เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 665

ตอนที่ 665 เจ้าไปซะเถอะ

เพียงชั่วประกายไฟแลบ

วินาทีที่กรงเล็บของมังกรดำที่มีขนาดใหญ่ราวกับภูเขาลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่เย่ฉางชิงนั้น

เย่ฉางชิงก็หลับตาลง และใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดถอดเคล็ดกระบี่อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ก็ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไปด้านหน้า

ทันใดนั้น จิตกระบี่จำนวนมหาศาลที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างก็พุ่งออกไป และปกคลุมไปทั่วบริเวณภายในพริบตา

แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิมก็คือระหว่างที่เย่ฉางชิงใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดถอดเคล็ดกระบี่อยู่นั้น

แดนต้องห้ามแห่งนี้ก็เริ่มถูกดูดกลืน จนกลายเป็นดินแดนวิถีกระบี่แห่งหนึ่ง

มิใช่สิ !

เอ่ยให้ถูกก็คือเป็นโลกของกระบี่

ต้นไม้เก่าแก่ที่เหี่ยวเฉาแผ่ไอกระบี่ที่รุนแรงออกมา

กองภูเขากระดูกมากมายซุกซ่อนไอกระบี่อันน่ากลัวและพร้อมที่จะปล่อยออกมา

หินภูเขาที่มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันไปแผ่ไอสังหารอันน่ากลัว……

สรุปแล้วก็คือทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณนั้น ล้วนแต่แผ่ไอกระบี่และไอสังหารออกมาทั้งสิ้น

และเมื่อมังกรดำสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่งรอบกาย

ตอนแรกมันยังมิใส่ใจใด ๆ และมองว่าวิถีที่มนุษย์เหล่านี้บำเพ็ญเพียรล้วนแต่อ่อนด้อย

อย่าว่าแต่มดปลวกที่เพิ่งจะขึ้นมาจากโลกเบื้องล่างผู้หนึ่งเลย ขอเพียงเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีตบะบารมีต่ำกว่าระดับอมตะ

มันก็สามารถเอาชนะได้ง่ายอย่างง่ายดายแล้ว โดยมิต้องกังวลใด ๆ แม้แต่น้อย

ทว่ามินานมันก็เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่มิถูกต้อง

วิถีของมนุษย์ตรงหน้าผู้นี้ เหมือนจะแตกต่างจากวิถีของผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น ๆ

มิใช่สิ !

เอ่ยให้ถูกก็คือวิถีของมนุษย์ผู้นี้คือเรื่องจริง

พูดเช่นนี้ก็ดูเหมือนจะมิถูกต้องนัก !

วิถีของมนุษย์ผู้นี้เหมือนหลอมรวมโลกในความเป็นจริงเข้าไปด้วย

กล่าวอีกนัยก็คือ คนผู้นี้ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกหลอมรวมเข้าไปอยู่ในวิถีกระบี่ของเขา และมิถูกจำกัดด้วยกฎของแดนเซียนจื่อฉงอีกด้วย

คิดถึงตรงนี้ มังกรดำก็มิคิดจะสู้อีก

‘บัดซบจริง ๆ ! ’

‘เจ้าคนผู้นี้ช่างประหลาดยิ่งนัก ! ’

ทว่าวินาทีที่มังกรดำกำลังนิ่งงันอยู่นั้น

ที่ปลายนิ้วของเย่ฉางชิงเวลานี้มิใช่ไอกระบี่อีกต่อไป แต่ไอกระบี่ได้กลายเป็นมังกรตัวหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว

ทันใดนั้น มังกรไอกระบี่ก็ทลายความว่างเปล่าโดยรอบ พร้อมพุ่งเข้าใส่มังกรดำที่มีขนาดใหญ่ตัวนั้น

ปรากฏการณ์นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก !

ในตอนนั้นเองเมื่อมังกรดำสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกายเนื้อและจิตวิญญาณของตนเอง

ขณะที่เผชิญหน้ากับมังกรไอกระบี่ตัวนี้ ราวกับได้รับความกดดันอันน่ากลัวจากกฎของโลก

เหมือนกับภูเขาเทพลูกหนึ่งกดทับลงมาบนกายของมัน หากมิระวังคงถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผงได้ภายในพริบตา

มังกรดำจึงมิรีรออีก มันรีบเพ่งสมาธิ เกล็ดสีทองตรงหน้าชิ้นนั้นพลันเปลี่ยนเป็นลุกโชนขึ้นมาทันที

“นายท่านช่วยข้าด้วย ! ”

“นายท่านช่วยข้าด้วย ! ”

“นายท่านช่วยข้าด้วย ! ”

“เรื่องสำคัญต้องเอ่ยสามครั้ง ! ”

มังกรดำคำรามขึ้นฟ้า ราวกับเสียงฟ้าผ่าก็มิปาน

ทว่าระหว่างที่มังกรดำกำลังตกอยู่ในอันตรายอยู่นั้น

ร่างอรชรร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาราวกับภูตผีก็มิปาน

ตู้ม !

ตู้ม !

ตู้ม !

……

……

ทันใดนั้น มังกรไอกระบี่ที่หลอมรวมจากไอกระบี่นับมิถ้วนก็โจมตีเข้าใส่ร่างอรชรอย่างต่อเนื่อง

เมื่อไอกระบี่หลายสายระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง

เสียงระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตก

รุนแรงขนาดที่ว่าแม้แต่คลื่นพลังที่เกิดจากการระเบิด ยังสามารถทำให้ความว่างเปล่าภายในรัศมีร้อยลี้แตกสลายลงอย่างง่ายดายอีกด้วย

เห็นได้ชัดว่าไอกระบี่แต่ละสายนั้นน่ากลัวเพียงใด !

สิ่งนี้จึงสามารถอธิบายได้เป็นอย่างดีว่า ผู้ที่มาใหม่นั้นเป็นบุคคลที่อันตรายมากเพียงใด !

และในตอนแรกนั้นร่างอรชรยังคงมีท่าทางสงบนิ่งมิสะทกสะท้านใด ๆ

ทว่าเมื่อผ่านไปเพียงมิกี่อึดใจ

ร่างอรชรร่างนี้ก็เหมือนฝืนทนต่อไปมิไหวอีก

นางจึงส่งเสียงเย้ยหยันขึ้นเบา ๆ รอบกายก็เปล่งแสงสีม่วงที่มีประกายเจิดจ้าออกมา สัญลักษณ์มหามรรคาอันเก่าแก่โปรยปรายลงมาราวกับฝนดาวตก

ก่อนที่จะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

จริงสิ !

เนื่องจากเวลาที่นางเข้าฌานครั้งนี้ค่อนข้างยาวนาน

ดังนั้นก่อนที่จะเข้าฌาน

นางจึงได้ทำนายว่าอนาคตอันใกล้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอันใดกับแดนเซียนจื่อฉงบ้าง

และผลของการทำนายกลับมีเพียงหนึ่งเดียว

นั่นก็คือก่อนที่นางจะประสบความสำเร็จ จะมีบุคคลที่ไร้เทียมทานได้ผนึกมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนหนึ่งเอาไว้ ภายในโลกใบเล็กๆ เบื้องล่าง

แต่เนื่องจากมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้ถูกผนึกมานานเกินไป ดังนั้นจึงทำให้ผนึกเกิดการคลายตัว

หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้จะออกมาสู่โลกภายนอกระหว่างที่นางเข้าฌานอยู่

ดังนั้นนางจึงได้ไปยังประตูโลกาที่เชื่อมกับสวรรค์บูรพาด้วยตนเอง และวางค่ายกลสังหารพิฆาตโลกเอาไว้

อีกทั้งยังกำชับผู้พิทักษ์ประตูโลกา ให้เขาคอยเฝ้าประตูโลกาเอาไว้ให้ดี

ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าผู้นี้จะต้องเป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณแปลงกายมาเป็นแน่

อีกทั้งค่ายกลสังหารพิฆาตโลกที่นางเป็นคนวางเองกับมือ ยังมิสามารถที่จะขัดขวางคนผู้นี้มิให้เข้ามาในแดนเซียนจื่อฉงได้

สมกับที่เป็นเผ่าที่ร้ายกาจและทำให้เหล่าผู้สูงส่งรู้สึกหงุดหงิดได้ !

คิดมิถึงว่าเพียงแค่ดูดกลืนต้นกำเนิดโลกของโลกใบเล็ก ๆ ใบหนึ่ง จะแข็งแกร่งขึ้นถึงเพียงนี้ได้

พลังของร่างแยกร่างหนึ่ง ยังมิสามารถต้านทานเคล็ดกระบี่หนึ่งกระบวนท่าของเขาได้

และตั้งแต่ที่ได้พบหน้าคนผู้นี้นางยังมิสามารถสัมผัสถึงไอพลังใด ๆ ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

ทว่าบัดนี้ร่างจริงของนางกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญและใกล้จะบรรลุเต็มที

หากละทิ้งไปตอนนี้ เกรงว่าชีวิตนี้คงยากที่จะบรรลุได้อีก

‘ช่างเถอะ ! ’

‘เรื่องมาถึงขั้นนี้ คงต้องให้มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้ไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน’

‘เมื่อร่างจริงของนางสามารถบรรลุได้สำเร็จแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยลงมือจัดการเขาก็ยังมิสาย’

‘อีกอย่างแดนเซียนจื่อฉง เยี่ยงไรซะก็เป็นหนึ่งในสิบสองแดนเซียนโบราณ’

‘หลักการมหามรรคาต่าง ๆ แทบจะสมบูรณ์แบบ การจะกลืนกินต้นกำเนิดโลกของแดนเซียนจื่อฉง ไหนเลยจะง่ายดายเช่นนั้น ? ’

‘อีกทั้งสิบสองแดนเซียนโบราณ เทพบรรพกาลในตำนานยังเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองกับมือด้วย’

‘ตามที่บันทึกเอาไว้ในตำราที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล สิบสองแดนเซียนโบราณล้วนมีเจตจํานงของเทพบรรพกาลแฝงอยู่’

‘หากมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้ทำให้เจตจํานงของเทพบรรพกาลเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา เกรงว่าคงได้กลายเป็นเถ้าธุลีภายในพริบตาเป็นแน่’

คิดได้ดังนั้น สตรีลึกลับก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าไปซะเถอะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน