ตอนที่ 720 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยนองเลือด
“พวกเราน้อมรับคำสั่งผู้อาวุโส ! ”
พวกซ่งเซียนเฟิงตอบรับด้วยความเลื่อมใส จากนั้นก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเตรียมที่จะลุกขึ้นยืน
ทว่าสุดท้ายเมื่อทุกคนเงยหน้าและบังเอิญเห็นเย่ฉางชิงที่อยู่ไกลออกไปกว่าร้อยลี้ในเวลานี้
เพียงเสี้ยววินาที พวกเขาต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ดวงตาเบิกโพลง ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘ผู้……ผู้อาวุโสท่านนี้แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ บนกายถึงมีนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เกิดขึ้นได้ ! ’
‘ที่ปรากฏทางด้านหลังของเขาใช่โลกหกใบหรือไม่ ? ’
‘อีกทั้งไอพลังที่โลกทั้งหกใบแผ่ออกมา เหมือนจะเป็นไอพลังของต้นกำเนิดมรรคาต่าง ๆ อีกด้วย’
‘บริสุทธิ์ ! ’
‘มหาศาล ! ’
‘มิมีที่สิ้นสุด ! ’
‘หากสามารถเข้าไปอยู่ในโลกใบใดใบหนึ่งในหกใบนี้ได้ คงมิต่างอันใดจากการเข้าไปอยู่ในแดนวาสนาเป็นแน่’
อธิบายเช่นนี้ก็แล้วกัน ในแดนวาสนาเช่นนี้เกรงว่าแม้แต่ก้อนหินธรรมก็สามารถเกิดสติปัญญาเองได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ
นานวันเข้าก็มีโอกาสสูงที่จะพัฒนากลายเป็นบรรพบุรุษปีศาจในตำนาน
แค่จินตนาการดูรู้แล้วว่าสิ่งนี้หมายความเช่นไร
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโลกเช่นนี้ถึงหกใบอีกด้วย
และเพราะเหตุนี้จึงยิ่งทำให้เย่ฉางชิงดูโดดเด่นจนคนมิกล้าที่จะจินตนาการ
ทว่าทั้งหมดนี้แม้จะเป็นนิมิตที่เย่ฉางชิงสร้างขึ้น แต่นิมิตทุกอย่างนั้นล้วนมีหลักการของมัน มิเช่นนั้นอยู่ดี ๆ จะปรากฏขึ้นได้เยี่ยงไร ?
ทว่ามิเพียงเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ผู้อมตะและผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียนเหล่านี้รู้สึกตื่นตระหนกมากที่สุดก็คือ ดอกบัวที่ปกคลุมด้วยไอพลังโกลาหลมีแสงสีเขียวจาง ๆ พ่นออกมา ที่ปรากฏอยู่ทางด้านหลังของเย่ฉางชิงดอกนั้น
มิเพียงดูพิสดารไร้ที่เปรียบ อีกทั้งไอพลังที่แผ่ออกมายังทำให้คนรู้สึกน่าเหลือเชื่ออีกด้วย
พลังหลักเต๋าที่บริสุทธิ์ต่าง ๆ ราวกับพลังต้นกำเนิดหลักเต๋าดั้งเดิมก็มิปาน
คิดถึงตรงนี้ ทุกคนต่างก็เกิดความคิดที่บ้าบิ่นอย่างหนึ่งขึ้นมา
ตามบันทึกในตำนานโบราณ เริ่มแรกที่ฟ้าดินแยกออก ยามที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดความโกลาหล เคยมีปทุมสูติดอกหนึ่งถือกำเนิดขึ้น
และเพราะการปรากฏขึ้นของปทุมสูติดอกนี้ จึงทำให้สามพันมหามรรคาถือกำเนิดขึ้นในภายหลัง และก่อเกิดเป็นโลกและสรรพสิ่งมากมายในเวลาต่อมา
‘ดอกบัวตรงหน้าดอกนี้ดูพิเศษยิ่งนัก’
‘หรือว่านี่จะเป็นปทุมสูติในตำนานดอกนั้น ? ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’
‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’
‘หากดอกบัวมายาดอกนี้คือปทุมสูติในตำนาน เช่นนั้นผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดกัน ? ’
‘มิสามารถเอ่ยออกมาได้ ! ’
‘มิสามารถจินตนาการได้ ! ’
เพียงพริบตา เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อ
ซ่งเซียนเฟิงก็ได้สติขึ้นมาเป็นคนแรก
เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นจึงหันไปกวาดตามองทุกคนที่มีสีหน้าตื่นตกใจ
“ทุกท่าน ลืมสิ่งที่ท่านเย่กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ซ่งเซียนเฟิงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น รอบกายสั่นสะเทือนเกิดคลื่นพลังบางเบา เสียงอันราบเรียบดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคนในทันใด
สิ้นเสียง ความคิดของพวกหลี่ฉางหลิงที่กำลังฟุ้งซ่านก็หยุดลง อดมิได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะสงบสติลงในทันที
จากนั้นพวกเขาก็ชำเลืองมองไปทางซ่งเซียนเฟิง ก่อนจะหมุนกายสะบัดมือให้เหล่าผู้แข็งแกร่งที่อยู่ทางด้านหลัง เป็นสัญญาณให้ถอยกลับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย
ทว่าในระหว่างที่กลุ่มคนกำลังจะจากไปนั้น
ซ่งเซียนเฟิงกลับมิมีทีท่าว่าจะกลับไปแต่อย่างใด
แม้ว่าการวางก้ามจะเป็นสิ่งที่เขามีความสุขอย่างยิ่ง แต่ต่อหน้าคนคุ้นเคยอย่างช่างตีเหล็กซ่ง หากขืนวางท่าต่อไปคงได้ห่างเหินกันเป็นแน่
“ช่างตีเหล็กซ่ง ข้าบอกท่านแล้วมิใช่หรือ ต่อหน้าข้ามิจำเป็นต้องเกรงใจเช่นนี้ มิเช่นนั้นพวกเราก็มิต่างอันใดจากคนแปลกหน้า”
เย่ฉางชิงปัดมือไปมาให้กับซ่งเซียนเฟิง ก่อนจะเบนสายตาไปทางอวี่จีที่มีรูปร่างอวบอิ่ม และมีเสน่ห์เย้ายวน พลางเอ่ยถามเสียงเบาว่า “มิทราบว่าท่านนี้คือ ? ”
ช่างตีเหล็กซ่งอ้าปากพะงาบ ๆ ด้วยท่าทางลำบากใจ
อวี่จีจึงยิ้มกว้างออกมา พลางเอ่ยไปตามตรงว่า “ท่านเย่เจ้าคะ ผู้น้อยแม้จะมิได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับเซียนเฟิงอย่างเป็นทางการ แต่ก็เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน ดังนั้นก็พอนับได้ว่าเป็นคู่บำเพ็ญเพียรกันแล้วเจ้าค่ะ”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าเล่า”
เย่ฉางชิงพยักหน้ายิ้ม ๆ พลางเอ่ยแนะนำตัวว่า “ข้านามว่าเย่ฉางชิง ตอนที่อยู่เมืองเสี่ยวฉือ เคยเป็นเพื่อนบ้านของช่างตีเหล็กซ่งมาหลายปี”
ดวงตาของอวี่จีเปล่งประกายบางอย่างออกมา ก่อนจะลอบชำเลืองมองซ่งเซียนเฟิง
เย่ฉางชิงจึงเอ่ยว่า “ช่างตีเหล็กซ่ง อวี่จี เรื่องวันนี้นับว่าจบลงแล้ว พวกเราไปคุยกันต่อที่เมืองเหอซีดีกว่า”
ซ่งเซียนเฟิงประสานมือและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านเย่เอ่ยเชิญทั้งที ข้าย่อมมิขัดอยู่แล้วขอรับ”
อวี่จีพยักหน้าน้อย ๆ และเอ่ยว่า “รบกวนท่านเย่แล้วเจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงปัดมือไปมา ก่อนจะหมุนกายก้าวเดินไปบนอากาศมุ่งหน้ากลับไปทางเมืองเหอซีอีกครั้ง
ซ่งเซียนเฟิงและอวี่จีสบตากันเล็กน้อย ก่อนจะเดินเคียงข้างเย่ฉางชิงไปติด ๆ
……
……
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่พวกหลี่ฉางหลิงลาเย่ฉางชิงแล้ว ระหว่างทางที่กลับมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอย่างเอิกเกริกนั้น
จู่ ๆ ก็มีร่างสีแดงร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากฟ้า ก่อนกระแทกลงบนเรือเหาะลำหนึ่ง
จากนั้นเวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งเค่อ ข่าวอันน่าตกใจก็แพร่กระจายไปยังเรือเหาะลำอื่น ๆ ในทันที
มีผู้แข็งแกร่งลึกลับบุกมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย
ทำให้ทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยนองไปด้วยเลือด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน