เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 531

ตอนที่ 531 ผู้น้อยทราบแล้วขอรับ

‘ห๊ะ ? ’

ผู้เฒ่าชุดดำตกตะลึงไปเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าชราจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี

‘นายท่านให้ข้าไปจัดการเซียนทุรชนผู้นี้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘ข้ามิได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่ ? ’

‘ดีเลย ! ’

‘นายท่านกำลังให้โอกาสข้าได้แสดงฝีมือแล้ว’

“นายท่านโปรดรอสักครู่ ผู้น้อยจะทำให้เจ้านั้นหุบปากเดี๋ยวนี้ขอรับ”

เอ่ยจบผู้เฒ่าชุดดำโค้งคำนับให้ จากนั้นจึงหายตัวไปทันทีราวกับภูตผี เพียงพริบตาเขาก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งและห่างไปไกลหลายลี้ พร้อมยืนประจันหน้ากับเซียนทุรชนที่มีไอสีดำปกคลุมเอาไว้

เมื่อได้เห็นภาพที่เกิดขึ้น ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นต่างก็ตาเบิกโพลง และมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

มิมีไอพลังใด ๆ แผ่ออกมา

และมิมีทีท่าว่าจะสำแดงเคล็ดวิชาลับใด ๆ

เพียงแค่อาศัยตบะบารมีของตนก็สามารถสำแดงอิทธิฤทธิ์ออกมาได้แล้ว

ฝีมือที่ร้ายกาจเช่นนี้ อย่างน้อยด้วยตบะบารมีในตอนนี้ของพวกเขา หรือต่อให้ก้าวสู่ระดับเทพพิภพในตำนาน เชื่อว่าก็คงยากที่จะทำได้อยู่ดี

ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าพลังของผู้เฒ่าชุดดำนั้น แท้จริงแล้วน่ากลัวเพียงใด !

ตอนนั้นเองเหล่าบรรพบุรุษของปีศาจทะเลเผ่าต่าง ๆ ก็หันไปสบตากัน ท่าทางของพวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

“ทุกท่าน ผู้เฒ่าชุดดำท่านนี้ดูคุ้น ๆ นะ”

“ถูกต้อง ก่อนหน้าข้ามิทันสังเกต แต่ตอนนี้เมื่อพิจารณาดูดี ๆ แล้วช่างคุ้นตามากยิ่งนัก”

“อืม เหมือนสหายเก่าที่เคยรู้จักกันมาก่อนจริง ๆ ”

“พวกเจ้าหมายถึง จิตวิญญาณอาวุธกระดานหมากเฉียนคุน ที่ถูกนายท่านทิ้งไปเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

“ใช่แล้ว เป็นพี่ชายท่านนั้นจริง ๆ ด้วย ตอนแรกที่พวกเรามายังสวรรค์บูรพา เกือบถูกสิ่งมีชีวิตโบราณตนหนึ่งกลืนกินเข้าไป ทว่าได้พี่ชายท่านนี้ยื่นมือเข้าช่วย จึงทำให้พวกเรายังมีชีวิตรอดอยู่ในมหาสมุทรแท้จริงแห่งนี้”

“จริงด้วย หลายหมื่นปีแล้วสินะที่มิได้พบพี่ชายท่านนี้ ที่แท้เป็นเพราะเขาคอยติดตามอยู่ข้างกายของนายท่านนี่เอง”

“……”

“……”

มินาน ในระหว่างที่เหล่าบรรพบุรุษของปีศาจทะเลเผ่าต่าง ๆ กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่นั้น

ผู้เฒ่าชุดดำที่กำลังประจันหน้ากับเซียนทุรชน ก็สะบัดแขนเสื้ออย่างมิลังเลในทันที จากนั้นแรงลมอันน่ากลัวกลุ่มหนึ่งก็ทำให้เกิดประกายไฟอันเจิดจ้าขึ้นในห้วงอากาศ ก่อนพุ่งเข้าใส่เซียนทุรชนในทันใด

เพียงพริบตาไอสีดำนั้นก็มลายหายไปในทันที

ชายชราร่างผอม ผมบาง ผิวดำคล้ำ ดวงตาลึกโบ๋ และเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ก็พลันปรากฏตัวขึ้น

ถูกต้อง !

ชายชราร่างผอมผู้นี้ ก็คือ โฉมหน้าที่แท้จริงของปีศาจภูเขาดำนั่นเอง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าชุดดำที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างมิมีปี่มีขลุ่ย ขณะที่เขายังมิทันรู้ตัว ไอสีดำที่ปกคลุมรอบกายก็มลายหายไปในทันที

และเมื่อได้สติ

ปีศาจภูเขาดำก็เอามือทั้งสองข้างกอดหน้าอกตนเองเอาไว้ พลางถอยหลังไปหลายก้าวโดยมิรู้ตัว เป็นภาพที่ดูน่าขบขันยิ่งนัก

“เจ้า……เจ้าจะทำอันใด ! ”

ปีศาจภูเขาดำจ้องเขม็งไปทางผู้เฒ่าชุดดำที่มีท่าทางเคร่งขรึม พลางเอ่ยถามด้วยความสับสน

อีกฝ่ายสามารถปรากฏกายขึ้นตรงหน้าโดยที่เขามิรู้สึกใด ๆ จากนั้นก็โจมตีอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด จนขจัดไอสีดำที่ปกคลุมรอบกายของเขาไปจนสิ้น

เห็นได้ชัดว่าตบะบารมีของอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่าเขามาก

ทันทีที่สิ้นเสียง ดวงตาอันเย็นชาของผู้เฒ่าชุดดำราวกับสามารถมองทะลุจิตวิญญาณของคนได้ก็มิปาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า “ข้ารับคำสั่งจากนายท่านมา ทำให้เจ้าหุบปากซะ”

‘นายท่าน ? ’

‘บ่าวรับใช้เช่นเจ้ายังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้’

‘เช่นนั้นนายท่านของเจ้า แข็งแกร่งเพียงใดกัน ? ’

‘อีกอย่างในสวรรค์บูรพา เหตุใดถึงมีผู้ที่น่ากลัวเช่นนี้ปรากฏกายขึ้น ? ’

‘มิน่าเชื่อเลยจริง ๆ !’

‘จะเป็นไปได้เยี่ยงไร ! ’

หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ระหว่างที่ปีศาจภูเขาดำกำลังจะเอ่ยปาก

จู่ ๆ ก็มีจุดสีดำขยายใหญ่ขึ้นในดวงตาของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีเสียงดังปังเกิดขึ้น และหัวของปีศาจภูเขาดำก็ระเบิดออกกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา

วินาทีที่กายเนื้อของปีศาจภูเขาดำถูกทำลาย จิตวิญญาณของเขากำลังจะหนีไปนั้น

ทว่าร่างสีดำร่างหนึ่งก็ได้ขวางทางของเขาเอาไว้อีกครั้งราวกับภูตผี

“ผู้อาวุโส ได้โปรดปรานีด้วย ! ”

สูด !

เหล่าบรรพบุรุษของแต่ละเผ่าและสำนักบำเพ็ญเพียรต่าง ๆ ก็ได้พากันสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะสบตากันเล็กน้อย จากนั้นก็ได้หมุนกายและคุกเข่าลงกลางอากาศให้แก่เย่ฉางชิง

พวกเขารู้ดีว่าเมื่อเผชิญหน้ากับผู้อยู่เบื้องหลังความโกลาหลอันดำมืด ต่อให้พวกเขาร่วมมือกันก็คงมิมีโอกาสรอดไปได้อย่างแน่นอน

ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็คงทำได้เพียงยอมจำนนแต่โดยดี มิเช่นนั้นเกรงว่าเผ่าและสำนักของพวกเขาจะต้องติดร่างแหไปด้วย

ขณะเดียวกัน เย่ฉางชิงที่เห็นวิธีการทั้งหมดที่ผู้เฒ่าชุดดำใช้สังหารปีศาจภูเขาดำกับตาตนเอง ทว่าก็ยังคงมีท่าทางสงบนิ่ง ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นมีประกายงุนงงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

‘เซียนทุรชน ? ’

‘มีดีแค่นี้เองหรอกหรือ ? ’

‘พวกเจ้ากำลังแสดงละครต่อหน้าข้าอยู่งั้นหรือ ? ’

‘แท้จริงแล้วเป็นเจ้าที่แข็งแกร่งเกินไป หรือว่าเซียนทุรชนที่พูดมากผู้นั้นอ่อนแอเกินไปกันแน่ ? ’

‘เพียงแค่หมัดเดียวก็ทำลายกายเนื้อของอีกฝ่ายได้ เพียงแค่ยื่นมือไปกลางอากาศก็สามารถทำให้จิตวิญญาณของเซียนทุรชนสลายไปภายในพริบตา’

‘นี่เจ้าจะเก่งกาจเกินไปแล้วกระมัง ! ’

‘อีกอย่างคำเอ่ยของเจ้าเมื่อครู่ไปได้ยินมาจากผู้ใดกัน ถึงพูดจาได้น่าเกรงขามเช่นนั้น’

คิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกับตนเองในใจว่า “เป็นเพราะโลกบำเพ็ญเพียรใบนี้ผิดเพี้ยน หรือเป็นเพราะตัวตนที่แท้จริงของข้าคือผู้ไร้เทียมทานจริง ๆ กันแน่ ถึงทำให้ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนเหล่านี้หวั่นเกรงได้……”

เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งเคอ

ระหว่างที่เย่ฉางชิงกำลังครุ่นคิดด้วยความสงสัยอยู่นั้น

ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏกายขึ้นทางด้านหลังของเขาอีกครั้ง อย่างมิให้สุ่มให้เสียง

“นายท่าน ผู้น้อยจัดการสังหารคนผู้นั้นเรียบร้อยแล้วขอรับ เขามิมีทางปริปากเอ่ยอันใดได้อีกแล้ว”

ผู้เฒ่าชุดดำโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิง พลางเอ่ยรายงานอย่างนอบน้อม

ได้ยินดังนั้นเย่ฉางชิงก็ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้ารับรู้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ว่า “เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางต่อกันเถอะ”

เอ่ยเพียงเท่านั้น เย่ฉางชิงก็หันไปหาอวิ๋นจงเอี้ยนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อีกฝ่ายจึงพยักหน้ารับคำสั่งในทันที พลันหมุนกายเดินไปที่ตรงกลางของเรือวิเศษ

ในตอนนั้นเอง ผู้เฒ่าชุดดำก็ได้เอ่ยขึ้นอีกว่า “นายท่านขอรับ บนมหาสมุทรแท้จริงแห่งนี้หาได้มีเซียนทุรชนเพียงตนเดียวไม่ ดังนั้นจะให้พวกที่เหลือหุบปากด้วยหรือไม่ขอรับ ? ”

‘ยังมีเซียนทุรชนตนอื่นอีกงั้นหรือ ? ’

เย่ฉางชิงชั่งใจอยู่สักพัก แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ในเมื่อเซียนทุรชนเป็นภัยต่อสรรพสิ่ง เช่นนั้นก็จงทำให้พวกเขาอยู่ที่มหาสมุทรแท้จริงแห่งนี้ไปตลอดกาล สิ่งนี้นับว่าเป็นบุญกุศลอย่างหนึ่งเช่นกัน”

ผู้เฒ่าชุดดำได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะน้อมรับคำสั่ง “ผู้น้อยทราบแล้วขอรับ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน