ตอนที่ 764 สนามรบโบราณ
หลังจากจิตวิญญาณของบรรพบุรุษเผ่าสวรรค์หายเข้าไปในประตูบานนั้น
ทันใดนั้น ความว่างเปล่าก็สั่นสะเทือน เกิดพายุโหมกระหน่ำ
ประตูโบราณบานนั้นก็ค่อย ๆ เริ่มเลือนหายไป
เย่ฉางชิงลังเลเล็กน้อย ก่อนมุมปากของเขาจะโค้งขึ้น
บรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นี้ถูกเขาบีบ จนแทบมิเหลือทางรอดแล้ว
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเข้าไปในสนามรบโบราณโดยมิลังเลเช่นนี้ แล้วเหตุใดเขาจะทำบ้างมิได้ !
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็แวบกายไปและปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหน้าของประตูโบราณ
จากนั้นก็หายตัวเข้าไปภายในประตูโบราณบานนั้น
เพียงพริบตา เย่ฉางชิงก็ปรากฎตัวขึ้นในโลกที่มิคุ้นเคย
บนท้องฟ้ามีดวงดาวนับมิถ้วนร่วงหล่น
และเริ่มใกล้เข้ามา จนกระทั่งมีดาวเคราะห์สีเหลืองเข้มดวงหนึ่งลอยอยู่เหนือศรีษะ
ดวงดาวสีเงินหลายดวงที่อยู่ไกลออกไป ราวกับพระจันทร์เต็มดวง และสะท้อนมายังโลกที่เย่ฉางชิงอยู่
ดังนั้นจึงทำให้โลกใบนี้มิเคยหลับใหล เพราะเป็นเวลากลางวันตลอดเวลา
ท้องฟ้าอาจมืดลงเล็กน้อย แต่มิได้มืดสนิท
เวลานี้เย่ฉางชิงเหมือนอยู่บนบนดินแดนรกร้างอันกว้างใหญ่
ไร้ซึ่งพันธุ์พืชและสิ่งมีชีวิตใดๆ ทุกที่ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ
เขากวาดตามองดูดินแดนรกร้าง และเงยหน้าขึ้นมองดาวเคราะห์บนท้องฟ้า
“ความรู้สึกช่างคุ้นเคยยิ่งนัก”
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางพึมพำกับตัวเอง “ที่นี่จะมีดาวเคราะห์สีน้ำเงินเหมือนโลกหรือไม่นะ ? ”
เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ เย่ฉางชิงก็เพ่งกระแสจิตออกไป เพื่อค้นหาจิตวิญญาณของบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นั้น
ทว่าสุดท้ายแม้ว่ากระแสจิตของเขาจะปกคลุมโลกนี้เอาไว้ทั้งหมด เขาก็มิสามารถหาเบาะแสใดๆ พบ และมิพบสิ่งมีชีวิตใดๆ อีก
“ที่นี่เป็นดาวมรณะ ! ”
เย่ฉางชิงสรุปกับตัวเอง
ขณะเดียวกัน เขาก็อดมิได้ที่จะเริ่มสงสัย
หลังจากก้าวเข้าไปในประตูที่เรียกว่าสนามรบโบราณแล้ว หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด ก็จะถูกสุ่มไปยังดาวดวงใดดวงหนึ่ง
ดังนั้นเมื่อมีดาวเคราะห์จำนวนมาก เขาจะทราบได้อย่างไรว่าชายชราจากเผ่าสวรรค์ผู้นั้น ถูกส่งไปยังดาวเคราะห์ดวงใด ?
“มิน่าเล่าเจ้าเฒ่าผู้นั้นจึงก้าวเข้าสู่สนามรบโบราณอย่างมิลังเล ที่แท้ก็เจ้าเล่ห์เช่นนี้นี่เอง”
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วมุ่น อดมิได้ที่จะถอนหายใจออกมา
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เย่ฉางชิงอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบหมุนกายกลับไป
ก่อนจะพบว่าเป็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ มีเขาสีทองอยู่บนหัว ดวงตาเปล่งประกายสีทอง และมีลวดลายสีเลือดบนตัวเต็มไปหมด กำลังยืนอยู่มิไกล
“ฮี่ฮี่ ที่นี่คือสนามรบโบราณงั้นหรือ ? ”
สิ่งมีชีวิตตนนั้นมีเขี้ยวอยู่เต็มปาก แสยะยิ้มออกมา “ในยุคสมัยนี้หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด ข้าน่าจะเป็นราชันมารคนแรกที่เข้าสู่สนามรบโบราณ……”
เอ่ยได้เพียงเท่านั้น สิ่งมีชีวิตตนนั้นก็หยุดลง ดวงตาสีทองคู่นั้นจ้องมองเย่ฉางชิงด้วยความเย็นชา
“เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรของสิบสองแดนเซียนโบราณงั้นหรือ ? ”
สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ตนนั้นพิจารณาเย่ฉางชิงตั้งแต่หัวจรดเท้า และอดมิได้ที่จะถามออกมา
เย่ฉางชิงมิได้ตอบสิ่งใด แต่ถามกลับไปว่า “เจ้าเป็นคนที่นี่งั้นหรือ ? ”
“คนที่นี่ ? ”
สิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ตนนั้นมุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มดุดัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ข้า ม๋อเออตัว เป็นเจ้ามารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแดนมารเทียนเซวี่ย……”
เอ่ยเพียงเท่านั้น สิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่เรียกตนเองว่าม๋อเออตัว ก็แปลงร่างเป็นสายฟ้าที่ห่อหุ้มด้วยพลังมหาศาลพุ่งเข้าหาเย่ฉางชิงทันที
เย่ฉางชิงเห็นดังนั้นก็รีบเพ่งสมาธิ ไอกระบี่สีทองเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งเข้าหาม๋อเออตัวมิเร็วและมิช้าเกินไป
เย่ฉางชิงเอ่ยถามยิ้ม ๆ
ม๋อเออตัวแค่นเสียงเย็น แต่ร่างกายกลับสั่นน้อย ๆ แขนที่ถูกเย่ฉางชิงตัดก็งอกขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว
“เจ้าแข็งแกร่งก็จริง แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นแล้วจะอย่างไรเล่า ? ”
ม๋อเออตัวเผยรอยยิ้มดุดันอกมา “เผ่ามารสวรรค์ของข้าเป็นอมตะ ขอเพียงมีแก่นแท้ของเลือดหยดหนึ่ง ข้าก็สามารถสร้างร่างใหม่ได้ทุกเมื่อ”
แววตาของเย่ฉางชิงมีประกายประหลาดใจพาดผ่าน แต่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ
แม้เขาจะมิรู้เรื่องเกี่ยวกับเผ่ามารมากนัก และคงมิสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ง่าย ๆ แต่หากทำให้อีกฝ่ายกลับกลายเป็นเด็ก จากนั้นค่อยทำลายตบะบารมีของเขา ถึงเวลานั้นเกรงว่าอีกฝ่ายมิตายก็คงเหมือนตาย
หลังจากเงียบไปสักพัก เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิ ไอกระบี่สีทองที่ลอยอยู่ตรงหน้าพลันพุ่งเข้าใส่ม๋อเออตัว
“บัดซบ ! ”
ม๋อเออตัวคำรามเสียงเย็น เปลวไฟสีเลือดไร้ที่เปรียบก็ลุกโชนขึ้นรอบกาย
มือทั้งสองข้างของเขาบีบเข้าหากันเบา ๆ ความว่างเปล่าในรัศมีร้อยลี้พังทลายลงทันที
ในวินาทีที่ไอกระบี่สีทองใกล้เข้ามา เขากลับมิได้สนใจไอกระบี่สีทองสายนั้น แต่กลับพุ่งเข้าหาเย่ฉางชิง
ขณะเดียวกัน เย่ฉางชิงเองก็มิได้ลังเล และพุ่งเข้าหาเช่นเดียวกัน
เขาหายตัวไปอยู่ข้าง ๆ ม๋อเออตัวอย่างเงียบเชียบ ก่อนยื่นมือไปจับที่เขาสีทองบนหน้าผากของม๋อเออตัว
“ในเมื่อมิสามารถทำลายกายเนื้อเจ้าได้ แต่ข้าสามารถทำลายตบะบารมีเจ้าได้”
เย่ฉางชิงเอ่ยเรียบ ๆ พลังเวทย์ปะทุขึ้นรอบกาย เคล็ดวิชาลับเวียนว่ายตายเกิดพลันสำแดงออกมา
พลันกายเนื้อและตบะบารมีก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
ม๋อเออตัวพลันมีสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“เจ้า……เจ้ายังมิตายงั้นหรือ ! ”
ม๋อเออตัวส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด
เย่ฉางชิงมิได้พูดอะไร แต่ยังคงสำแดงเคล็ดวิชาลับเวียนว่ายตายเกิดต่อไป ทำให้กายเนื้อและตบะบารมีของม๋อเออตัวถดถอยลงเรื่อย ๆ
เพียงชั่วอึดใจ ม๋อเออตัวก็เอ่ยขอร้องว่า “ราชันเย่ ได้โปรดเมตตาด้วย ม๋อเออตัวยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านแล้วขอรับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน