ตอนที่ 723 กล่าวสุดยอดคำสอนอีกครั้ง
เมื่อเห็นผู้อาวุโสหมิงเติงใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อหลบหนี
บุรุษชุดดำที่ถูกผู้อาวุโสหมิงเติงลอบทำร้าย ไหนเลยจะยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ ?
แม้ความทรงจำของเขาจะขาดหายไปบ้าง แต่ความทรงจำที่มีอยู่ตอนนี้นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาถูกลอบโจมตี
หากมิใช่เพราะร่างเดิมได้รับความเสียหายและจนถึงบัดนี้ยังมิสามารถซ่อมแซมได้ล่ะก็ สำหรับเขาผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะเหล่านี้ก็มิต่างจากพวกมดปลวกเท่านั้น
ทว่าตอนนี้มดปลวกที่ไร้ค่ากลับกล้าลอบโจมตีเขา
แค่คิดก็รู้แล้วว่าสิ่งนี้ทำให้เขาโกรธแค้นมากเพียงใด !
“ลอบโจมตีข้าแล้วคิดจะหนีงั้นหรือ มีเรื่องบ้า ๆ เช่นนี้ที่ไหนกัน ! ”
บุรุษชุดดำคำรามเสียงดังลั่น ก่อนจะหายตัวเข้าไปในกระดานหมากเฉียนคุน หมายที่จะไล่ล่าผู้อาวุโสหมิงเติง
ตอนนั้นเอง หลี่ฉางหลิงก็รีบเพ่งกระแสจิตออกไปทันทีว่า “ผู้อาวุโส นายท่านของท่านหรือก็คือผู้อาวุโสเย่ท่านนั้น เวลานี้เขาอยู่ที่เมืองเหอซีที่ห่างจากที่นี่ออกไปแสนกว่าลี้”
“อีกอย่างท่านกับพวกเรากำลังเข้าใจผิดกันอยู่ ภาพของผู้อาวุโสเย่นั้นปรากฏบนคำสั่งของท่านเจ้าแดน ผู้อาวุโสเย่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง ตบะบารมีลึกล้ำ หาใช่ผู้ที่พวกเราสามารถล่วงเกินได้ อีกทั้งก่อนหน้านี้พวกเราก็หาได้มีเรื่องโกรธเคืองอันใดกับผู้อาวุโสเย่ไม่”
เทียบกับผู้อาวุโสเย่ที่สง่างามและสุภาพอ่อนโยนแล้ว
จิตวิญญาณอาวุธของสุดยอดอาวุธวิเศษชิ้นนี้นับว่าโหดเหี้ยมยิ่งนัก
เวลานี้หากทั้งสองฝ่ายสามารถเปลี่ยนความบาดหมางเป็นสันติภาพได้ ย่อมเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
บุรุษชุดดำที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระดานหมากเฉียนคุนแค่นเสียงเย็นออกมา แต่หาได้ตอบกลับหลี่ฉางหลิงไม่ เพียงแค่แปลงกายเป็นแสงสีขาวดำพุ่งพาดผ่านความว่างเปล่าไป
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ
เมื่อเห็นบุรุษชุดดำและกระดานหมากเฉียนคุนที่แปลงกายเป็นลำแสงหายลับไปจากสายตาแล้ว
ในที่สุดพวกหลี่ฉางหลิงต่างก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
……
……
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อภาพที่เย่ฉางชิงเพียงคนเดียวสามารถเอาชนะผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนเซียนจื่อฉงปรากฏขึ้นในสายตาผู้คน
เขาในตอนนี้จึงราวกับเทพในตำนานมาจุติก็มิปาน
สิ่งนี้ทำให้เย่ฉางชิงที่คิดว่าตนเป็นผู้ไร้พ่ายของแดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ก็ยังอดมิได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เกิดเป็นคนหากมิรู้จักทำตัวสูงส่งเสียบ้าง จะต่างอันใดจากคนไร้ค่ากัน ?
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเสียดายมากที่สุด ก็คือ ต่อให้ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนทั้งหมดของแดนเซียนจื่อฉงมารวมตัวกัน เขาก็ยังมิสามารถออกกระบี่แรกได้อยู่ดี
ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงกระบี่กระบวนท่าที่สอง ที่แข็งแกร่งกว่ากระบี่กระบวนท่าแรกหลายเท่า
แม้การทำตัวสูงส่งนั้นจะมีความสุข แต่การมีเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเช่นกัน
‘ผู้ไร้พ่ายช่างโดดเดี่ยวจริง ๆ ! ’
‘ข้าขอเตือนเหล่าผู้ทะลุมิติทั้งหลายเอาไว้ ณ ที่นี้’
‘หากเป็นผู้ไร้พ่ายก็มิต้องคิดที่จะเรียนรู้ท่าสังหารที่ไร้เทียมทาน แต่ละคนแค่เรียนรู้เรื่องกลหมาก ดีดพิณก็พอแล้ว และพยายามขัดเกลาความรู้สึกนึกคิด มิเช่นนั้นจะต้องพบกับว่างเปล่าและโดดเดี่ยวอันไร้ที่สิ้นสุด’
“ศิษย์ขอแสดงความยินดีที่อาจารย์สามารถเอาชนะได้เจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นพวกเย่ฉางชิงเดินมากลางอากาศ สวี๋ฝู๋ที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองก็หายตัวมาต้อนรับเย่ฉางชิงในทันที
“ท่านเย่……”
สวี๋ฉางเหอก็ตามสวี๋ฝู๋มาติด ๆ พลางโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงด้วยความนอบน้อม
“เสี่ยวสวี๋ ท่านเจ้าเมืองสวี๋ ก่อนหน้านี้ข้าบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าต่อหน้าข้ามิต้องมากพิธีรีตองเพียงนี้”
เย่ฉางชิงปัดมือไปมา พลางส่ายหน้าแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อีกอย่างก็มินับว่าข้าเอาชนะพวกเขาได้หรอก ก่อนหน้านี้ตอนที่เผชิญหน้ากัน ยังมิทันได้ออกกระบี่ที่แท้จริง พวกเขาก็พากันยอมแพ้เสียแล้ว”
สวี๋ฝู๋นิ่งงัน ก่อนจะยืดตัวขึ้นและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์เจ้าคะ ศิษย์อ่านหนังสือมาน้อย การที่ท่านกลับมาเช่นนี้ควรกล่าวต้อนรับเช่นไรดีเจ้าคะ ? ”
แต่การที่นางได้รับเกียรติเช่นนี้ก็เพราะมีผู้ไร้พ่ายเช่นอาจารย์อยู่ด้วย
เย่ฉางชิงจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเรากลับกันก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องที่อยากจะถามพวกเขาสองคนด้วย”
เมื่อเย่ฉางชิงเอ่ยออกมา คนที่เหลือต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
จากนั้นพวกเย่ฉางชิงก็ก้าวเดินไปบนอากาศ มุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมือง
ส่วนถนนสายต่าง ๆ ภายในเมืองเวลานี้ต่างมีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่จนแน่นขนัด
เมื่อวีรกรรมอันไร้พ่ายของเย่ฉางชิงแพร่ออกไป เวลานี้สายตาที่ทุกคนมองเย่ฉางชิงล้วนเปล่งประกายวิบวับ
มินานพวกเขาก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นและหมอบกราบเย่ฉางชิงด้วยความเลื่อมใสทันที
เมื่อเย่ฉางชิงเห็นภาพที่คุ้นเคยเช่นนี้ ก็อดมิได้ที่จะชะงักฝีเท้าลง
กาลครั้งหนึ่ง ในเมืองหลวงของแคว้นต้าเอี้ยนที่โลกเบื้องล่าง ทุกคนมองเขาราวกับเห็นเทพเจ้าก็มิปาน เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและความหวั่นเกรง
อีกทั้งตอนนั้นเขายังได้กล่าวอันใดบางอย่างจนเกิดนิมิตฟ้าดินขึ้นอีกด้วย
‘ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าควรเอ่ยอันใดหรือไม่นะ ? ’
‘อืม ! ’
‘ข้าควรทำจริง ๆ ! ’
หลังจากชั่งใจอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า
“โลกอันกว้างใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดของสรรพสิ่งทั้งปวง โอนอ่อนและยอมรับหลักของสวรรค์ โลกลึกล้ำประกอบด้วยสรรพสิ่ง คุณธรรมของโลกมิมีที่สิ้นสุด……”
เย่ฉางชิงค่อย ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ราวกับสุดยอดคำสอนที่ดังก้องขึ้นในความเงียบ
ขณะเดียวกัน บนร่างของเขาก็เริ่มมีนิมิตปรากฏขึ้น
มิหนำซ้ำนิมิตที่ปรากฏขึ้นในครั้งนี้ยังเหนือกว่าที่ผ่านมา และดูน่ากลัวอย่างยิ่ง……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน