่านทั้งสองต่างฝากความหวังส่วนใหญ่ไว้ที่เขา
ตั้งแต่เล็กจนโต เคยได้ยินแต่พี่ต้องเสียสละให้น้อง แต่สำหรับมู่หรงรุ่ยแล้ว เพราะเสด็จพี่เป็นถึงรัชทายาท เขาจึงไม่อาจแก่งแย่งสิ่งใดได้เลย
ในตอนแรก เขาเพียงปรารถนาให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่หันมามองเขาบ้าง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้เขากระทำความผิดตามอำเภอใจในวัง
ต่อมา เมื่อเติบใหญ่ขึ้น เขายิ่งชอบทำตัวเหลวไหล เพราะสำหรับเขาแล้ว มีเสด็จพี่รัชทายาทผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความสามารถอยู่แล้ว เขาอย่างมากก็เป็นเพียงส่วนเกินที่ไม่มีความสำคัญ
เขาจัดแจงส่งหญิงสาวผู้นั้นไปอยู่ข้างกายรัชทายาท โดยอ้างว่าตนเองสุขภาพไม่ดี และหญิงผู้นี้มีฝีมือในการปรุงอาหารยาที่ยอดเยี่ยม สามารถช่วยบำรุงร่างกายของรัชทายาทได้
มู่หรงหมินเห็นว่าน้องชายมีความหวังดี จึงตอบรับทันที และให้หญิงสาวผู้นั้นอยู่รับใช้ข้างกาย
ในตอนแรก อาหารยานั้นได้ผลดี ทำให้สุขภาพของมู่หรงหมิ่นดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่าเขากลับล้มป่วยเป็นระยะ และอาหารยาของหญิงสาวผู้นี้ก็มักจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการรักษาเสมอ
องค์รัชทายาทด้วยความไว้ใจในสายเลือดเดียวกัน จึงมิได้เอะใจในความผิดปกติ กลับยิ่งเกิดความรู้สึกดี ๆ กับหญิงสาวผู้นั้นจากการได้ใกล้ชิดกัน ไม่นานนางก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นไท่จื่อเป่าหลิน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป่าหลินผู้นี้ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นไท่จื่อเหลียงตี้
องค์รัชทายาททรงพึ่งพาและโปรดปรานนางมาก มักจะพานางติดตามไปด้วยเสมอ
แต่ความจริงอันดำมืดที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้นี้ ท้ายที่สุดก็ถูกความดีงามของมู่หรงหมินกดทับเอาไว้
ไม่นานนัก ข่าวการสวรรคตของรัชทายาทก็แพร่ออกมาจากตำหนักบูรพา พระชายาองค์รัชทายาทและพระชายารองทั้งสองได้เข้าเฝ้ารัชทายาทเป็นครั้งสุดท้ายสมความปรารถนา แต่โจวเหลียงตี้ผู้เป็นที่โปรดปรานที่สุดกลับไม่ได้มีโอกาสได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...