ตอนที่ 736 พวกเจ้าสองคนรู้ความผิดของตนเองหรือไม่ ?
เมื่อร่างขนาดใหญ่ราวกับภูเขาเทพค่อย ๆ เลือนรางลง กลายเป็นร่างสูงยาวร่างหนึ่งปรากฎขึ้นมาแทน
บุรุษหนุ่มสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ผมและคิ้วก็เป็นสีขาวราวกับหิมะ และมีใบหน้าหล่อเหลา
เพียงแค่ดวงตาคู่นั้นกลับยังคงเป็นสีแดงฉานและเย็นชา เพียงแค่สบตาก็ทำให้คนรู้สึกหวาดกลัวได้แล้ว
ถูกต้อง นี่ก็คือลิงหิมะตนนั้นที่แปลงกายเป็นมนุษย์
เขากวาดตามองพวกเย่ฉางชิงอย่างผ่าน ๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ เพียงเท่านั้นหมอกสีเทาที่ปกคลุมบริเวณนั้นก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาบรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปราวกับโลกใบใหม่
ทะเลสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม วิหคร้องขับขาน และมีเกาะลอยฟ้าเกาะหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
ไม่ใช่สิ พูดให้ถูกก็คือเกาะแห่งนี้หากจะเรียกว่าเกาะเซียนก็ไม่ผิดนัก
น้ำตกลอยฟ้า ไอหมอกอบอวล สว่างไสวไปทั่ว แสงเทพพวยพุ่งขึ้นฟ้า
บนเกาะลอยฟ้ามีสมุนไพรวิเศษขึ้นมานับไม่ถ้วน แสงสีเขียวลอยวน หมอกแสงอบอวล กลิ่นหอมของสมุนไพรฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ
ไม่เพียงเท่านั้นทั้งสี่ด้านของเกาะเซียนแห่งนี้มีตำหนักโบราณ หินเทพ อาวุธเวทย์โบราณต่าง ๆ นานาลอยอยู่กลางอากาศ และแผ่ไอพลังโบราณออกมา
“พวกเจ้าตามข้ามา”
ลิงหิมะที่แปลงกายเป็นมนุษย์เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ จากนั้นก็หายวับไปในอากาศทันที
ในวินาทีนั้นเองพวกเย่ฉางชิงก็หายตัวไปจากที่ตรงนั้นด้วยพลังลึกลับกลุ่มหนึ่ง
วินาทีต่อมาทั้งสี่คนก็ปรากฎกายขึ้นบนหินเทพที่ค่อนข้างเรียบก้อนหนึ่ง
ต้นไม้เก่าแก่ที่อุดมสมบูรณ์และมีใบเขียวชอุ่มตั้งอยู่
กระดานหมากที่ทำจากหยกเนื้อใสไร้ตำหนิใด ๆ ลอยอยู่ตรงกลางระหว่างลิงหิมะและพวกเย่ฉางชิง
ลิงหิมะปรายตามองเย่ฉางชิงที่มีท่าทางสบาย ๆ จากนั้นก็เพ่งสมาธิทันที
ทันใดนั้นกระดานหมากที่ลอยอยู่ก็ปรากฎภาพกลหมากภาพหนึ่งขึ้นมา
“เด็กน้อย ก่อนหน้านี้เจ้าบอกข้าว่าพอมีความรู้ในวิถีหมากอยู่บ้างมิใช่หรือ ? ”
ดวงตาของลิงหิมะเปล่งประกายแดงฉานออกมา พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงราวกับเป็นเรื่องขบขันว่า “นี่เป็นกลหมากที่ข้าตั้งใจวางให้เจ้า หากเจ้าสามารถแก้กลหมากนี้ได้ จึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะประลองฝีมือกับข้า”
เย่ฉางชิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเบนสายตาไปที่หมากดำและหมากขาวที่เดินอยู่บนกระดานหมากนั้น
ก่อนจะพบว่าบนกระดานมีหมากสีดำและสีขาววางอยู่เต็มไปหมด มองดูแล้วหมากดำและหมากขาวนั้นมีการเดินที่สลับซับซ้อน ต่างฝ่ายต่างมีส่วนที่ได้เปรียบและเสียเปรียบอยู่
อีกทั้งการได้เปรียบและเสียเปรียบของทั้งสองฝ่ายนั่นล้วนอ่อนไหวอย่างมาก หมากขาวตอนแรกเป็นฝ่ายนำ ทว่าหมากดำที่เสียเปรียบและเดินทีหลังกลับพลิกมาเป็นต่อได้อย่างง่ายดาย
แต่หลังจากวิเคราะห์ดูดี ๆ แล้วก็พบว่าทั้งสองฝ่ายนั้นกลับเสมอกัน
ทว่าการวิเคราะห์หมากกระดานนี้ เย่ฉางชิงกลับใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วยามโดยไม่รู้ตัว
เห็นดังนั้นลิงหิมะที่แปลงกายเป็นมนุษย์มุมปากก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้ายและมั่นใจในตัวเอง
เพราะกลหมากนี้หาใช่ฝีมือของเขาไม่ ทว่าเป็นกลหมากที่เขาได้มาจากหินสลักโบราณแห่งหนึ่ง
ย้อนกลับไปตอนที่เขาได้ภาพกลหมากนี้มาจากหินสลัก ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะแก้กลหมากนี้ได้
ดังนั้นเขามองว่าต่อให้มนุษย์ตรงหน้าผู้นี้จะบำเพ็ญเพียรวิถีแห่งหมาก แต่การจะแก้กลหมากนี้ได้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบกว่าปี
คิดถึงตรงนี้ ลิงหิมะก็หันไปมองซ่งเซียนเฟิงและอวี่จี พลางเอ่ยอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า “ระหว่าที่เด็กคนนี้ยังไม่สามารถแก้กลหมากนี้ได้ บนเกาะที่อยู่ด้านล่างมีเคล็ดวิชาโบราณอยู่ พวกเจ้าจะไปลองเสี่ยงโชคดูก่อนก็ได้”
“ผู้อาวุโส เอ่อ……ทำได้หรือเจ้าคะ ? ”
อวี่จีเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา ก่อนจะถามด้วยความหวาดหวั่น
ลิงหิมะปัดมืออย่างไม่ใส่ใจ “มิเป็นไร เคล็ดวิชาโบราณเหล่านั้นสำหรับข้าแล้วไม่มีประโยชน์อันใด ในเมื่อพวกเจ้าว่างกันอยู่ก็ไปลองเสี่ยงโชคดูเถอะ”
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
ซ่งเซียนเฟิงและอวี่จีประสานมือคาราวะให้แก่ลิงหิมะ ก่อนจะหมุนกายแปลงเป็นลำแสงสองสายเหาะลงไปด้านล่างทันที
ทว่าคล้อยหลังพวกเขาไม่นาน เย่ฉางชิงก็ถอนสายตาจากกระดานหมากแล้ว
เห็นเย่ฉางชิงถอนหายใจยาวออกมา มุมปากแฝงรอยยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้าน้อย ๆ
ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังดื่มสุราและกินผลไม้เซียนที่อยู่มานานหลายหมื่นปีด้วยความสำราญ
อีกด้านหนึ่ง
ด้วยการนำทางของลู่ชิงซวง นางและผู้เฒ่าชุดดำจึงกลับมาถึงคีรีเทพเป่ยฉงอย่างรวดเร็ว
หมอกสีม่วงอันหนาแน่นแผ่ปกคลุมไปทั่ว แสงเซียนอันอันงดงามตระการตาพุ่งออกมาจากส่วนลึกของทิวเขาอย่างต่อเนื่อง
ยอดเขาที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนอาวุธเวทย์ต่าง ๆ ที่ปักเอาไว้ แผ่พลังปราณทำร้ายล้างลูกแล้วลูกเล่ากลางอากาศ
……
ดูเหมือนว่าการปรากฏกายของผู้เฒ่าชุดดำ จะทำให้จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวรั่วไหลออกมาจากเบื้องล่างในทันใด
ฟิ้ว !
ไอกระบี่อันแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบที่ห่อหุ้มด้วยพลานุภาพอันน่ากลัวสายหนึ่ง จู่ ๆ ก็พุ่งออกมาจากหมอกสีม่วง
ไม่เพียงเท่านั้นวินาทีที่ไอกระบี่สายนี้ปลดปล่อยพลานุภาพออกมา ยังมีสายฟ้าที่แฝงพลังทำลายล้างรุนแรงพุ่งออกมา ทำให้ความว่างเปล่าที่สายฟ้าสายนี้พาดผ่านพังทลายลง
“ถอยไป ! ”
ลู่ชิงซวงกระแอมเบา ๆ คำพูดเป็นดั่งกฎ พลานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวพลันปกคลุมพื้นที่นี้ทันที
เพียงพริบตาไอกระบี่ก็สูญสลาย สายฟ้าสงบลง
แค่คิดก็รู้แล้วว่าภาพเช่นนี้แท้จริงแล้วน่าหวาดหวั่นเพียงใด
“ผู้น้อยน้อมรับนายท่าน ! ”
ไม่นาน ร่างสองร่างก็ปรากฏกายขึ้นไม่ไกลนัก พร้อมกับคาราวะลู่ชิงซวงด้วยความนอบน้อม
ลู่ชิงซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า “พวกเจ้าทั้งสองรู้ความผิดของตนเองหรือไม่ ? ”
รู้ความผิด ?
หลิงอวี่และจื่อหลิงที่รีบมาทันทีที่ทราบข่าว ก็เผยสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาในทันใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน