เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 672

ตอนที่ 672 ท่านต้องการจะซื้อภาพวาดจริง ๆ ใช่หรือไม่ ?

เมื่อเห็นสวี๋ฝู๋ถึงขนาดใช้ท่าร่างหนีไปท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้

เสวียหมิงไห่กลับหัวเราะออกมา พร้อมกับลอบพร่ำบ่นในใจว่า ‘สวี๋ฝู๋ หากมิใช่เพราะภายในกายเจ้ามีกระดูกกระบี่ที่หาได้ยากแล้วล่ะก็ อาศัยแค่ท่าทีที่เจ้ามีต่อข้าก่อนหน้านี้ ก็พอที่จะทำให้เจ้าสิ้นลมได้แล้ว’

‘ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้ามิยอมมาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของข้า เช่นนั้นคงทำได้เพียงรอให้กระดูกกระบี่ภายในกายเจ้าตื่นขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นข้าจะฆ่าเจ้าเพื่อชิงกระดูกมาซะ’

‘และหากวันนั้นมาถึงก็อย่าได้โทษว่าข้ามิเคยให้โอกาสเจ้าก็แล้วกัน’

หลังจากยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก

และขณะที่เสวียหมิงไห่หมุนกายเตรียมที่จะจากไปนั้น

ชายชราที่สวมเสื้อผ้ามอมแมม และเต็มไปด้วยกลิ่นสุราก็เดินโซเซเข้ามา

จากนั้นก็ตรงเข้ามาและล้มใส่ตัวเสวียหมิงไห่

ทว่าเสวียหมิงไห่กลับยกยิ้มชั่วร้ายออกมา จากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งยกชายชราขึ้น พร้อมกับผสานพลังวิญญาณกลุ่มหนึ่ง เข้าไปภายในกายของชายชราผู้นั้น

มินาน เมื่อเสวียหมิงไห่ก้าวเดินไป

ร่างของชายชราก็สะดุ้งขึ้นมา พร้อมกับล้มลงไปกองกับพื้นในทันที

หลังจากผ่านไปมิกี่อึดใจ

ก็มีเลือดสีดำไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด และมีไอมรณะจาง ๆ ลอยอบอวลขึ้นมา……

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อสวี๋ฝู๋ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง

และเห็นว่าเสวียหมิงไห่มิได้ตามมา

นางก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นใบหน้าพริ้มพราวก็ยกยิ้มออกมาทันที

“ในที่สุดก็สลัดเจ้าคนยโสโอหังผู้นั้นหลุดได้สักที” สวี๋ฝู๋เอ่ยขึ้น

วินาทีต่อมา

สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป เมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังที่คุ้นเคย

มิใช่ !

เอ่ยให้ถูกก็คือ เป็นไอพลังวิถีกระบี่ชนิดเดียวกับที่ปกคลุมเมืองเหอซีเอาไว้เมื่อคืนนี้

อีกทั้งไอพลังวิถีกระบี่เหล่านี้ยังลอยมาจากถนนสมบัติโบราณที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

‘หรือว่านี้ผู้อาวุโสวิถีกระบี่ท่านนั้นจะอยู่ที่ถนนสมบัติโบราณ’

ภายในใจก็ยิ่งสบสนวุ่นวายไปหมด

นางลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะรีบเดินไปยังถนนสมบัติโบราณทันที

เหมือนกับที่แขกของจวนเจ้าเมืองผู้นั้นกล่าวเอาไว้มิมีผิดจริง ๆ

ถนนสมบัติโบราณในวันนี้ต่างออกไป เพราะมิได้ขายของวิเศษหายากเช่นทุกวัน

แต่ทุกร้านกลับขายเพียงภาพวาดเท่านั้น

และหากเทียบกับก่อนหน้านี้ ถนนสมบัติโบราณในวันนี้กลับดูคึกคักมากเป็นพิเศษอีกด้วย

บนถนนต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้คน

สองฝั่งของถนนเต็มไปด้วยแผงร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่วางเบียดเสียดกันอยู่ เสียงร้องเรียกดังโวกเวกไปทั่ว

ทว่าสิ่งที่ทำให้สวี๋ฝู๋รู้สึกผิดหวังก็คือ ภาพวาดบนแผงต่าง ๆ มิเพียงแต่มีราคาสูง ทว่าทุกภาพวาดกลับยังมิเกิดการสะท้อนกับนางเลย

ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บนภาพวาดบางภาพหมึกยังมิแห้งดีเลยด้วยซ้ำ

บางคนก็อาศัยความทรงจำของตนเอง วาดภาพต่อหน้าผู้คนเลยก็มี

สวี๋ฝู๋เดินไปเรื่อย ๆ มาจนมาถึงด้านหลังถนนสมบัติโบราณ

ทว่าระหว่างที่นางตัดสินใจจะกลับไปมือเปล่านั้น

ก็พบว่ามุมที่มิสะดุดตามุมหนึ่งของถนนฝั่งตรงข้าม มีบุรุษชุดเขียวผู้หนึ่งได้ดึงดูดสายตาของนางเอาไว้

คนผู้นี้มีผิวขาวละเอียด ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่เปรียบ เกรงว่าหากสตรีทั่ว ๆ ไปอยู่ต่อหน้าเขาแล้วล่ะก็ คงถูกความหล่อเหลาของเขาบดบังเป็นแน่

โดยเฉพาะลักษณะท่าทางที่แผ่ออกมาจากภายในนั้น

ทั้งสงบนิ่งและสง่างามยิ่ง

สวี๋ฝู๋ยอมรับกับตนเองว่ามิเคยพบบุรุษที่โดดเด่นเช่นนี้มาก่อน

เกรงว่าเพียงแค่ชำเลืองมอง บุรุษผู้นี้ก็ถูกจารึกไว้ในความทรงจำเสียแล้ว

เห็นได้ชัดว่าบุรุษผู้นี้ก็กำลังขายภาพวาดอยู่เช่นกัน

เมื่อจู่ ๆ ก็มีจิตแท้จำนวนมหาศาลแผ่ออกมา จนปกคลุมทุกสิ่งในโลกลึกลับแห่งนี้เอาไว้ภายในพริบตา

จากนั้นยอดเขาที่สูงตระหง่านมากมายก็กลายเป็นไอกระบี่อันแข็งแกร่ง จนไร้ที่เปรียบหลายสายได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว !

พร้อมกับแผ่พลังที่สะกดทุกสิ่งอย่างออกมา จนจิตใจรู้สึกตื่นตระหนกภายในเสี้ยววินาที

ขณะเดียวกัน น้ำตก ลำธาร แม่น้ำ ก็มิได้เป็นเหมือนเช่นก่อนหน้านี้อีก แต่กลับแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ยาวสีเงินหลายเล่มพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ดูตระการตายิ่ง ก่อนจะแผ่ออกไปอย่างมิรู้จบ

จากนั้นก็ตกลงไปในสระน้ำราวกับกระบี่ถูกเก็บเข้าฝัก ทำให้พลังกระบี่ ไอกระบี่ และจิตกระบี่มลายหายไปในทันที

ลำธารที่ไหลริน กลายเป็นกระบี่สั้นหลายเล่ม

ดูเหมือนนุ่มนวล ทว่ากลับซุกซ่อนไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้

ส่วนแม่น้ำที่เชี่ยวกรากก็เหมือนกำลังแสดงสุดยอดเคล็ดกระบี่อยู่

พลังกระบี่ผกผันอย่างรวดเร็ว

กระบวนท่ากระบี่เปลี่ยนแปลงไปมา

ดูเหมือนโหมกระหน่ำ ทว่ากลับแฝงเจตนาแท้จริงของกระบี่ขั้นสูงสุดเอาไว้……

ส่วนสวี๋ฝู๋ในเวลานี้ ราวกับมัจฉากลับสู่ทะเล จิตใจเบิกบาน ขณะแหวกว่ายอยู่ภายในโลกวิถีกระบี่ใบนี้ แต่หลังจากที่นางมองไปที่แม่น้ำที่อยู่ทางด้านหลัง สติของนางก็เหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปโดยมิรู้ตัว……

และในตอนนั้นเอง เย่ฉางชิงกลับรู้สึกเอือมระอาเป็นอย่างมาก

สตรีที่เลอโฉมนางนี้หลังจากที่ได้ดูภาพวาดของเขาแล้ว ก็มีท่าทางราวกับถูกผีเข้าก็มิปาน

ร่างกายแข็งค้าง

สายตาจ้องเขม็งไปบนภาพวาด

และมิแม้แต่จะกะพริบตาด้วยซ้ำ

‘นี่มันเรื่องอันใดกัน ? ’

‘ต้องเคลิบเคลิ้มหลงใหลถึงเพียงนี้เชียวหรือ ? ’

‘อีกอย่างภาพวาดนี้ของข้ามิใช่ถูก ๆ นะ’

‘หากน้อยกว่าหนึ่งล้านหินวิญญาณล่ะก็ อย่าได้หวังเลย’

หลังจากชั่งใจอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหนู ท่านต้องการจะซื้อภาพวาดจริง ๆ ใช่หรือไม่ ? ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน