เจ้าพ่อกบฏโลก นิยาย บท 44

ซูโหย่วซินตะลึงงันอย่างถึงที่สุด

เพราะพี่เขยในตอนก่อนหน้านี้นั้น เสื้อผ้ามาถึงจะยื่นแขนออก ข้าวมาถึงจะอ้าปาก กระทั่งก๋วยเตี๋ยวยังต้มไม่เป็นเลยเสียด้วยซ้ำ

จู่ ๆ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นพ่อครัวใหญ่ไปเสียแล้วหรือ?

รู้สึกว่ามันไม่เป็นความจริงมาก ๆ

ทว่ากลิ่นหอมของกับข้าวนั้นดึงดูดมากเกินไปแล้วจริง ๆ

เธอนั่งลงด้วยใจที่ไม่เป็นสุข ลองทานไปหนึ่งคำก็รู้สึกว่ามันอร่อยเป็นอย่างมาก

อีกนิดเดียวก็เกือบจะส่งเสียงร้องออกมาอยู่แล้ว

ความประหลาดใจฉายชัดเต็มดวงตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตามอง ซ่งซานสี่

ใบหน้าของพี่เขยประดับรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงนุ่มว่า “อร่อยไหม?”

ซูโหย่วซิน ก้มศีรษะลงไปทางด้านล่าง ก่อนจะพยักขึ้นลงสองสามครั้งเบา ๆ

อันที่จริงแล้วเพราะไม่คิดอยากที่จะพูดคุยกับคนสารเลว ดังนั้นจึงเคยชินแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็ดี เธอกินดี ๆ กินเยอะ ๆ หน่อย กินไม่หมดก็เททิ้ง แล้วก็ไม่ต้องให้คนบางคนมาลองชิมด้วย ฉันจะออกไปซื้อของมาให้เธอ เธอจะต้องรอฉันอยู่ในหอพัก หยางเสว่ พวกเธอเองก็เหมือนกัน รอล้างจานซักเสื้อผ้าด้วย”

พูดจบ ซ่งซานสี่ ก็จากไปในทันที

พวก หยางเสว่ สามสี่คนรู้สึกว่าสถานะรูมเมทนั้นลดลงอย่างรุนแรง

ซูโหย่วซิน เป็นเจ้าหญิงของพวกเธอแล้ว อาหารที่รับประทานนั้นส่งกลิ่นอาหารหอมกรุ่น

ส่วนพวกเธอต้องกินอาหารหมูสินะ กินยากมากเกินไปแล้ว

แต่ก็ทำได้เพียงแค่กลืนน้ำลายลงไปด้วยความริษยาเท่านั้น ไม่กล้าจะเข้าไปเกาะขอกินด้วย

ซูโหย่วซิน ไม่เคยรับประทานอาหารที่หอมกรุ่นเช่นนี้มาก่อน

อาหารรสเลิศเช่นนี้ทำให้คนที่บริโภคมันล้วนอารมณ์ดีขึ้นมามากเกินไปแล้วจริง ๆ

มองเห็นท่าทีของหยางเสว่พวกเธอแล้ว ภายในหัวใจของเธอไม่เพียงแค่กระชุ่มกระชวยเท่านั้น ทั้งยังรู้สึกว่าพวกเธอนั่นแหละที่น่าสงสาร!

ถือว่าพี่เขยสารเลวได้ทำให้เธอระบายความโกรธไปหนึ่งอย่างแล้ว

แต่ทว่าอาหารมากมายเช่นนี้ อันที่จริงแล้วเธอทานไม่หมดจริง ๆ

คิดไปคิดมาแล้ว เททิ้งมันก็จะสิ้นเปลืองมาก ๆ เลยนะ?

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ซูโหย่วซิน ที่มีอุปนิสัยดีงามมาตั้งแต่กำเนิดจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “หยางเสว่ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว พวกเธอเองก็มากินกันสักหน่อยเถอะ เยอะขนาดนี้ฉันกินไม่หมดหรอก”

หยางเสว่พวกเธอกำลังน้ำลายสอกันอยู่พอดี ภายในหัวใจกำลังคิดอยู่เลยนะ ทว่ากลับหดร่างกายเล็กลงเสียอย่างนั้น

หยางเสว่ เอ่ยอย่างเจ็บปวดว่า “ช่างเถอะ พี่เขยเธอดุเป็นบ้า พวกเราไม่กล้ายุ่งวุ่นวายด้วยหรอก”

จงเหม่ยเอ่ยว่า “ถ้าหากว่าเขากลับมาแล้วรู้ว่าพวกเรากินอาหารของเธอเข้า ฉันกลัวกระดูกเคลื่อน”

ซูโหย่วซินคิดไปคิดมา ทั้งก็รู้สึกหวาดกลัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงช่างมันไป

ตัวเธอกำลังทานอยู่ กำลังพยายามทานอยู่

เดิมทีนั้น นี่เป็นอาหารสำหรับสองคน

เจ้าพ่อสี่วางแผนว่าเธอหนึ่งคำ ฉันหนึ่งคำกับพี่สาวของเธอ

ทว่าตอนนี้จะสามารถทำแบบนั้นกับน้องภรรยาได้อย่างไร?

เขาจึงขึ้นไปที่ชั้นบน ก่อนจะลงมาทางรางน้ำ

หลังจากนั้นก็ออกจากโรงเรียน

ก่อนจะไปร้านอาหารว่างข้างทางในละแวกใกล้ ๆ ซื้อซาลาเปาทอดน้ำมาหนึ่งเข่ง

กินเพื่อประทังหิวไปพลางขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากชั่วโมงกว่า ๆ เขาก็กลับมาอีกครั้ง

ครีมทาแผลเปื่อยคุณภาพสูงทั้งหมดของจงไห่นั้น เขาล้วนซื้อมาหมดแล้ว

กำลังหิ้วถุงเล็กถุงใหญ่อยู่ มีทั้งเสื้อผ้ามีทั้งรองเท้าถุงเท้า

ดวงตาคมของเจ้าพ่อสี่ทราบว่าไซซ์ของน้องภรรยาในตอนนี้ จะต้องสวมใส่ไซซ์อะไรจึงจะเหมาะสม

และยังมีโทรศัพท์หรูอีกหนึ่งเครื่อง เบอร์โทรศัพท์ก็มีพร้อมแล้ว

ห้างสรรพสินค้าในระแวงใกล้ ๆ เมื่อเขาเข้าไปก็ราวกับกวาดล้างเลยก็ไม่ปาน

เลือกสิ่งของแล้วจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว ไม่เอ่ยต่อราคา ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก

เถ้าแก่ร้านค้าเห็นเขาตรงไปตรงมาเช่นนี้แล้ว กลับลดราคาให้ด้วยนิดหน่อย

กลับมาก็ยังคงปีนขึ้นมาเช่นเดิม

ในปากคาบถุงทั้งหมดเอาไว้ มือจับที่จับมือจับก่อนจะค่อย ๆ ปีนป่ายไต่ขึ้นไปตามรางน้ำ จนไปถึงชั้นบนสุด

หลังจากนั้นก็เข้าไปในห้องนอนรวม 404

บอกตามตรง หยางเสว่และซูโหย่วซิน พวกเธอล้วนกลุ้มใจกันเป็นอย่างมาก

ป้าเมิ่งที่มักจะดูแลหอพักอย่างเข้มงวดเสมอมา เหตุใดจึงปล่อยให้ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเข้ามาได้กันนะ

หลังจากที่ซ่งซานสี่เข้าไปแล้ว ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ล้วนจังงังกันไปทั้งหมด

ทั้งเสื้อผ้ากางเกง ทั้งรองเท้าถุงเท้า ยังมีโทรศัพท์มือถือ ครีมอาบน้ำราคาแพง ผ้าขนหนู ยาสีฟันแปรงสีฟันและอะไรอื่น ๆ อีกมากมาย

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสินค้าราคาแพงทั้งสิ้น

มันวางเอาไว้อยู่บนที่นอนติดหน้าต่าง นั่นเป็นที่นอนของซูโหย่วซิน

หยางเสว่พวกเธอต่างก็พากันร้องว้าวอย่างตกตะลึงกันหมด ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา

ซูโหย่วซินตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ดวงหน้าเล็กกำลังแดงเรื่อ

ไม่รู้ว่าพี่เขยเป็นอะไรไป กลับตัวดีขึ้นนั้นไม่พูดแล้ว แต่นี่ยังมีเงินเยอะเช่นนี้อีก

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เจ้าพ่อกบฏโลก