“ย่าคะ หนูกับหลินเซียวไม่ได้มีสัญญาตกลงการแต่งงานกันหรอกเหรอคะ?”
“เขา หนูมีคู่หมั้นแล้ว”
ฉินหว่านชิวค่อนข้างสับสน ในที่สุดก็เข้าใจความหมายของคุณหญิงฉิน
“ หว่านชิว แกคิดว่าเรื่องระหว่างพวกแกสองคนมันเป็นไปได้ไหม?”
“ ความหมายของย่าก็คือ การที่ต้องแต่งงานกับคนพิการน่ะเหรอคะ?”
“ต่อให้แกยอม แต่ว่าตระกูลฉินก็ไม่มีทางยอมหรอกนะ”
คุณหญิงฉินเม้มปากและพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
ฉินหว่านชิวก็เงียบไปเช่นกัน
“พอดีเลย คุณชายจ้าวเขาก็มีความรู้สึกดีๆ ให้แกมาโดยตลอดไม่ใช่เหรอ”
“ผ่านมาสองปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”
“และการที่พวกเราได้รับข้อตกลงการร่วมมือกับหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลในครั้งนี้ ก็เพราะว่าได้เขาช่วยไว้ไม่น้อยเลย”
“ฉันว่าแกก็ลองคบกับเขาดูสิ”
พอคุณหญิงฉินเห็นว่าฉินหว่านชิวเงียบไป ก็เลยพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“หืม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉินหว่านชิวก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วก็หันไปมองคุณหญิงฉินด้วยความสับสน
การที่ได้รับข้อตกลงการร่วมมือกับหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะว่าหลินเซียวช่วยให้ได้มาหรอกเหรอ?
ทำไมถึงได้กลายเป็นจ้าวเฉวียนไปได้ล่ะ?
“ย่าคะ หนูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่……”
ฉินหว่านชิวเบิกตากว้าง ตอนนี้ความคิดมากมายนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในหัวของเธอ
เธอยินดีที่จะเชื่อคำพูดของ หลินเซียว
แต่ว่าคุณหญิงฉินก็คงไม่พูดอะไรส่งเดชหรอกใช่ไหม?
“แกยังไม่รู้อีกเหรอ?”
“ซิงอวี่เล่าให้ฉันฟัง ว่าการที่ได้ร่วมมือกับหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลในครั้งนี้ ก็เพราะว่าคุณชายจ้าวไปขอตระกูลหลี่เอาไว้ ช่วยเหลือตระกูลฉินของพวกเราไว้ได้มากเลยล่ะ”
“ดังนั้น หลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลถึงได้ยอมทิ้งกำไรจำนวนมหาศาล และมาเซ็นสัญญากับพวกเรายังไงล่ะ”
คุณหญิงฉินหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบและพูดนิ่งๆ
“อะไรนะ?”
ฉินหว่านชิวรู้สึกประหลาดใจมาก
เธอนึกมาตลอดว่า เรื่องนี้เป็นความดีความชอบของหลินเซียวซะอีก
“ตระกูลจ้าวกับตระกูลหลี่ มีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง”
“ แล้วอีกอย่างคุณชายจ้าวยังรับปากตระกูลหลี่ไว้อีกว่า ถ้าเกิดว่าช่วยพวกเราแล้ว พวกเขาจะยอมเสียกำไรให้ตระกูลหลี่อีกด้วย”
“ดังนั้นตระกูลหลี่ถึงได้ยอมช่วยพวกเรา ไม่ยังงั้นแกคิดว่าทำไมบริษัทใหญ่ๆ อย่างหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอลต้องเข้ามาเสนอความร่วมมือกับพวกเราก่อนด้วยกันล่ะ?”
พอคุณหญิงฉินพูดคำเหล่านี้ออกมา ฉินหว่านชิวก็หาอะไรมาแย้งไม่ได้เลย
“คุณชายจ้าวคือคนที่รักและจริงใจกับแกจริงๆนะ”
“ย่าคิดว่าแกน่าจะลองพิจารณาดูสักหน่อย”
พอพูดประโยคนี้ น้ำเสียงของคุณหญิงฉินก็อ่อนโยนลงมาก
“ไม่ ไม่จริง!”
“ย่าคะ นี่ไม่ใช่ฝีมือของจ้าวเฉวียนสักหน่อย”
“หลินเซียวต่างหากที่เป็นคนทำ หลินเซียวต่างหากที่ช่วยตระกูลฉินให้ได้ข้อตกลงความร่วมมือนี้มา!”
ฉินหว่านชิวเงียบไปหลายวินาที หลังจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาและพูดอย่างจริงจัง
“เหอะๆ ……”
พอได้ยินคำพูดของฉินหว่านชิว คุณหญิงฉินไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรแถมยังหัวเราะออกมา
เธอรู้สึกจริงๆ ว่าคำพูดของฉินหว่านชิวมันช่างน่าขันเสียจริงๆ
“เวลาดีๆ ของแกไม่ควรจะเสียไปกับคนพิการคนหนึ่งน่ะ”
“เขาไม่มีอะไรคู่ควรกับแกเลย”
คุณหญิงฉินพูดในขณะที่ลุกขึ้นช้าๆ
“ย่าคะ ทำไมย่าถึงไม่ยอมเชื่อเขาสักครั้งดูบ้างล่ะคะ?”
“หนูคิดว่าเขาไม่มีทางโกหกหนูแน่นอน”
ฉินหว่านชิวเงยหน้ามองคุณหญิงฉิน น้ำเสียงของเธอหนักแน่นมาก
“แล้วแกจะให้ย่าเอาอะไรมาเชื่อเขาล่ะ?”
“คนอื่นๆ ที่ได้ปลดประจำการ ต่างก็ได้รับคำสรรเสริญตั้งมากมาย ได้รับการต้อนรับจากคนในบ้านเกิด”
“แต่ว่าเขาปลดประจำการมาแล้วก็สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีใครสนใจ แถมยังต้องนั่งวีลแชร์มา2ปีแล้ว”
“แกจะให้ย่าเอาอะไรมาเชื่อเขากัน?”
“แล้วเขามีคุณสมบัติอะไร ที่จะมาทำให้ฉันเชื่อ?”
พอคุณหญิงฉินพูดจบ ก็เดินออกไปช้าๆ
จ้าวเฉวียนได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้เธอฟังแล้ว
บวกกับได้ฉินซิงอวี่คอยช่วยพูดด้วยอีก ทำให้คุณหญิงฉินยิ่งรู้สึกมั่นอกมั่นใจ
การที่ได้ร่วมมือกับหลี่ซื่อฟาร์มาซูติคอล มันเกิดขึ้นก็เพราะว่าได้รับความช่วยเหลือจากจ้าวเฉวียนต่างหาก!
ฉินหว่านชิวกัดริมฝีปากแดงระเรื่อของตนเองพร้อมกับมองดูคุณหญิงฉินเดินจากไป ตอนนี้ในใจของเธอมีความรู้สึกมากมายผสมปนเปกันอยู่
หรือว่า หลินเซียวจะหลอกเธอจริงๆ?
แต่ว่า นิสัยของหลี่หงซินกับหลินเซียวเป็นยังไง ฉินหว่านชิวก็ได้เห็นกับตาของตัวเองอยู่แล้ว
แต่ว่า ฉินหว่านชิวก็รู้นิสัยของคุณหญิงฉินดีเหมือนกัน ว่าเธอจะไม่มีวันพูดอะไรส่งเดชอย่างแน่นอน
ถ้ายังงั้น ใครกันแน่ที่โกหก?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน
รบกวนอัพเดทเรื่องนี้ให้หน่อยครัย...