ตอนที่ 659 เจ้า……มิคู่ควร
เมื่อเห็นภาพอันน่าตื่นตระหนกเช่นนี้
ทันใดนั้น มิเพียงแค่เจี่ยงหนูที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป และท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็อดมิได้ที่จะชะงักไป ก่อนจะเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
กระบี่สีทองนับมิถ้วนร่วงลงมาราวกับฟ้ารั่ว
โดยกระบี่สีทองทุกเล่มนั้นล้วนแผ่ไอพลังทำลายล้างออกมา
เกรงว่าแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบี่สีทองเช่นนี้ ก็คงถูกสังหารภายในพริบตา
อีกทั้งกระบี่สีทองทุกเล่มยังแฝงพลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งเอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือกระบี่สีทองมากมายเช่นนี้ยังร่วงลงมาจากฟ้าอย่างมิขาดสายอีกด้วย
แค่คิดก็รู้แล้วภาพเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด !
“หรือว่า……ห่าฝนกระบี่สีทองนี้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่าทัณฑ์สวรรค์พิฆาตเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงได้สติขึ้นมาก่อน จึงอดมิได้ที่จะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ
เสียงของบุรุษชุดดำก็ดังขึ้นมาจากทางด้านบนอีกครั้ง
“นายท่าน นี่คือทัณฑ์สวรรค์พิฆาตจริง ๆ ขอรับ”
บุรุษชุดดำเอ่ยเสริมอีกว่า “เพียงแต่ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตนี้ดูแปลกไป”
“ตามหลักแล้วทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลูกแรกมิควรจะน่ากลัวเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลูกหลังน่าจะรุนแรงกว่าลูกแรก และพลังทำลายล้างที่แฝงเอาไว้ก็จะยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก”
ต้องบอกว่าเมื่อเจอทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลูกแรก
แม้ว่าจะแปลงกายเป็นร่างเดิม อีกทั้งยังได้รับการซ่อมแซมจากนายท่านก่อนหน้านี้แล้ว
บุรุษชุดดำก็ยังอดมิได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ถูกต้อง !
ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ การจะต้านห่าฝนกระบี่สีทองที่เกิดจากทัณฑ์สวรรค์พิฆาตตรงหน้ามิใช่เรื่องยากอันใด
แต่ว่านี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
โดยเฉพาะทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลูกสุดท้าย ซึ่งสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนแล้วย่อมรู้ดีว่าคือการเสี่ยงตาย
เพราะทัณฑ์สวรรค์พิฆาตลูกสุดท้ายจะเกิดจากกฎของสองโลก ที่แฝงผลกรรมอันน่ากลัว เอาไว้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนเซียนโบราณก็มิอยากจะแปดเปื้อน
ทว่าขณะที่บุรุษชุดดำกำลังลังเลอยู่นั้น
เจี่ยงหนูที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่ฉางชิงก็เหมือนสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังจากทางด้านหลัง จึงรีบหันกลับไปมองทันที
ก่อนจะพบว่าสะพานสายรุ้งที่พวกเขาเดินข้ามมา
เวลานี้ได้หายไปแล้วตามการผันผวนของพลังบางอย่าง
นี่ก็หมายความว่าต่อจากนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์พิฆาตอย่างเลี่ยงมิได้อีก
“นายท่าน……”
ขณะที่เจี่ยงหนูส่งเสียงขึ้นมา พร้อมใบหน้าที่ตื่นตระหนก
ดวงตาเรียวยาวของเย่ฉางชิงก็พลันเปล่งประกายออกมา เหมือนพบกับเรื่องสนุกเข้าแล้ว
‘ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกหงุดหงิดที่มิรู้ว่าจะไปทดสอบกระบี่ที่ใด’
‘บัดนี้โอกาสอยู่ตรงหน้าข้าแล้วมิใช่หรือ ? ’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมา จากนั้นทั่วทั้งร่างพลันแผ่จิตกระบี่อันไร้ที่เปรียบออกมาในทันที ราวกับหมอกที่ปกคลุมเกาะแห่งนี้เอาไว้ในพริบตา
“ฟัน ! ”
เย่ฉางชิงเอ่ยออกมาคำหนึ่ง จากนั้นก็สะบัดแขนเบา ๆ
กระบี่แสงที่เจิดจ้าจนแสบตาสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
เพียงพริบตา ภาพที่แปลกประหลาดยิ่งก็บังเกิด
เมื่อกระบี่แสงอันตระการตาสายนี้ ดุจดั่งแสงสายรุ้งที่มิมีสิ่งใดเปรียบเทียบได้ ก็ฟาดฟันออกไปในทันที
แต่ยังมิทันที่ห่าฝนกระบี่สีทองจะปะทะกับกระบี่แสงสายนี้ กระบี่สีทองนับมิถ้วนกลับระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
ก่อนจะมลายหายไปในอากาศ
และความว่างเปล่าโดยรอบของที่นี่ยังได้รับการเสริมพลังจากกฎของสองโลก ดังนั้นการจะทำให้ความว่างเปล่าของที่นี่แยกออกนั้น สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับเทพพิภพแล้ว แทบจะเป็นไปมิได้เลย
ทว่ากระบี่แสงยาวนับพันจั้งสายนี้ กลับฟาดฟันความว่างเปล่าจนเกิดเป็นรอยแยกยาวนับหมื่นจั้งได้อย่างง่ายดาย
และแม้จะมีพลังแห่งกฎจากทั้งสองโลกคอยสนับสนุน แต่รอยแยกสายนี้กลับซ่อมแซมได้ช้ามาก
มิเพียงเท่านั้น เมื่อพวกเขาทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ
ทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ฟาดลงมาจากส่วนลึกของท้องฟ้า ก็จะมีการเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อย ๆ อีกทั้งไอพลังทำลายล้างและพลานุภาพก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นตามไปด้วย
จนสุดท้าย ถึงขนาดมีภูเขาเซียนที่เจิดจ้าราวกับเปลวไฟ สามารถทำลายล้างทุกสิ่งบนโลกนี้ได้
และมีตำหนักสัมฤทธิ์โบราณที่แผ่กลิ่นอายโบราณออกมา……
ทว่าเมื่ออยู่ตรงหน้าของนายท่าน ต่างก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเพียงแค่กระบี่เดียว
มิทันรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม
ในระหว่างนั้นด้วยพลังของเย่ฉางชิงเพียงคนเดียวก็สามารถทำลายทัณฑ์สวรรค์พิฆาตที่ฟาดฟันลงมาได้หลายสิบยก
ในที่สุดเมื่อทะยานขึ้นไปถึงส่วนลึกของท้องฟ้า
เหนือศีรษะของพวกเขาพลังโกลาหลอันรุนแรงก็พลุ่งพล่านขึ้น หมอกส่องแสงเปล่งประกายระยิบระยับ ไอพลังจำนวนมหาศาลกลุ่มหนึ่งแผ่ออกมา
มินานประตูสัมฤทธิ์เก่าแก่ที่สูงตระหง่านสองบาน ก็ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของพลังโกลาหลกลุ่มนั้น
จากนั้นเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ราวกับเสียงฟ้าผ่าดังขึ้นก็มิปาน อดมิได้ที่จิตวิญญาณจะสั่นสะเทือนขึ้นมา
“พวกเจ้าสามารถขึ้นมาถึงที่นี่ได้ นับว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าไปยังแดนเซียนจื่อฉงได้”
“แต่ก่อนหน้านี้พวกเจ้าได้ทำลายต้นกำเนิดทัณฑ์สวรรค์ของข้าไปหลายสิบสาย ดังนั้นหากพวกเจ้าต้องการที่จะเข้าไปในแดนเซียนจื่อฉง ก็เปิดประตูเอาเองก็แล้วกัน”
สิ้นเสียง เย่ฉางชิงกลับเม้มริมฝีปากแน่นอย่างอดมิได้
‘ทำลายต้นกำเนิดทัณฑ์สวรรค์ ? ’
‘นี่มันเหตุผลบ้าบออันใดกัน ! ’
‘หรือหากผู้ใดอยากจะเข้าไปในแดนเซียนโบราณ ก็ทำได้แค่ยอมถูกสายฟ้าฟาดเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘นี่มันกลั่นแกล้งกันชัด ๆ ! ’
“พี่ชายท่านนี้ พวกเรามิสามารถเจรจากันได้เลยเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็เอ่ยถามขึ้น
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูแคลนเสียงหนึ่งก็ตอบกลับมาว่า “เจ้า……มิคู่ควร !”
เย่ฉางชิง (ーー゛)

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน