เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 559

ตอนที่ 559 คำสั่งจากนายท่านของข้า

ในวันนี้เอง

ทั้งสามพันแคว้นของสวรรค์บูรพา เนื่องจากการปรากฏตัวขึ้นของผู้แข็งแกร่งที่ลึกลับกลุ่มหนึ่ง จึงทำให้เกิดศึกใหญ่ขึ้นมากมาย และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่กลับตาลปัตรภายในพริบตา

แคว้นหยางเฟิง

สิ่งมีชีวิตโบราณมากมายแผ่พลังมหาศาลออกมา ขณะโจมตีหนึ่งในห้าสำนักเซียนใหญ่ของแคว้นหยางเฟิง สำนักเซียนที่สืบทอดกันมานับหมื่นปี

สำนักเซียนจื่อฉง

ทันใดนั้น ไอสังหารจำนวนมหาศาล แสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าตกใจ ปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวก็เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่

คลื่นพลังอันน่ากลัวแผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำลายต้นไม้โบราณ ยอดเขาสูงตระหง่านมากมายภายในพริบตา

ส่วนสำนักเซียนจื่อฉงได้ทำการเปิดค่ายกลป้องภูผาขึ้น จึงทำให้มีม่านแสงขนาดใหญ่ปกคลุมเอาไว้

แต่ด้วยพลังอันรุนแรงที่โจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่ายกลป้องภูผาเองก็ปล่อยคลื่นแสงเป็นชั้นๆ ออกมามิหยุด และในที่สุดก็ปรากฏรอยแตกร้าวรอยหนึ่งขึ้น

ภายในค่ายกลป้องภูผามีผู้คนรวมตัวกันอยู่แน่นขนัด ผู้แข็งแกร่งหลายสิบคนยืนอยู่กลางอากาศ รอบกายมีไอหมอกลอยอบอวล และมีวงแสงอันพิสดารมากมายปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง

“ทุกท่าน ตอนนี้ดูเหมือนว่าค่ายกลป้องภูผาคงจะปกป้องเราได้อีกมินานแล้ว”

“ใช่แล้ว สิ่งมีชีวิตโบราณภายในแดนต้องห้ามหมิงซานตอนนี้ เรียกได้ว่ายกโขยงมาจนหมด หากมิใช่เพราะสำนักเซียนใหญ่ทั้งห้าของเราร่วมมือกันเสริมความแข็งแกร่งค่ายกลป้องภูผาไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะก็ เกรงว่าค่ายกลนี้คงพังทลายลงไปตั้งนานแล้ว”

“ความโกลาหลอันดำมืดเริ่มขึ้นแล้ว ศึกทำลายล้างโลกครั้งนี้คงยากที่จะเลี่ยงได้ ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้นตาเฒ่าอย่างพวกเราก็มิจำเป็นต้องสะกดตบะบารมีเอาไว้อีกแล้ว วันนี้ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายก็ต้องปกป้องผู้สืบทอดของพวกเราทั้งห้าสำนักเซียนเอาไว้ให้จงได้ เพื่อที่ยุคสมัยหน้าจะสามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง”

“ค่ายกลห้วงเวลาได้เตรียมไปถึงไหนแล้ว ? ”

“เรียนท่านบรรพบุรุษ ค่ายกลห้วงเวลาเตรียมพร้อมแล้วขอรับ เพียงแค่ค่ายกลป้องภูผาแตกออก ข้าก็จะเปิดค่ายกลห้วงเวลา ส่งผู้มีพรสวรรค์ของทั้งห้าสำนักเซียนไปยังแดนลับโบราณทันทีขอรับ”

“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็มิจำเป็นต้องรอจนค่ายกลป้องภูผาพังทลายอีกแล้ว ตาเฒ่าอย่างพวกเรานำศิษย์เรือนแสนเบื้องหลังยกทัพออกไป สังหารพวกมันอย่าให้เหลือกันเถอะ”

“ดาบของข้ากระหายเลือดมานานแล้ว ได้รับการผนึกมานับหมื่นปี วันนี้จะต้องแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ออกมาให้ได้”

“เช่นนั้นจะมัวเอ่ยมากอีกทำไม ไปฆ่าพวกมันเลย ! ”

“ศิษย์ทั้งหลายจนฟัง ตามข้าออกไปสังหารพวกมันได้แล้ว ! ”

สิ้นเสียง บรรพบุรุษของสำนักเซียนจื่อฉงที่เป็นผู้นำ ก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาทำท่ามุทราอย่างรวดเร็ว

หลังจากผนึกบนกายถูกปลดออก ร่างของเขาพลันระเบิดพลังอันน่ากลัวออกมา

ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้ง พลังปราณอันมหาศาลก็พลุ่งพล่านขึ้น ก่อนจะใช้รอยตราโบราณผสานเข้ากับค่ายกลป้องภูผา

วินาทีต่อมา ค่ายกลป้องภูผาก็หายไปในอากาศทันที ลำแสงอันเจิดจ้ามากมายพุ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเข้าโจมตีสิ่งมีชีวิตโบราณด้านบน

ขณะเดียวกัน ศิษย์ของสำนักเซียนนับแสนด้านล่าง ก็พุ่งเข้าสังหารกองทัพวิญญาณที่อยู่ด้านนอกค่ายกลป้องภูผาราวกับคลื่นมหาสมุทรก็มิปาน

“ย๊ากกกกก…….”

“ฆ่ามัน……”

เสียงคำรามต่าง ๆ นานาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงกรีดร้องจากการถูกสังหารดังขึ้นมิหยุดหย่อน……

แค่จินตนาการก็รู้แล้วว่านี่เป็นฉากนองเลือดที่โกลาหลเพียงใด

เวลามิถึงหนึ่งชั่วยาม กองทัพวิญญาณมากมายพ่ายแพ้ไปเกินครึ่ง

ส่วนศิษย์สำนักเซียนนับแสนก็บาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน ผู้คนนับมิถ้วนแม้จะนอนจมลงในกองเลือด ทว่าขณะที่กำลังจะตายต่างก็ยอมระเบิดร่างของตนเอง พร้อมพุ่งเข้าใส่กองทัพวิญญาณให้พินาศไปด้วยกัน

ส่วนสนามรบที่ห่างออกไปหลายสิบลี้หรือร้อยลี้นั้น

บรรพจารย์สิบกว่าคนของห้าสำนักเซียนต่างก็กำลังต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตโบราณหลายตน บางคนก็ล้มตายอยู่ ณ ที่แห่งนั้น ส่วนบางคนก็บาดเจ็บสาหัส เห็นได้ชัดว่าพวกเขาประเมินศัตรูต่ำเกินไป

เพราะสิ่งมีชีวิตโบราณเหล่านี้ล้วนแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ ต่อให้พวกเขาจะยอมบรรลุเข้าสู่ระดับเทพพิภพ แต่สุดท้ายก็มิอาจสู้ได้อยู่ดี

นักรบไร้ศีรษะผู้มีร่างกายใหญ่โต ร่างทั้งร่างปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำอันหนาทึบ แสยะยิ้มออกมาพร้อมกับเอ่ยว่า “พวกเจ้าช่างไร้เดียงสาจริง ๆ ”

“พวกเจ้าคิดว่าระดับเทพพิภพถือเป็นระดับที่สูงที่สุดของโลกใบนี้แล้วงั้นหรือ ทว่าสำหรับพวกข้าแล้ว ระดับเทพพิภพก็เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นใหม่เท่านั้น ดังนั้นพวกเจ้ายอมศิโรราบแต่โดยดีจะดีกว่า มิแน่ข้าอาจมีเมตตาให้ศพของพวกเจ้ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก็ได้”

สิ้นเสียง ชายชราหลังค่อมร่างซูบผอม แต่มีดวงตาแดงก่ำก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างน่าขยะแขยง “ไร้หัว เจ้าจะมัวเสียเวลาคุยกับคนพวกนี้ทำไม สังหารแล้วหลอมกายเนื้อและจิตวิญญาณของพวกมันซะ พวกเราจะได้ไปที่อื่นต่อ ยุคสมัยหนึ่งยาวนานเกือบล้านปีเชียวนะ”

“ช่างเถอะ ลงมือได้แล้ว ! ”

ทว่าขณะที่บรรพบุรุษของห้าสำนักเซียนใหญ่หมายจะสู้เป็นครั้งสุดท้ายนั้น

ร่างสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างเงียบเชียบ

ใช่แล้ว !

ผู้ที่มาก็คือผู้เฒ่าชุดดำที่ได้รับคำสั่งจากเย่ฉางชิง และเดินทางผ่านแคว้นหยางเฟิงพอดี

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน