เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 645

โจวเหลียงตี้ร่ำไห้จนสิ้นสติอยู่ที่หน้าตำหนักบรรทมขององค์รัชทายาท นางเข้าใจว่าเขาผิดหวังในตัวนางจนถึงที่สุด ถึงขั้นมิปรารถนาจะพบหน้านางอีกไม่ว่ายามเป็นหรือยามตาย หารู้ไม่ว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต องค์รัชทายาทกลับยังครุ่นคิดหาวิธีรักษาชีวิตของนางเอาไว้

การปองร้ายองค์รัชทายาทมิใช่เจตนาเดิมของนาง ยามที่นางตกหลุมรักเขา นางก็ปรารถนาจะวางมือแล้ว

ทว่าชีวิตของคนในครอบครัวและวงศ์ตระกูลล้วนตกอยู่ในกำมือของมู่หรงรุ่ย นางจึงมิอาจไม่แยแส

ในระหว่างนั้น นางเคยดิ้นรนขัดขืนอยู่หลายครา แต่ก็ไร้ประโยชน์

มิรู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่สาวใช้ข้างกายถูกซื้อตัวไป สาวใช้ผู้นี้ติดตามนางมาหลายปี รอบรู้เรื่องฤทธิ์ยาในอาหารเป็นส่วนใหญ่ ต่อให้นางไม่ลงมือเอง สาวใช้ผู้นั้นก็สามารถลงมือแทนได้

เมื่อไม่กี่วันก่อน อาหารตุ๋นยาที่ทำให้มู่หรงหมินล้มป่วยลง ก็เป็นฝีมือของสาวใช้ผู้นั้น

ครั้นเกิดเรื่องขึ้น ฝ่าบาททรงมีราชโองการให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวด นางก็ชิงปลิดชีพตนเองหนีความผิดไปเสียก่อน โดยมิได้ซัดทอดผู้ใด กลายเป็นความตายที่ไร้หลักฐานยืนยัน

สามัญชนไร้โทษ ครอบครองหยกกลับเป็นโทษ ในเมื่อฝ่าบาททรงทราบแล้วว่าเป็นการวางยาพิษในอาหาร หากสืบสาวราวเรื่อง ย่อมต้องสาวมาถึงตัวนางจนได้ แต่นางหารู้ไม่ว่า ก่อนองค์รัชทายาทสิ้นใจ ได้ทูลขอร้องด้วยถ้อยคำจริงใจ ไม่ปรารถนาให้มีการหลั่งเลือด แม้แต่การให้สนมตายตกตามกันก็ยังทรงยกเว้นให้

ยามที่ราชโองการนี้ถูกประกาศลงมา โจวเหลียงตี้ก็หมดอาลัยตายอยาก แววตาว่างเปล่า นางสวมชุดไว้ทุกข์สีขาว สวมหมวกไว้ทุกข์สีขาว ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ ภายในใจได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว

เขาช่างโง่งมยิ่งนัก ไฉนจึงมีคนจิตใจดีเช่นนี้อยู่ได้ จนตัวตายก็ยังคอยปกป้องคนที่ตนใส่ใจ ต่อให้คนที่ใส่ใจเหล่านี้จะพยายามหาทางทำร้ายเขาก็ตาม

องค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ทั่วหล้าร่วมโศกเศร้า ฝ่าบาทมีราชโองการ ในช่วงระหว่างการไว้ทุกข์ทั่วแผ่นดิน ให้ขุนนางและครอบครัวสวมชุดขาวไว้ทุกข์ สวมเครื่องประดับเงิน ภายในสี่สิบเก้าวันนี้ ห้ามประทินโฉมฉูดฉาด ภายในจวนห้ามประดับโคมหรือผูกผ้าสีเฉลิมฉลอง

ขุนนางทั่วไปห้ามจัดงานมงคลสมรสภายในครึ่งปี เชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงห้ามจัดงานมงคลสมรสภายในหนึ่งปี

ขุนนางในเมืองหลวงและครอบครัวห้ามจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดอย่างเอิกเกริก ห้ามจัดงานชุมนุมกวี งานชมบุปผา หรืองานล่องเรือใด ๆ ภายในหนึ่งปี

ศพขององค์รัชทายาทจะประดิษฐานอยู่ที่ตำหนักบูรพาเป็นเวลาเจ็ดวัน ในระหว่างนี้ ขุนนางที่มีตำแหน่งในเมืองหลวงทุกคน รวมถึงภรรยาเอกและบุตรสายตรงต้องมาแสดงความไว้อาลัย โดยคุกเข่าหน้าศพเป็นเวลาครึ่งวัน ยกเว้นสตรีมีครรภ์และเด็กเล็ก

ซูหว่านย่อมต้องมาแสดงความไว้อาลัยเช่นกัน จวนกั๋วกงเป็นขุนนางกลุ่มแรกที่ไปไว้อาลัย

เพียงแต่ ในวันที่สองหลังองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ตำหนักบูรพาก็มีข่าวออกมาว่า ไท่จื่อเหลียงตี้กินยาพิษฆ่าตัวตายตามองค์รัชทายาทไปแล้ว

โจวเหลียงตี้ได้รับความโปรดปรานจากองค์รัชทายาทมากที่สุด บัดนี้เต็มใจตายตกตามกัน ในสายตาของคนทั่วไป ก็นับว่าไม่ผิดต่อความรักใคร่เอ็นดูที่องค์รัชทายาทมีให้แล้ว

ยามองค์รัชทายาทมีชีวิต ทรงมีพระธิดาสองพระองค์และพระโอรสหนึ่งพระองค์ ซึ่งประสูติจากพระชายาเอกและพระชายารองฝ่ายซ้าย

“พวกเราจะมีอายุยืนยาวร้อยปี!”

จากนั้น ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

การสิ้นพระชนม์ขององค์รัชทายาท ทำให้ทั่วทั้งเมืองหลวงตกอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้าชั่วขณะ แม้แต่ราษฎรยังพร้อมใจกันละเว้นการสวมใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด หันมาสวมชุดสีเรียบ เพื่อไว้อาลัยแก่องค์รัชทายาทผู้มีเมตตาต่อราษฏร

จวนสกุลซูและจวนกั๋วกงล้วนสวมใส่อาภรณ์สีเรียบ บนศีรษะประดับเพียงดอกไม้ผ้าสีเรียบ หรือเครื่องประดับที่ดูเรียบง่ายอย่างหยกขาว

อันที่จริง นี่ล้วนเป็นเกียรติยศและความรักใคร่เอ็นดูที่ฝ่าบาททรงมีต่อองค์รัชทายาท

อีกทั้งสิ่งนี้มีเพียงองค์รัชทายาทเท่านั้นที่จะได้รับ หากฮ่องเต้สวรรคต ด้วยหลักการที่ว่าแผ่นดินไม่อาจไร้ประมุขแม้เพียงวันเดียว ช่วงเวลาไว้ทุกข์จึงมีเพียงเดือนเศษ เพราะการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้พระองค์ใหม่นับเป็นงานมงคลอันยิ่งใหญ่

ก่อนที่โจวเหลียงตี้จะกินยาพิษ นางยังได้พบมู่หรงรุ่ยหนหนึ่ง

นางสวมชุดสีขาวเรียบ ดวงตาบวมแดง ร่างกายโซเซแทบจะล้มพับลง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม