ตอนที่ 757 เจ้ารู้อยู่แล้วหรือว่าข้าจะมา ?
เปาต้าเหมยเอ่ยถามออกมา
ลิงขาวจึงพบว่านายท่านของตัวเองมีขอบตาแดงก่ำจริง ๆ ใบหน้ายังแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าอีกด้วย
‘แต่นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ? ’
‘บัดนี้นายท่านก้าวเข้าสู่ระดับราชันแล้ว ควรตัดอารมณ์ความรู้สึก ความปรารถนา แบบปุถุชนทั่วไปของตนทิ้งไปแล้ว ทว่าเหตุใดถึงยังมีน้ำตาเช่นนี้ได้ ? ’
‘อีกอย่าง……ที่นี่ก็เป็นเพียงเมืองมนุษย์เมืองหนึ่งเท่านั้น หรือว่านายท่านจะเคยประสบกับบางสิ่งที่นี่มาก่อน ? ’
ระหว่างที่ลิงขาวลอบคาดเดาอยู่ในใจนั้น
เย่ฉางชิงเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่สักครู่”
ยังมิทันสิ้นเสียง ร่างของเย่ฉางชิงก็ราววับไปในอากาศทันที
วินาทีต่อมา เขาก็ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง ที่เชิงเขาสีเขียวขจีแห่งหนึ่ง
และตรงหน้าของเขาก็คือกองดินสองกอง
รกไปด้วยวัชพืช ใบไม้สีเหลืองเหี่ยวเฉาเกลื่อนกลาด ดูรกร้างอย่างมาก
ฟิ้ว !
เย่ฉางชิงสะบัดแขนเสื้อหนึ่งครั้ง วัชพืชและใบไม้ที่ปกคลุมอยู่บนกองดินก็มลายหายไป
“ชุ่ยฮวา ข้ากลับมาแล้ว”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง มองดูหลุมฝังศพที่ผุพังหลุมหนึ่ง และอดที่จะร้องไห้ออกมามิได้
เก้าชาติ !
เขามิแน่ใจว่านี่เป็นชาติที่เท่าไหร่ของเขากันแน่ แต่สิ่งที่มั่นใจได้ก็คือต้องเป็นชาติใดชาติหนึ่งของเขาแน่นอน
ในชาตินี้เขามิเคยประสบพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายใด ๆ เลย และน้อยครั้งที่จะออกจากหมู่บ้านแห่งนี้
เขาและเฉินชุ่ยฮวานับว่าตั้งแต่ลืมตาดูโลกในวันเดียวกัน หัดพูด หัดเดิน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
เพียงพริบตาเวลานับร้อยปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งวันที่ตายจากไป ดวงตาของเขาก็ยังคงมองแค่เพียงเฉินชุ่ยฮวาเท่านั้น
แม้ชาตินี้จะเป็นชีวิตที่เรียบง่าย แต่กลับได้อยู่กับคนรักจนแก่เฒ่าอย่างแท้จริง
เจ้ามีข้า ข้ามีเจ้า
จนถึงบัดนี้ มิรู้ว่าเวลาล่วงเลยมานานเพียงใดแล้ว
หลังจากที่เย่ฉางชิงใช้เคล็ดวิชาหมุนเปลี่ยนย้อนเวลากลับไป และได้เห็นเรื่องราวในชาตินี้ ก็อดมิได้ที่จะเกิดความอาลัยอาวรณ์
ขณะเดียวกัน ในหัวของเขาก็เอาแต่คอยคิดถึงใบหน้าที่มีผิวหยาบกร้านเล็กน้อย แต่เครื่องหน้ากลับงดงามยิ่ง……
เย่ฉางชิงยืนอยู่หน้าหลุมศพทั้งสองหลุมนี้เพียงลำพังเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก่อนจะกลับมาอีกครั้ง
เขาเอ่ยกับเปาต้าเหมยด้วยรอยยิ้มสบาย ๆ ว่า “ที่นี่มิใช่เมืองเสี่ยวฉือ ก่อนหน้านี้เคยเป็นหมู่บ้านที่มีนามว่า ต้าฉือ เวลาผ่านไปนับร้อยปีจึงได้พัฒนากลายเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง”
“เมือง……ต้าฉืออย่างนั้นหรือ ? ”
เปาต้าเหมยอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะถามออกมาอย่างมิเข้าใจว่า “ท่านเย่ ท่านมิเคยอยู่ที่นี่มาก่อน เหตุใดจึงรู้เรื่องราวของที่นี่ดีนักเล่า ? ”
แม้จะเป็นราชันในตำนาน แต่คงมิถึงขนาดสนใจเมืองมนุษย์เล็ก ๆ เมืองหนึ่งเช่นนี้หรอกกระมัง ?
เย่ฉางชิงค่อย ๆ หยิบหวีไม้เล่มหนึ่งออกจากอกเสื้อของเขา
ก่อนหน้านี้เขาได้หวีนี้มาจากกระจกหมุนเปลี่ยน และเพราะหวีไม้ที่ดูเรียบง่ายนี้ได้ช่วยเปิดความทรงจำทั้งหมดในชาตินี้ของเขาและเฉินชุ่ยฮวา ทำให้เขาถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
แน่นอนว่าหวีไม้เล่มนี้ก็คือของแทนตัวของเขาในชาตินี้
“ข้าเคยอยู่ที่นี่มาแล้วชาติหนึ่ง และได้เจอกับสตรีธรรมดานามว่าเฉินชุ่ยฮวา รักและดูแลกันจนแก่เฒ่า”
เย่ฉางชิงยิ้มออกมาเรียบ ๆ อารมณ์สงบนิ่งอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน
“อยู่มาแล้วชาติหนึ่ง ? ”
เปาต้าเหมยมีสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ
จักจั่นมีชีวิตหนึ่งคิมหันต์ มนุษย์มีชีวิตหนึ่งชาติ
หากมีคนสามารถเคียงข้างตลอดชีวิตไปจนแก่เฒ่า ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเรื่องมากทีเดียว
บำเพ็ญเพียรเป็นเซียน มีชีวิตอมตะ ก็เพียงเพื่อก้าวสู่จุดสูงสุดของวิถีเซียนเท่านั้นเอง
ทว่าหลังจากก้าวสู่จุดสูงสุดของวิถีเซียนแล้วจะอย่างไรเล่า ?
เป็นอมตะงั้นหรือ ?
คนมากมายบำเพ็ญเพียรยังมิทันก้าวสู่จุดสูงสุดของวิถีเซียน ก็สูญเสียจิตวิญญาณดั้งเดิม
เช่นนี้แล้ว ต่อให้เป็นอมตะแล้วจะอย่างไรเล่า ?
คิดถึงตรงนี้ จิตใจของเปาต้าเหมยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในพริบตา ราวกับว่าในที่สุดก็เจอโอกาสที่จะบรรลุระดับได้แล้ว
นางเองก็มีตบะบารมีระดับราชันจำแลง เวลานี้เพียงบรรลุระดับก็จะได้เป็นราชันแล้ว

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน