ตอนที่ 500 ท่าน……เป็นผู้ใดกันแน่ ?
ในวันนี้ เนื่องจากภายในดินแดนชางโจวที่เงียบสงบมานาน ได้มีเหล่าปีศาจมากมายปรากฏตัวขึ้นมาจึงทำให้แคว้นต่าง ๆ ที่อยู่รอบนอกของสวรรค์บูรพาพลันเกิดความโกลาหลขึ้น
“นี่……นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ! ”
“เหตุใดจู่ ๆ เหล่าปีศาจถึงได้มีการเคลื่อนไหวที่น่ากลัวเช่นนี้ แม้กระทั่งปีศาจที่เทียบเคียงกับผู้แข็งแกร่งระดับเซียนก็ยังออกมาด้วย”
“ใช่แล้ว ประหลาดยิ่งนัก”
“จริงสิ หรือว่าราชันสัตว์ปีศาจท่านใดจะเกิดการบรรลุ จึงได้มีการเคลื่อนพลของเหล่าปีศาจ เพื่อต้องการโจมตีสำนักเซียนต่าง ๆ และช่วงชิงวาสนา ? ”
“อืม มีความเป็นไปได้ มิใช่สิ ต้องเป็นเช่นนี้แน่ ! ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นยังจะรออันใดอีกเล่า รีบเปิดค่ายกลป้องภูผาป้องกันการโจมตีของปีศาจเหล่านี้……”
“ทุกท่าน สถานการณ์ดูเหมือนจะมิใช่อย่างที่พวกท่านคาดคิด กองทัพปีศาจดูเหมือนมุ่งหน้าไปยังทิศหนึ่ง หาได้จะมาโจมตีเมืองของเราไม่”
“พี่เฉิน ท่านอย่าได้มาโกหกพวกเราเชียว เรื่องนี้มิควรเอามาล้อเล่นนะ”
“เรื่องนี้เป็นความจริง”
“ถ้าเช่นนั้น…หรือว่ามีโอกาสและวาสนาพลิกฟ้าอันใดปรากฏขึ้น จึงทำให้เกิดการเคลื่อนพลของปีศาจอันน่ากลัวเช่นนี้ ? ”
“มีความเป็นไปได้ กล่าวกันว่าปีศาจมีมากมายหลายเผ่า ปีศาจบางตนสามารถสัมผัสวาสนาฟ้าดินได้อย่างรวดเร็ว การเคลื่อนพลอย่างกะทันหันเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีวาสนาฟ้าดินอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นเป็นแน่”
“เช่นนั้นจะรออันใดกันอีก แม้กองทัพปีศาจจะน่ากลัว ทว่าหากที่ใดปรากฏวาสนาฟ้าดินย่อมต้องเกิดการล้มตาย ดังนั้นผู้ที่ได้รับโอกาสและวาสนาจริง ๆ จึงมีเพียงมิกี่คนเท่านั้น”
“ท่านพี่กล่าวได้ถูกต้อง ข้าจะไปตามเหล่าบรรพบุรุษที่เข้าฌานอยู่ เพื่อตามกองทัพปีศาจไปค้นหาวาสนาฟ้าดินในครั้งนี้ด้วย”
“……”
“……”
ทันใดนั้นทุกแคว้นที่กองทัพปีศาจผ่านไป
สำนักเซียนต่าง ๆ ก็เกิดโกลาหลขึ้น จากนั้นผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนมากมายต่างก็ยกโขยงตามกองทัพปีศาจไป หวังเพื่อที่จะช่วงชิงวาสนานั้นให้จงได้
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านพ้นไปประมาณหนึ่งชั่วยาม
เหล่าบรรพบุรุษของปีศาจเผ่าต่าง ๆ ที่มาจากตอนกลางของสวรรค์บูรพา และได้ติดตามนกสีเลือดตัวนั้นก็เหาะข้ามหลายแคว้น จนในที่สุดก็มาถึงชายแดนของหลิงโจว
“อีกมิไกลแล้ว ! ”
ผู้เฒ่าร่างกำยำที่มีสองเขา ไอพลังรอบกายรุนแรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้คนที่มาด้วย ต่างก็เผยรอยยิ้มยินดีออกมา
“หากได้ตำหนักเทพวาสนามาครอง เชื่อว่าตาเฒ่าอย่างพวกเราก็มิจำเป็นต้องสะกดตบะบารมีด้วยความอยากลำบากอีกแล้ว และจะสามารถออกตามหาเส้นทางโบราณ เพื่อหาโอกาสที่จะขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้แล้ว”
“ท่านพี่ทั้งหลาย พวกท่านว่าแดนเซียนโบราณแท้จริงแล้วเป็นเช่นไรเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“น้องกิเลนไฟ เจ้าถามอันใดของเจ้า แดนเซียนโบราณย่อมต้องเป็นจุดสูงสุดของวิถีเซียนในตำนานน่ะสิ ปลายทางวิถีเซียนที่ผู้บำเพ็ญเพียรทุกเผ่าพันธุ์ต่างตามหาอย่างยากลำบาก”
“พี่คิ้วแดง ทว่านับแต่อดีตมาตำนานเกี่ยวกับแดนเซียนโบราณนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แค่เพียงก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ บ้างก็หาโอกาสเจอและสามารถขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้สำเร็จ บ้างก็ล้มตายด้วยจิตสังหารพิฆาตอันน่าสะพรึงกลัว และอีกมิน้อยที่ต้องแปดเปื้อนสิ่งอัปมงคลจนกลายเป็นเซียนทุรชนอีกด้วย”
“เอาล่ะ ข้ามิเถียงกับเจ้าแล้ว ขอเพียงครั้งนี้พวกเราได้ตำหนักเทพวาสนามา เชื่อว่าพวกเราต้องตามหาโอกาสขึ้นแดนเซียนโบราณเจออย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นก็คงจะรู้เอง”
“เฮ้ ! ! ! ”
ระหว่างที่เหล่าบรรพบุรุษของเผ่าปีศาจกำลังกู่ร้องด้วยความดีใจ
ภาพอันพิสดารภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ระหว่างที่นกสีเลือดบินด้วยความเร็วสูง และกำลังบินผ่านทิวเขาที่ทอดยาว จู่ ๆ ก็เกิดชนเข้ากับปราการที่ไร้รูปร่าง
ปั้ง !
เพียงเสี้ยววินาที หลังจากเสียงอันกึกก้องเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหัน ก็ได้มีระลอกคลื่นเป็นชั้น ๆ ขึ้นในห้วงอากาศ ประกายไฟอันเจิดจ้าสาดกระเซ็นออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ส่วนเหตุผลก็เป็นเพราะเขาได้ใช้น้ำเสียงเช่นนี้คุยโวต่อหน้าของข้า และเพราะตอนนั้นข้ายังมีความปรานีอยู่บ้าง มิเช่นนั้นเผ่ามังกรเขียวของเจ้าคงหายไปจากสวรรค์บูรพาแล้ว”
“บังอาจ ! ”
จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวเกรี้ยวกราดขึ้นมาในทันที รอบกายเกิดแสงอันตระการตาเปล่งออกมา ด้านหลังศีรษะมีวงแสงมหามรรคามากมายปรากฏและหมุนวน ช่างดูอัศจรรย์ยิ่งนัก
ขณะเดียวกันจิตวิญญาณการต่อสู้อันมหาศาลก็ได้พุ่งขึ้นฟ้า
เผ่ามังกรเขียวของเขามิว่าเยี่ยงไรก็เป็นหนึ่งในเผ่าราชาของแดนปีศาจ จะยอมให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมิได้เด็ดขาด
ทว่าบัดนี้กลับถูกคนข่มขู่เช่นนี้ เขาจะทำเหมือนมิมีสิ่งใดเกิดขึ้นได้เยี่ยงไรกัน ?
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ร่างของผู้เฒ่าชุดดำก็เลือนรางหายไปในทันที
วินาทีต่อมาก็ได้ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ตรงหน้าของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวราวกับภูตผี
“หากมิใช่เพราะได้พบนายท่านแล้วล่ะก็ ตอนนี้เจ้าคงกลายเป็นซากศพไปแล้ว”
ดวงตาสีขาวข้างสีดำข้างของผู้เฒ่าชุดดำจ้องเขม็งอย่างหมายมาด จากนั้นก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้น แล้วดีดเบา ๆ ไปที่หน้าผากของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว
เปรี้ยง !
หลังจากเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เขาข้างหนึ่งของจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวก็แตกเป็นผุยผงภายในพริบตา ร่างทั้งร่างร่วงลงไปกระแทกกับทิวเขาด้านล่างทันที
เวลานี้จ้าวปีศาจตนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ด้านหน้า ต่างมีใบหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลรินเป็นทาง ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ท่าน……เป็นผู้ใดกันแน่ ? ”
เวลาผ่านไปหนึ่งเคอ
จ้าวปีศาจผู้มีผมขาวแซมอยู่ข้างขมับ และมีใบหน้าเป็นมิตรเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเทา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน