ตอนที่ 651 ป่าลึกลับ
อีกด้านหนึ่ง
เพราะการมีอยู่ของทะเลดำ
เวลานี้แม้ว่าฟ้าดินทั่วทั้งสวรรค์บูรพากำลังเกิดการผันผวนอย่างรุนแรง ทว่าบนเส้นทางโบราณกลับมิได้รับผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น
ส่วนอีกฟากของทะเลดำนั้น
เมื่อทุกคนรู้ว่าผู้อาวุโสเย่พาพรรคพวกไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณแล้ว และกำลังจะเข้าสู่แดนเซียนโบราณในตำนาน
ดังนั้นหลังจากที่ทราบข่าวนี้
มิว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนที่มายังเส้นทางโบราณได้มินาน หรือว่าคนเก่าแก่ของเมืองโลกวิญญาณก็ราวกับคนเสียสติ และพากันมุ่งหน้าไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณด้วยความรีบร้อน
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งข่าวที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า
ว่ากันว่าก่อนที่ผู้อาวุโสเย่จะไปยังแดนเซียนโบราณ
หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ เขาสามารถหลีกเลี่ยงการสะกดจากกฎของโลกทั้งสองได้
และในระหว่างนี้หากพวกเขาสามารถอาศัยโอกาสนี้ขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้ ก็มิต่างอันใดกับการได้รับโอกาสและวาสนาครั้งใหญ่
อีกอย่างต่อให้จะมิสามารถอาศัยโอกาสนี้ขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้อย่างราบรื่น
แต่หากสามารถได้พบผู้อาวุโสเย่สักครั้ง ก็นับว่าเป็นบุญตาแล้ว
เยี่ยงไรซะในยุคสมัยนี้ก็ยังมิมีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนคนใดสามารถขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณได้สำเร็จมาก่อน
ส่วนใหญ่แล้วหากร่างกายล้วนแตกดับ จิตวิญญาณสูญสลายเพราะทัณฑ์สวรรค์พิฆาต
ทางด้านพวกเย่ฉางชิงในเวลานี้
พวกเขากำลังยืนอยู่บนหลังของสัตว์เทพเวหา หลังจากเข้าไปในรอยแยกของความว่างเปล่า
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม
เมื่อพวกเขาปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง ก็มิเห็นเมืองโลกวิญญาณอีก
แต่สิ่งที่เห็นในตอนนี้กลับเป็นทิวเขาที่ทอดยาวออกไปอย่างมิมีที่สิ้นสุด ภูเขาสีดำที่แผ่กลิ่นอายประหลาดออกมา
ต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว อบอวลไปด้วยไอหมอกสีดำทะมึน
และมีเกราะที่ขาดวิ่นห้อยอยู่บนต้นไม้เหล่านั้น พร้อมทั้งชิ้นส่วนของอาวุธเทพเสียบอยู่อีกด้วย
กระดูกของปีศาจขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ ตกอยู่เกลื่อนกลาด แสงสีเขียวประหลาดส่องออกมาระยิบระยับ ไอปีศาจอันรุนแรงปกคลุมไปทั่วบริเวณ ราวกับยังตายมิสนิท
ส่วนด้านล่างของพวกเขามีถนนสีขาวสายหนึ่งทอดยาว และหายเข้าไปยังกลุ่มหมอกสีเทาที่หนาทึบ
มิใช่สิ !
เอ่ยให้ถูกก็คือ เป็นถนนสายหนึ่งที่สร้างจากเศษกระดูกมากมายนับมิถ้วน
ด้านบนเหนือศีรษะของพวกเขา
มีกลุ่มเมฆที่คล้อยต่ำ เหมือนพายุฝนกำลังจะกระหน่ำลงมาก็มิปาน
เปรี้ยง !
เปรี้ยง !
มิว่าจะเป็นพื้นที่ใกล้ ๆ หรือว่าสุดสายตา
ก็จะมีสายฟ้าสีเลือดที่ห่อหุ้มด้วยไอพลังทำลายล้างแลบแปลบปลาบเป็นระยะ
กลางอากาศแตกออกเป็นรอยแยกยาวหลายร้อยจั้งขึ้นมาทันใด
เมื่อสายฟ้าสีแดงฟาดลงมา ทำให้ผืนดินแยกออกภายในพริบตา ก่อนจะมีแสงสีดำมืดพุ่งออกมา……
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก !
เวลานี้เมื่อพวกเย่ฉางชิงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ จึงรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากถึงขั้นรู้สึกหายใจแทบมิออกเลยทีเดียว
“นายท่านขอรับ หากไปต่อไอพลังมหามรรคาต่าง ๆ ก็จะยิ่งโกลาหล อีกทั้งบนอากาศได้มีกลสังหารอันน่ากลัวซุกซ่อนเอาไว้ ดังนั้นผู้น้อยจำต้องหยุดลงตรงนี้แล้วขอรับ”
เจี่ยงหนูที่อยู่ในร่างเดิมก็ค่อย ๆ บินต่ำลง ขณะเดียวกันก็เอ่ยขึ้นอย่างละอายแก่ใจ
“มิเป็นไร”
เย่ฉางชิงทอดสายตามองไกลออกไป ก่อนจะเอ่ยอย่างมิใส่ใจว่า “หากข้าเดามิผิดแล้วล่ะก็มิ พวกเราคงใกล้จะถึงปลายทางของเส้นทางโบราณแล้วกระมัง ? ”
เมื่อพวกเย่ฉางชิงกระโดดลงมาจากหลังของเจี่ยงหนูแล้ว
ร่างของเจี่ยงหนูก็เปล่งแสงสีม่วงระยิบระยับออกมา จากนั้นก็แปลงกายเป็นมนุษย์อีกครั้ง
“เรียนนายท่าน ถูกต้องแล้วขอรับ”
เจี่ยงหนูเดินมาหยุดลงตรงหน้าของเย่ฉางชิง พลางเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “จากตรงนี้ไปคาดว่าอีก 6,000 ลี้ก็คงจะถึงปลายทางของเส้นทางโบราณแล้วขอรับ”
“แต่เส้นทางต่อจากนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องพบกับอันตรายมากมาย”
บุรุษชุดดำที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยเรียบ ๆ ว่า “เจ้าเพียงแค่นำทางไปก็พอ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง”
เย่ฉางชิงลอบชำเลืองมองบุรุษชุดดำ พร้อมกับพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “นำทางเถอะ”
ทว่าเมื่อเจี่ยงหนูก้าวเดินไปได้เพียงมิกี่ก้าว
เปรี้ยง !
ผืนดินที่ห่างออกไปช่วงหนึ่งก็เกิดรอยแยกขึ้นสายหนึ่ง ทอดยาวออกไปนับร้อยจั้งภายในพริบตา ควันสีดำอันหนาทึบก็พวยพุ่งออกมา
เมื่อเห็นเจี่ยงหนูเดินทางต่อ
กลุ่มคนที่ยืนอยู่ทั้งด้านข้างและด้านหลังของเย่ฉางชิงก็ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อครู่ตอนที่กรงเล็บกระดูกนั้นปรากฏขึ้น พวกเขาต่างก็สัมผัสได้ถึงไอพลังและความกดดันอันน่ากลัว
นี่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าบนเส้นทางโบราณแห่งนี้ เต็มไปด้วยกลสังหารมากมายจริง ๆ
ดังนั้นทุกคนจึงจำต้องตั้งสมาธิ เดินไปพร้อมกับเย่ฉางชิงอย่างระมัดระวัง
ทว่าสำหรับเย่ฉางชิงแล้ว
เขากลับมองว่าทุกสรรพสิ่งมิว่าอ่อนแอหรือแข็งแกร่งไอพลังก็มิได้ต่างกันเท่าไรนัก
ส่วนกรงเล็บกระดูกขาวเมื่อครู่นี้ก็เหมือนละครตลกฉากหนึ่งเท่านั้น
นอกจากเขาจะมิตกใจแล้ว กลับยังรู้สึกสนุกขึ้นมาอีกด้วย
“ซู่ซู่ ตกใจงั้นหรือ ? ”
เมื่อเย่ฉางชิงบังเอิญเหลือบไปเห็นสีหน้าซีดเผือด ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของหนิงซู่ซู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดมิได้ที่จะถามออกมาพร้อมส่งยิ้มให้
หนิงซู่ซู่ที่กำลังเคร่งเครียดอยู่นั้นก็ได้สติขึ้นมา พลางพยักหน้ารับอย่างละอายใจ
เย่ฉางชิงหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางของหนิงซู่ซู่เอาไว้
จากนั้นพวกเย่ฉางชิงเดินเท้าไปเรื่อย ๆ บางครั้งก็เลือกที่จะเหาะขึ้นจากพื้นเพียงมิกี่เชี๊ยะมิช้ามิเร็ว
แน่นอนว่าระหว่างทางก็ได้พบเจออันตรายมากมาย
เพียงแต่ในเวลาสำคัญ บุรุษชุดดำก็จะเป็นผู้ลงมือจัดการให้ทั้งหมด
ในที่สุดเมื่อเข้าใกล้กลุ่มหมอกสีเทาที่หนาทึบ
เจี่ยงหนูกลับหยุดฝีเท้าลงอย่ามิทราบสาเหตุ ก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังเล็กน้อย จากนั้นจึงเริ่มเดินต่ออีกครั้ง
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ถนนที่เต็มไปด้วยกระดูกใต้ฝ่าเท้าในที่สุดก็หายไป และกลายเป็นพื้นหญ้าที่เขียวขจี มีต้นไม้เขียวชอุ่ม เป็นป่าทึบที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแทน
และเมื่อทุกคนหันกลับไปมองทางด้านหลังอีกครั้ง
ก็พบว่ายังคงเป็นถนนที่เต็มไปด้วยกองกระดูกและน่าสะพรึงกลัวเช่นเดิม
ทว่าทันใดนั้น บรรยากาศก็เริ่มกดดันขึ้นมาทันที
เจี่ยงหนูจึงได้กระแอมเบา ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เอ่ยว่า “ผู้อาวุโส พวกเราต้องการไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณ ได้โปรดอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยขอรับ”
สิ้นเสียง ในส่วนลึกของป่าที่ดูลึกลับผืนนี้ ต้นไม้เก่าแก่ที่มีลำต้นแข็งแรง ทรงพุ่มเขียวชอุ่ม และมีเถาวัลย์พันอยู่ต้นหนึ่ง ก็พลันลืมตาข้างหนึ่งและเปล่งแสงสีเขียวออกมา……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน