ตอนที่ 749 ไปเผ่าสวรรค์เมื่อใด ?
เมื่อลิงขาวเอ่ยออกมา
ทันใดนั้นมิเพียงพวกเปาต้าเหมยที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป แม้แต่เย่ฉางชิงเองก็งุนงงเช่นกัน
ไร้พ่ายแม้จะอยู่ระดับเดียวกันงั้นหรือ ?
ก็หมายความว่าต่อให้บรรพบุรุษผู้นั้นของเผ่าสวรรค์ก้าวเข้าสู่ระดับราชัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่ฉางชิงก็เป็นเพียงผู้พ่ายแพ้เท่านั้น
เพียงแต่บัดนี้ยุคสมัยใหม่เริ่มขึ้น ฟ้าดินเปลี่ยนแปลงไป
ในสายตาของพวกเปาต้าเหมย เย่ฉางชิงเองก็ได้รับประโยชน์จากยุคสมัยใหม่เช่นกัน เนื่องจากฟ้าดินเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้เขาก้าวสู่ระดับราชันในตำนาน
ส่วนบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นั้นเวลานี้จะก้าวเข้าสู่ระดับราชันได้หรือไม่นั้นมิมีผู้ใดรู้
มิเพียงแต่ระดับราชันในตำนานเท่านั้น แม้แต่ระดับราชันจำแลงเอง ความแตกต่างของระดับก็มักจะเกิดจากความรู้แจ้งในมรรคาของตัวเอง นำไปสู่ความแข็งแกร่งและอ่อนแอ
ดังนั้นเย่ฉางชิงเหตุใดจึงไร้พ่ายแม้จะอยู่ระดับเดียวกันเล่า ?
หลังจากเงียบไปสักพัก เปาต้าเหมยก็ลอบสำรวจคนรับใช้ที่พูดจาโอหังของเย่ฉางชิงผู้นี้
ท่าทางมิธรรมดา ไอพลังวิถีเซียนถูกสะกดไว้จนหมด แต่ความว่างเปล่ารอบกายก็ยังสั่นสะเทือนน้อย ๆ
มิเพียงแต่มีตบะบารมีระดับราชันจำแลง ต่อให้เป็นระดับเดียวกันก็เป็นผู้แข็งแกร่งระดับต้น ๆ อย่างแน่นอน
ทว่าผู้แข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวกลับพูดจาเหลวไหลเช่นนี้งั้นหรือ เป็นคนอวดดีเกินไปกระมัง ?
ทว่าสิ่งที่พวกเขามิรู้ก็คือ
สองวันก่อนลิงขาวได้ประลองฝีมือกับเย่ฉางชิงมาแล้ว
ประการแรก เย่ฉางชิงสามารถเอาชนะเขาในวิถีหมากได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ประลองกำลังกัน สุดท้ายแม้เขาจะพยายามสุดชีวิตก็สามารถรับกระบี่ของเย่ฉางชิงได้เพียงกระบี่เดียวเท่านั้น
การบำเพ็ญเพียรสองวิถีที่ต่างกันพร้อม ๆ กัน แต่กลับมีความแตกฉานที่สูงส่งทั้งสองวิถี แม้แต่เขาเองก็คาดมิถึง
และที่สำคัญก็คือก่อนหน้านั้นเย่ฉางชิงยังมิได้ก้าวเข้าสู่ระดับราชันอีกด้วย
ทว่าบัดนี้เขาทะลวงพันธนาการ ก้าวเข้าสู่ระดับราชันในตำนานแล้ว
ดังนั้นเขามองว่าต่อให้มีตบะบารมีระดับราชันเหมือนกัน นายท่านของเขาผู้นี้ก็ยังเป็นผู้ไร้พ่ายอยู่ดี
ภายในตำหนักอันหรูหรา
หลังจากตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่
เย่ฉางชิงก็กระแอมออกมาเล็กน้อย ก่อนจะดื่มสุราในมือจนหมดจอก จากนั้นจึงเอ่ยกับเปาต้าเหมยด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เปา ลิงขาวแค่หยอกเล่นเท่านั้น ท่านอย่าได้คิดเป็นจริงเป็นจังเป็นอันขาดนะขอรับ”
เปาต้าเหมยปัดมือไปมาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ากลับมิได้คิดว่าเป็นแค่การล้อเล่น ยุคสมัยใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ท่านสามารถก้าวสู่ระดับราชันในเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ สิ่งนี้ก็พอจะอธิบายได้แล้วว่าคุณสมบัติของท่านนั้นสูงส่งเพียงใด”
ลิงขาวเอ่ยเสริมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งว่า “แม้ก่อนหน้านี้จะเป็นช่วงปลายของยุคสมัย แต่การที่ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลง ข้ามองว่าสาเหตุสำคัญเป็นเพราะนายท่านก้าวเข้าสู่ระดับราชันนั่นเอง”
ในที่สุดเย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะปรายตามองลิงขาว ภายในใจรู้สึกราวกับมีม้ามากมายกำลังวิ่งพล่านอยู่
‘เจ้ามิใช่คนดีอะไรเลยจริง ๆ ! ’
‘เจ้าเอ่ยยกยอข้ามากมายเช่นนี้ คงอยากให้ข้าบุกไปยังเผ่าสวรรค์เสียเดี๋ยวนี้เลยกระมัง’
เย่ฉางชิงอดมิได้ที่จะลอบบ่นกับตัวเองในใจ
จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม เหล่านางกำนัลที่แต่งตัวสวยงามก็ยกอาหารรสเลิศหลากหลายชนิดเข้ามาในตำหนัก
“ท่านเย่ ท่านลองชิมไตเสือดำนี่ดู ฝีมือของพ่อครัวของห้องเครื่องของเราเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของแดนเซียนดาวตกเลยก็ว่าได้”
เปาต้าเหมยเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจว่า “ข้ารู้ว่าพวกเราจะมีโอกาสได้พบกันอีก ดังนั้นหลังจากที่กลับมาถึงแดนเซียนดาวตก ข้าจึงได้ไปยังแดนปีศาจด้วยตนเอง และสังหารบรรพบุรุษตนหนึ่งของเผ่าเสือดำ”
“บรรพบุรุษของเผ่าเสือดำตนนี้น่าจะอยู่มาหลายแสนปีแล้ว ดังนั้นไตเสือดำนี่จึงเป็นของบำรุงชั้นดี ท่านต้องลองชิมดู อย่าทำให้ข้าเสียน้ำใจเด็ดขาด”
เย่ฉางชิงส่ายหน้าพลางยิ้มแห้ง ๆ
‘เห็นข้าเป็นคนขี้เกรงใจขนาดนั้นเชียวหรือ ? ’
แต่ด้วยการรบเร้าของเปาต้าเหมย เย่ฉางชิงจึงต้องหยิบตะเกียบหยกขึ้นมา คีบไตเสือดำที่มีสีสันสวยงามและกินหอมชวนน้ำลายสอชิ้นหนึ่งใส่ปาก
เมื่อได้ชิมแล้วที่เปาต้าเหมยพูดมามิได้เกินจริงสักนิด ฝีมือของพ่อครัวห้องเครื่องท่านนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ
ไตอายุแสนปีที่เดิมทีควรจะเหม็นคาวมาก ทว่าพ่อครัวท่านนี้มิรู้ว่าจัดการด้วยวิธีใด ทำให้มิคาวเลยสักนิด
อร่อย !
เป็นรสอร่อยที่หาได้ยากยิ่ง !
“ท่านเย่ เป็นเช่นไรบ้าง ? ”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน